เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์อาหมาน หมัดเจริญ อ.จากคณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี โทรมาเชิญไปสอนพิเศษที่ มอ. ทีแรกก็ตอบเชิงปฏิเสธก่อนครับ เพราะเวลาที่ว่างในช่วงเวลาปฏิบัติงานมีจำกัดมาก แต่ต้องปฏิเสธตรงๆ ไม่ได้เนื่องจากก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์ยอมสละเวลาพักผ่อนของท่านมาสอนให้ที่คณะของผมเหมือนกัน แต่เมื่อคุยไปคุยมา ผมก็เปลี่ยนใจเป็น รับอย่างเต็มใจครับ เพราะท่านเชิญไปสอนโปรแกรม macromedia director ครับ

ทำไมผมจึงเปลี่ยนจากการตอบเชิงปฏิเสธเป็นเต็มใจรับ

คำตอบคือ เพราะโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ผมชอบมาก แต่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก เพราะไม่ค่อยมีเวลาผลิตชิ้นงานกับโปรแกรมนี้ และที่สำคัญไม่มีใครเคยมาเป็นศิตย์ผมในความรู้นี้เลย จนตอนนี้ผมเริ่มจะลืมไปแล้ว ซึ่งผมกลัวประเด็นหลังนี้มากครับ

เมื่อสามปีก่อน ผมเขียนหนังสือการใช้โปรแกรม macromedia director ไว้หนึ่งเล่มครับ เซนสัญญากับบริษัทซัคเซสมีเดีย แต่สุดท้ายไม่ได้ตีพิมพ์ เนื่องจากทางบริษัทสำรวจภายหลังคิดว่าคนใช้โปรแกรมนี้น้อย กลัวไม่คุ้ม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ เก็บผลงานไว้กับตัว ดังนั้นพออาจารย์อาหมาน มาเชิญชวนอย่างนี้ ผมมีหรือจะปฏิเสธ รับไว้ทันทีครับ เพราะนี้จะเป็นโอกาสที่จะนำสิ่งที่ได้ใช้ความพยายามมาใช้อย่างคุ้มค่าอีกครั้ง

ผมมีสิ่งที่ซีเรียสกับความรู้ของผมอยู่ประการหนึ่งครับที่อยากจะเรียนให้ทุกท่านทราบ คือ ผมกลัวกับความรู้ของผมที่ไม่มีความเป็นสิริมงคล (บารากัต) ซึ่งครูของผมในสมัยมัธยมย้ำเรื่องนี้ตลอดที่เรียนกับท่าน ท่านบอกเสมอว่า จงระวังความรู้ที่เรียนไปจะไม่บารอกัต(สิริมงคล) ความรู้ที่ไม่มีสิริมงคลคือ ความรู้ที่รู้แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ท่านยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ เช่น เรียนจบอะไรไปแต่ปรากฏต้องไปทำงานอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับความรู้ที่เรียน ด้วยเหตุนี้ถ้าความรู้ใดที่ผมเรียนไปแล้วผมรู้สึกว่าไม่ได้ออกดอกออกผลเลย ผมจะต้องมานั่งคิดว่า ทำไมเป็นอย่างนั้น เช่นเดียวกับความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมไดเร็กเตอร์ครับที่ผมพยายามจะเผยแพร่ออกไปในรูปแบบหนังสือ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เผยแพร่

ท่านอาจารย์ของผมบอกถึงสาเหตุที่จะทำให้วิชาไม่มีสิริมงคลไว้สองสามประการครับคือ

  1. การดูถูกวิชาความรู้ที่เรียน เช่น คิดหรือพูดหรือแสดงอากัปกิริยาออกมาว่า วิชานี้ง่ายๆ ไม่ต้องสนใจเรียนก็รู้
  2. ไม่ให้เกียรติแก่ครูผู้สอน เช่น ตำหนิการสอนของอาจารย์ หรือดูถูกว่าอาจารย์ไม่รู้จริง บ้าง อะไรทำนองนี้แหละครับ
  3. ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่รู้แล้ว เช่น มีเนื้อหาหนึ่งที่เราไปเรียนรู้มาแล้ว และเราต้องกลับไปเรียนซ้ำอีก (ครูสอนซ้ำหรือมีคนมาอธิบายซ้ำ) เราไม่ได้ให้ความสนใจรับฟัง เพราะคิดว่าอันนี้เรารู้แล้ว

สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ของผมย้ำว่า อย่าให้มีคุณลักษณะนี้ในตนเอง ไม่อย่างนั้นความรู้จะไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้รู้ ซึ่งผมยอมรับโดยดุษฏีครับ ว่าที่อาจารย์สอนนั้นเป็นความจริงที่จริง

ปล. ตอนนี้หนังสือที่ผมเขียนไว้ผมเอาขึ้นเวปแล้วนะครับ ใครสนใจเรียนรู้โปรแกรม macromedia director แวะไปอ่านกันได้ที่ www.yic.ac.th/social/ced/director ครับ รับรองไม่ผิดหวัง (เพราะผมเคยสำรวจตลาดหนังสือโปรแกรมนี้มา ยังไม่พบใครเขียนได้ละเอียดเท่าผม (ขออนุญาตโม้นิดหนึ่งนะครับ)