.. แบ่งปันน้ำใจ สู่วัยทอง..
ทำไมต้องพัฒนาอาสาสมัครสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
จากการสำรวจภาวะพึ่งพาและปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุที่อาศัยในเขตเทศบาล เมื่อ ปี พ.ศ. 2550 พบว่า มากกว่าร้อยละ 50 มีภาวะพึ่งพา ร้อยละ 75 มีปัญหาสุขภาพ ในจำนวนนี้ มีผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าถึงร้อยละ 25 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก ปัญหาด้านจิตใจที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่ปัญหาที่เป็นอันตรายยิ่งของสังคม หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ จากการวิเคราะห์เบื้องต้น พบว่า นอกจากสภาพร่างกายที่ทรุดโทรม ช่วยตนเองได้น้อย ผู้สูงอายุยังมีความเหงา ว้าเหว่ ขาดคนดูแลเอาใจใส่ สอดคล้องกับผลการศึกษาในเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร ดังนั้น อาสาสมัคร จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านโดยอาสาสมัครแบบใดจึงจะเหมาะสมกับบริบทของไทย?
.....
มาอ่านด้วยความสนใจอย่างยิ่งค่ะ
ที่นี่ homecare มีทั้งส่วนที่รัฐช่วย และ ส่วนที่ชาวบ้่านดูแลกันเอง
ส่วนอาสาสมัครจะเป็นในส่วนที่ประชาชนช่วยกันเอง
พวกนี้จะเป็นนักเรียนมัธยม/มหาวิทยาลัย (โดยเฉพาะสายสุขภาพ) ที่เก็บชั่วโมงจิตอาสา ต้องทำให้ครบ 50-100 ชม.ต่อปี หรือไม่ก็ประชาชนธรรมดาที่มีจิตอาสาถือเป็นการทำประโยชน์ เพื่อสังคมอาทิตย์ละครึ่งวัน ไม่ก็เป็นกิจกรรมของโบสถ์ของวัดชวนกันไป
<p>แต่ส่วนเยี่ยมบ้านโดยบุคลากรทางสายสุขภาพของรัฐนี่มีเป็นประจำ เป็นระบบมากค่ะ มีการแยกแผนก homecare ตั้งแต่ระดับกระทรวง กรม และ รพ.ชุมชน </p><p>มี life line ระดับอำเภอ ให้ชาวบ้านโทรหาได้ 24 ชม. ถ้ามีคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือ </p><p>มาเล่าสู่กันฟังค่ะ คำถามของอ.น่าสนใจมากค่ะ </p><p>“แบบใดจึงจะเหมาะสมกับบริบทของไทย?” </p>