ศีลที่แท้จริง

 

ศีลมีเจตนาเป็นพื้นฐาน
ถ้าผู้ไม่มีเจตนาจะงดเว้นแล้ว
ศีลทั้งหมดก็จะไม่มีในบุคคลผู้นั้นเลย
เจตนาจะมีก็เพราะผู้นั้นเห็นโทษในข้อนั้นๆ เสียก่อนจึงงดเว้น
พระพุทธเจ้าตรัสเทศนาว่า เจตนาตัวเดียวเป็นศีล

๙๑/๑๐

[ จาก เทสโกวาท หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ]

 

ศีลคือ ความปรกติ
เจตนาคือ ความตั้งใจ

“เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ” แปลว่า เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม

ชากาแฟ หากเสพจนติด จิตใจก็จะมีการกระวนกระวายอยากจะดื่ม(ไม่เป็นปกติ)

การดื่มแก้ง่วง
(ง่วง = ไม่เป็นปกติ มีสองกรณีคือ ร่างกายต้องการพักผ่อน และง่วงแบบขี้เกียจ)

  หากเจตนาดื่มเพื่อแก้ง่วงแบบร่างกายต้องการพักผ่อน เป็นการไม่ปกติ ขัดต่อธรรมชาติ จึงผิดศีลข้อห้า
 
  หากเจตนาดื่มเพื่อแก้ง่วงแบบขี้เกียจ ก็ถือว่าเป็นการไม่ปกติเช่นเดียวกัน เพราะวิธีแก้ง่วงแบบนี้มีหลายวิธี การกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็ว(ไม่เป็นปกติ)ด้วยการเสพ จึงผิดศีลผิดศีลข้อห้า

การสูบบุหรี่ ก็ไม่ต่างกันนัก สูบแล้วมีอาการมึนเมา (ไม่เป็นปกติ)จึงผิดศีลผิดศีลข้อห้า

จะสมมุติเรียกมันว่าอะไร เปลี่ยนรูปหรือมีกระบวนการอย่างไร การเสพนั้นก็ยังผิดศีลผิดศีลข้อห้า

การถือศิลที่แท้จริงคือ การกระทำให้"ใจ"พร้อมต่อการเจริญสติภาวนา

การรักษาศีล คือการมีสติ เป็นการเจริญสติภาวนาไปในตัว
โดยไม่ต้องตั้งใจว่า...ต่อไปนี้จะมีสติแล้วนะ(ซึ่งนั้นเป็นการฝืนบังคับ)

ศีลที่แท้จริง จึงเป็นทั้งการเจริญสติภาวนา การไม่ก่อกรรม และการปิดประตูที่จะนำสู่อบายไปในตัวด้วย

มาถึงตรงนี้ จึงรู้ว่า โอ้....ศีลมีข้อดีขนาดนี้เชียวหรือ รู้งี้ถือศีล5ซะตั้งนานแล้ว