ผมมีความเชื่อเป็นส่วนตัวมานานแล้วว่า คนเรานั้นจะทำอะไรที่ประสบความสำเร็จก็ต้องมีพรสวรรค์ร่วมด้วย เพราะพรสวรรค์ถือเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้เป็นกรณีพิเศษ
ในทำนองกลับกันถ้าถือว่าตัวมีพรสวรรค์แล้ว ไม่ยอมพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมให้มากขึ้น พรสวรรค์นั้นถือว่าเป็นต้นทุนก็จะค่อยๆหมดไป แต่ถ้ามีพรแสวงมาช่วยอีกด้านหนึ่ง ก็จะประสบความสำเร็จที่ยั่งยืนมากขึ้นไปอีกนาน
กล่าวสัมโมทนียกถามายืดยาวนั้น ก็เพื่อที่จะโยงเรื่องถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุเพียง 34 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อของรัฐแห่งหนึ่ง
เขาตกเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศหรืออาจจะทั่วโลกก็ได้ ในฐานะเป็นแฮ็กเกอร์ที่มีความสามารถเจาะเข้าระบบข้อมูลของบริษัทใหญ่หลายแห่ง เขาถูกตำรวจจับกุมได้ พร้อมกับเอกสารหลักฐานอีกหลายรายการที่ห้องพักของเขา คนๆนี้ในแวดวง ไอที รู้จักเขาในชื่อเล่นว่า "โอ๋" ชื่อจริงคือ นายทวีทรัพย์หรือ ภูมิพัฒน์
ผมสนใจเขาในประเด็นที่ว่าเขาสนใจเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก และสามารถศึกษาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง นี่คือ พรสวรรค์ ของเขา ทั้งๆที่เขาบอกว่าความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น เขาก็อ่านมาจากหนังสือคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป ที่หาซื้อได้จากร้านขายหนังสือ
จากพรสวรรค์ที่เขามีอยู่ เขาไม่หยุดยั้งอยู่เพียงแค่เรียนรู้เท่านั้น เขายังมีพรแสวงคือทดลองทำ โดยลองผิดลองถูก (น่าจะลองถูกมากกว่า) จนมีความรู้อย่างแตกฉานเชี่ยวชาญ แต่สิ่งที่น่าเสียใจคือเขานำความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาใช้ในทางที่ไม่ถูกกฏหมาย เปลี่ยนสถานะภาพเป็นอาชญากรทางเศรษฐกิจไปในที่สุด เขาสร้างความเสียหายให้กับองค์กรที่เขาเจาะข้อมูลคิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านลาท เขาเคยถูกจับครั้งหนึ่ง และฝากประวัติของเขาไว้ในแฟ้มประวัติอาชญากรทางเศษฐกิจมาแล้ว นี่คือร่องรอยที่ตำรวจติดตามจับกุมเขาได้ในครั้งนี้
ตามทางสอบสวนของตำรวจไม่ปรากฏว่าเขามีงานอาชีพอะไรที่แน่นอน เชื่อว่าเขาคงติดใจในผลประโยชน์อันมหาศาลจากการเจาะข้อมูลของเขา เขามีชื่อเสียงด้านเป็นแฮ็กเกอร์ติดอันดับที่สามของโลก และเป็นที่หนึ่งของไทย
หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ตำรวจพบในห้องพักของเขาคือ หนังสือชื่อ "ปล้นเหนือเมฆ" โดยมีเรื่องของเขาเป็นกรณีศึกษาเรื่องหนึ่งในหนังสือเล่มนี้
แฮ็กเกอร์โอ๋ ครับ หากคุณพ้นโทษมาแล้ว ผมขอเชียร์ให้คุณเขียนหนังสือสักเล่มเกี่ยวกับความเป็นมาของคุณจนถึงวันนี้ เชื่อแน่ว่าหนังสือนี้จะติดอันดับเบสท์เซลเลอร์ทีเดียว
กลับตัวกลับใจถ่ายโทษมาทำอาชีพที่สุจริตเถอะครับ คนมีความสามารถอย่างคุณน่าจะหางานไม่ยากนัก อย่างน้อยทำงานเป็นที่ปรึกษากระทรวง ไอทีซี ก็ยังดีนะ (ฮา)
ผมไม่ชอบ หรือว่า จะพยายามที่จะไม่เรียกว่า พรสวรรค์
เพราะผมไม่เชื่อเรื่องของสวรรค์ ผมจะเรียกมันว่าความสามารถพิเศษ ความความถนัดโดยไม่รู้ตัว
ไม่คงไม่บอกว่า กรณีนี้ถูก หรือว่า ผิด แต่ว่า แน่นอนว่า การทำให้คนอื่นนั้นเดือดร้อน แสดงว่าผิด
สังคมมีส่วนช่วย หรือจะเรียกอีกอย่างว่า กดดันให้เกิดการกระทำขึ้น ไม่ว่าทางหนึ่งทางใด เพราะเราไม่ชอบทำตามคำสั่งใคร หรือว่าให้ใครมาสั่ง
แต่ว่า หากเราต้องการใช้ประโยชน์จากความสามารถพิเศษนั้น เราต้องส่งเสริม หรือกดดัน ให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน(มันอาจจะไม่ถูก แต่มันก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน นั้นก็คือ ไม่ผิด)
ขอบคุณครับที่กรุณาให้เกียรติมาคอมเมนต์ ผิดถูกเราไม่ว่ากันอยู่แล้ว เพราะมันเป็นแนวคิดของแต่ละคนซึ่งย่อมไม่หมือนกัน