วันที่ 14 พฤษภาคม 2550 สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้จัดให้มีการระดมสมองครั้งที่ 1 เพื่อจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงแรมรามาการ์เดน กรุงเทพมหานคร <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ผู้เข้าร่วมระดมสมอง ประกอบด้วยตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน นักวิชาการ ตัวแทนองค์กรอิสระ และภาคประชาสังคม รวมประมาณ 60 คน</p> <h2 style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify"> ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง ว่าเป็นเพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานภาพของประเทศไทยที่จะพัฒนาไปสู่ทิศทางการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ณจุดใด และหากจะก้าวต่อไปจากนี้ควรจะทำอย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงเกิดปัญหา เช่น การพึ่งพาทุนต่างประเทศ การจัดการเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่อง ๆไป นอกจากนี้ นโยบายระดับประเทศยังไม่มีความชัดเจนในการจัดลำดับความสำคัญของเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียงในระดับต่าง ๆ ความไม่เข้าใจต่อความหมายและเป้าหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็เป็นปัญหาสำคัญ อีกปัญหาหนึ่ง เศรษฐกิจพอเพียงไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะเผชิญหน้าโดยตรงกับเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ แต่วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือสร้างภูมิคุ้มกัน มิให้เศรษฐกิจโลกาภิวัตน์มาทำร้ายเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงจำเป็นจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ดี มีแผนที่เดินทาง (road map) ที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย พร้อมกับการสร้างเครือข่ายและความเข้าใจระหว่างประเทศ </h2><h2 style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify"></h2><h2 style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify"> ในการจัดทำแผนที่เดินทางจะมีการจัดระดมสมอง 3 ครั้ง และมีทีมวิชาการที่ทำวิจัยเพื่อสนับสนุนข้อมูลสำหรับการระดมสมอง แผนที่เดินทางจะบอกแนวทางและเป้าหมายเศรษฐกิจพอเพียงในระดับประเทศ ระบุวิสัยทัศน์และนำเสนอจังหวะก้าวใน 5 ปีซึ่งข้อเสนออาจเป็นการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ กติกา การจัดการความรู้และข้อมูล การจัดการระบบงบประมาณ องค์กรที่มีส่วนร่วม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต้องระบุปัจจัยวิกฤติที่บ่งบอกความสำเร็จ (critical success factors) ในแต่ละด้าน โดยจะต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม สามารถปฏิบัติได้เป็นขั้นตอน เพื่อช่วยให้หน่วยงานกำหนดยุทธศาสตร์ระดับประเทศ หน่วยงานปฏิบัติอื่น ๆ และภาคประชาสังคมมีความเข้าใจและเห็นแนวทางพัฒนาประเทศที่ชัดเจน พร้อมจะดำเนินงานพัฒนาไปในแนวทางเดียวกัน </h2> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษาโครงการจัดทำแผนที่เดินทางได้กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นธรรมะที่คงอยู่และสามารถใช้ได้กับทุกสาขา ในขณะที่โลกาภิวัตน์เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องถามทุกคนว่าจะเดินไปทางใด ถ้าหลงไปตามบริโภคนิยมโลกนี้คงจบเร็วขึ้น หากเปรียบเป็นรถยนต์ และมีกลุ่มคนที่หลากหลายต่างสัญชาติร่วมวิ่งไปปลายทางเดียวกัน ขณะที่โลกาภิวัตน์คือรถที่คอยวิ่งสวนมา เราจึงต้องร่วมกันหาพันธมิตร หาเครือข่ายระหว่างประเทศที่มีความคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อจะมุ่งไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกัน</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> การระดมสมองครั้งแรกนี้ ประกอบด้วยกลุ่มย่อยด้านเศรษฐกิจ ทุนและเทคโนโลยี ด้านการเรียนรู้และสุขภาวะ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการกระจายอำนาจ มีข้อเสนอวิสัยทัศน์ภาพกว้างให้คนไทยมีวิถีชีวิตและสังคมตามแนวทางพอเพียง มีภูมิคุ้มกันที่ทำให้อยู่ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยมีความสมดุลใน 5 ด้าน คือ การดูแลเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในสังคม การลดช่องว่างในสังคม ความสมดุลทางเศรษฐกิจระหว่างการพึ่งพาทุนและเทคโนโลยีในประเทศและต่างประเทศ ความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา และการมีสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม </p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ที่ประชุมกลุ่มย่อยแต่ละกลุ่มได้เสนอประเด็นวิกฤติที่คล้ายคลึงกัน คือ ปัญหากลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ปัญหาค่านิยมและสื่อ ปัญหาการขาดความเข้าใจในเศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาทางนโยบายที่ไม่ต่อเนื่อง ปัญหาทางการเมืองหรือความขัดแย้งที่บั่นทอนความเข้มแข็งของชุมชน ปัญหาความพร้อมของส่วนท้องถิ่นที่ต่างระดับกัน</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในเบื้องต้นมีข้อเสนอแนะให้มีการตั้งองค์กรมหาชนเพื่อเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่องและประสานงานกับหลายภาคส่วน การสร้างความเข็มแข็งให้กับภาคประชาชนผ่านกระบวนการศึกษาเรียนรู้และการจัดการความรู้ที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง มีหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการปฏิบัติ เปลี่ยนเป้าหมายการศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อวิถีชีวิต รัฐจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่พอเพียงให้ทุกคนเข้าถึงได้ ให้มีกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ ใช้พื้นที่และทรัพยากรน้อยลงโดยใช้ฐานความรู้ท้องถิ่นและการรองรับสิทธิชุมชน การมีเกณฑ์ชี้วัดเพื่อใช้ตรวจสอบ กำกับดูแลการเลือกตั้งและการบริหารจัดการของรัฐ</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทยได้กล่าวถึงความจำเป็นในการรู้เท่าทัน ความพอประมาณ ความมีเหตุผลเพื่อให้เกิดความระมัดระวังในการลงนามในข้อตกลงเขตการค้าเสรี ดังเช่น การทำเขตการค้าเสรีกับญี่ปุ่นซึ่งไทยต้องแลกประโยชน์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมกับการก่อขยะอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย ซึ่งจะสร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศในที่สุด</p><p> ข้อมูลที่นำเสนอในการระดมสมองครั้งแรกนี้ จะนำไปใช้ในการพิจารณาประเด็นวิกฤติและพัฒนาโจทย์วิจัยเพื่อสนับสนุนการทำแผนที่เดินทางและการระดมสมองครั้งต่อไปซึ่งคาดว่าจะจัดในอีก 2 เดือนข้างหน้า</p><p></p><p></p>
การระดมสมองครั้งที่ 1 โครงการจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง
ให้คนไทยมีวิถีชีวิตและสังคมตามแนวทางพอเพียง มีภูมิคุ้มกันที่ทำให้อยู่ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยมีความสมดุลใน 5 ด้าน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
จารุวัจน์ شافعى · 16 พ.ค. 2550
สิงห์ ป่าสัก · 16 พ.ค. 2550
ศน. ละดา ดอนหงษา · 16 พ.ค. 2550
สิงห์ ป่าสัก · 16 พ.ค. 2550
สิงห์ ป่าสัก · 16 พ.ค. 2550
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับบล็อกดีๆ ของอาจารย์ที่ช่วยเก็บประเด็นการประชุมต่างๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์มากๆ เป็นอาหารสมอง ให้หลายๆ คนที่สนใจ แต่อยู่ห่างไกล และไม่มีโอกาสเข้าร่วมค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า หากเราสามารถเปลี่ยนเป้าหมายการศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อวิถีชีวิตได้ ก็น่าจะเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
ดิฉันเองก็มองเห็นเป้าหมายนี้ และอยากจะทำในพื้นที่ด้วย แต่ดูเหมือนยากเหลือเกินที่จะทวนกระแส ที่ทุกคนในชุมชนยังกำลังมุ่งหน้าส่งลูกหลานเข้าสู่การศึกษากระแสหลัก เพื่อหวังจะมีงานดีๆ ไม่ต้องทำไร่เหมือนพ่อแม่
แต่ในพื้นที่พวกเราดูเหมือนยังไปไม่ได้ไกลดังฝันนัก แค่การศึกษาพื้นฐานในระบบก็ยังได้ไม่มาก สุดท้ายก็เลยมีผลผลิตเป็นเยาวชนที่เรียนไม่สูง ทำไร่ก็ไม่เป็น จะไปข้างหน้าก็สู้เขาไม่ได้ จะหันหลังกลับสู่วิถีชีวิตเดิม ก็ไม่ถนัด เป็นปัญหาที่ชุมชนกำลังเผชิญอย่างหนักในปัจจุบัน
การแข่งขันทำให้คนเห็นแก่ตัว
ดิฉันยังเห็นความจำเป็นที่รัฐจะต้องเข้ามาสร้างสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อลดการต่อสู้ดิ้นรนแข่งขันของคนในระดับหนึ่ง
แต่ที่ผ่านมารัฐก็ค่อนข้างล้มเหลว ปัจจุบันชุมชน กลุ่มชาวบ้านต้องเข้ามาทำหน้าที่พื้นฐานตรงนี้กันเอง แต่ก็พอเห็นว่าแรงผลักจากข้างล่างทำให้ข้างบนอยู่เฉยไม่ได้เหมือนกันค่ะ
ถ้าองค์กรชาวบ้าน ชุมชนท้องถิ่น ได้ชนชั้นกลางมาเป็นช่วย ก็จะดีมากเลย เสียแต่ว่าตอนนี้ชนชั้นกลางก็มัวแต่วิ่งไล่ตามชนชั้นสูงอยู่ค่ะ