beyondKM
ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด

สิ่งดีๆ จากเวทีงานวิจัย KM ที่ครุศาสตร์ จุฬาฯ


        เวที KM Research ครั้งนี้เป็นเวทีสัญจร (ออกนอก สคส. เป็นครั้งแรก) คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ อาสารับเป็นเจ้าภาพ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ ดร. อรจรีย์ และอาจารย์ประศักดิ์ ที่ท่านกรุณาเอื้อเฟื้อสถานที่และเป็นผู้ร่วม Organize กับ สคส. ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดขนานกันถึงสามห้อง ห้องแรกเกี่ยวกับภาคการศึกษา ห้องที่สองเป็นของภาคชุมชน และห้องที่สามเป็นเรื่องของภาคเอกชนและราชการ        

        ผมเองไปไม่ทันตอนที่อาจารย์วิจารณ์กล่าวเปิดงาน เพราะต้องไปออกรายการ ส่องเศรษฐกิจ ที่ UBC7 กว่าจะมาถึงจุฬาฯ ก็ปาเข้าไป 10.30 น.แล้ว พอมาถึง ผมก็เลือกไปฟังคุณเรวัตรจากปูนแก่งคอยก่อนเป็นห้องแรก ประเด็นที่ผมสรุปได้ (บางส่วน) มีดังนี้ครับ (แนะนำว่าท่านควรอ่านใน blog อื่นประกอบด้วย จะได้ครอบคลุม) 

- ต้องดูจริตคนก่อน ถ้าเป็นช่างต้องให้ได้ลงมือ ต้องเน้นกิจกรรมที่ให้ลงไม้ลงมือ บางกลุ่มต้องพาออกนอกกรอบ เคยทดลองเอากลุ่ม HR ไปอยู่ HomeStay ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด

- มีการจัดให้คนใหม่ไปอยู่กับคนเก่า เป็น 3 เดือนแรกของการปรับตัว ให้ได้มีโอกาสรู้จักคน ทำนองพี่พาน้องเที่ยว ช่วยลด gap ระหว่างคนใหม่กับคนเก่า ต้องทำให้น้องใหม่สงสัยแล้วไปถามพี่ แต่ก่อนเคยชินแต่การปฐมนิเทศที่เริ่มต้นด้วยการอธิบายระเบียบบริษัท

- การหาพี่เลี้ยงต้องพิถีพิถัน เพราะพี่เลี้ยงเป็น role model พยายามเลือกคนที่ ไม่ติดอบายมุข ใฝ่รู้ และเป็นผู้ที่มุ่งมั่น (มุ่งมั่น กับ หมกหมุ่น นั้นไม่เหมือนกัน เพราะหมกหมุ่นอาจไม่สมดุล)

- ต้อง balance เรื่องงานและครอบครัว เช่น เวลาจัดแข่งกีฬาต้องเปิดโอกาสให้พาครอบครัวมาร่วมด้วย

- การทำงานนั้นต้องมี แผนที่ แต่ต้อง ไม่ตีกรอบ หรือถ้ามีกรอบต้องเป็นกรอบในลักษณะคล้ายขอบแม่น้ำไม่ใช่ขอบถนน

- การเรียนแบบ Construtionlism เป็นการเรียนจากการปฏิบัติ (Learning by doing) ผู้เรียนเลือกเรื่องที่จะเรียน และหาคำตอบด้วยตัวเอง

- ส่วนคำถามที่ว่า KM/LO ลด Turnover ได้ไหมนั้น ยังไม่มีการวิจัย แต่ถ้าคิดอย่างง่ายๆ เมื่อคนมีความสุข ได้เรียนรู้ ได้ทำงานที่ท้าท้าย คนก็จะไม่ย้ายงาน .... ไม่รู้จริงหรือเปล่า? ต้องวิจัย

- ตอนที่เลือก คุณอำนวย (FA)” รุ่นแรกต้องพิถีพิถัน เลือก เมล็ดพันธุ์ ให้ดีก่อนที่จะคิด ขยายพันธุ์

- เรื่อง ICT สำคัญ แต่สำหรับผมแล้วผมว่า I See Me (เห็นตัวเอง) สำคัญกว่า และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมในโมเดลของ Senge จึงไม่เน้นไปที่ KA แต่กลับไปเน้นที่คน คือไปพูดถึง Personal Mastery, Mental Model และ Systems Thinking แทน

- ปัญหาที่พบคือกระบวนการนี้ใช้เวลานาน ปีหนึ่ง จัดได้แค่ 6 รุ่น (รุ่นละ 45 คน ที่ปูนแก่งคอยมีคนทั้งหมด 480 คน) นี่ทำมาตั้งนาน พัฒนา FA ได้แค่ 8 คน (คนข้างในเรียก FA ว่าเป็น 8 เทพอสูร) FA ต้องเป็น role model ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา โดยมี "ครูสมพร (สอนลิง) " เป็นครูต้นแบบ

- การวัดผล ถึงผลประกอบการจะดีแต่ก็ตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะ KM หรือเปล่า? น่าจะมองพฤติกรรมของพนักงานที่เปลี่ยนไป

- เครื่องมือที่ใช้ยังมีค่อนข้างจำกัด บาง tools ไม่เหมาะกับบางกลุ่ม 

วันนี้ขอเสนอประเด็นที่ได้แค่นี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาเสนอต่อในส่วนที่ได้จากภาคราชการ 

หมายเลขบันทึก: 97645เขียนเมื่อ 21 พฤษภาคม 2007 19:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2012 05:27 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (11)
  • พอจับประเด็นอะไรได้บ้างครับ
  • ขอบคุณท่านอาจารย์ประพนธ์ ที่นำสิ่งดีๆ มาฝากครับ

ชอบประเด็นนี้มากเลยค่ะ

"การทำงานนั้นต้องมี “แผนที่” แต่ต้อง “ไม่ตีกรอบ” หรือถ้ามีกรอบต้องเป็นกรอบในลักษณะคล้ายขอบแม่น้ำไม่ใช่ขอบถนน"

ได้ทบทวนและได้ข้อคิดกลับไปใช้กับงานในชีวิตประจำวันที่เป็นFA ได้เยอะเลย...ขอบคุณนะคะ  (แหววเองค่ะ)

อาจารย์สรุปได้เห็นภาพดีค่ะ หนูไ่ม่ได้เข้าห้องธุรกิจ ได้เรียนรู้มากเลยค่ะ 

เพิ่มเิติมที่ห้องชุมชน เิชิญได้ที่นี่ค่ะ 

http://gotoknow.org/blog/thewater-1/97678

  • การหาพี่เลี้ยงต้องพิถีพิถัน เพราะพี่เลี้ยงเป็น role model พยายามเลือกคนที่ ไม่ติดอบายมุข ใฝ่รู้ และเป็นผู้ที่มุ่งมั่น
  • หายากครับ
....หายาก ....แต่ก็พอจะหาได้ครับ

ดิฉันเข้าฟังห้องนี้เหมือนกันค่ะอาจารย์ ชอบของปูนซีเมนต์ไทยตรงที่ สร้างความสุขให้พนักงานก่อน ก่อนที่นำเข้าสู่กฏระเบียบ และชอบตรงที่บริษัทไม่เอาเป็นเอาตายกับเรื่องของ KPI มิฉะนั้นจะนำไปสู่บรรยากาศแห่งการแข่งขัน เมื่อนั้นพนักงานจะไม่มีความสุข productivity จะไม่เกิด พนักงานทำงานด้วยการบีบบังคับ ..ไม่ได้ใจพนักงาน ...สุขภาพองค์กรไม่ดีแน่ๆ // ขอยกนิ้วให้กับองค์กรที่มาแชร์ความรู้ค่ะ

ขอบคุณ คุณนริสรา ที่ช่วยมาต่อยอดบันทึกนี้ครับ
ขอบคุณอาจารย์เป็นอย่างมากครับ ที่กรุณา ให้เกียรติเข้าร่วมฟัง และยังตกผลึก มาให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ครับผม

อาจารย์ให้ผมหางานวิจัยเกี่ยวเครื่องมือการพัฒนาองค์กรหรือที่มีการวิจัย ว่ามีหนังสือ ที่มาของการวิจัย ความสำคัญ ประโยชน์ บทความ 10 บทความ งานวิจัยไม่ตำกว่า 5 เล่ม  คือ ผมต้องการข้อมูลคับช่วยหน่อยคับ   ขอบคุณคับ

Ton_Eminem@hotmail.com

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี