ชื่อบันทึกหวานแหววทีเดียวนะวันนี้ แสดงถึงอารมณ์ของคนเขียนบันทึกด้วยใช่ไหมว่า...อารมณ์ดีและมีความรัก ความอบอุ่นเสียด้วยสิ น่าอ่านจัง ดังนั้น เพื่อประกันความผิดหวัง ต้องตั้งใจเขียนอย่างที่สุด
ระยะนี้ฝนตกแทบทุกวัน  เมื่อฝนตกอยู่นั้น  ทุกอย่างที่เปียกปอนไปด้วยฝน  ก็จะชุ่มฉ่ำ  เย็นชื่นใจ 
หลังจากฝนหยุดแล้ว    ทุกอย่างก็จะสดชื่นแจ่มใสดีจัง.....
ครูอ้อยก็มีเหตุการณ์ต่างๆเข้ามาในชีวิตแบบมีพายุฝนกระหน่ำมาตลอดเวลา  
หากแต่ว่า  ครูอ้อยมีเพื่อนที่ดี  มีน้ำใจ  กล่าวได้เลยว่า....ครูอ้อยร่ำรวยเพื่อนฝูงที่มาปลอบใจช่วยเหลือตลอดเวลา  ให้ผ่านพ้นภัยไปได้ด้วยความรักความอบอุ่น  
ตลอดจนคนข้างกายที่เข้าใจ  คอยสนับสนุนช่วยเหลือแบบไม่คิดชีวิต  
รวมทั้งความคงเส้นคงวาของตัวครูอ้อยเองด้วย .....จึงทำให้อะไรอะไรมันดีขึ้นมา  ไม่ทรุดร้ายลงไปมากกว่านี้
ครูอ้อยนั่งอยู่คนเดียวกลางสายฝน  หมายถึงนั่งอยู่ในห้องคนเดียว  ขณะที่ฝนตก  แต่ครูอ้อยไม่เหงาเลย  มองรอบกาย  มีแต่สิ่งของ  อุปกรณ์เป็นของแทนกายมาให้...... 
นั่งอยู่คนเดียวก็จะมีเพื่อนครูมาปรึกษาหารือการทำผลงาน  ทะยอยมาทีละคน  เหมือนกับว่า....ได้เข้าแถวกันมา 
ไม่ทำให้ครูอ้อยเหนื่อยใจเลย    บางคนก็มาแบบ....มีคำพูดที่หวานหูมิรู้หาย....อูย...มีความสุขจัง....พี่มองข้ามเธอไปได้อย่างไรกันนะ   ที่เหมือนใกล้เกลือกินด่าง   ไม่เห็นเธอที่มีคุณค่าเลย  เกือบจะเสียเธอไป  ดีนะ เธอเป็นเพชร..ที่เป็นเพชรในหัวใจพี่....
อูย...ครูอ้อยเสียวหัวใจจริงๆที่ได้ยินคำนี้    
ปีนี้...ย่างจะ 50 แล้ว  เพิ่งจะได้  ค...ที่ 4  ในปีนี้เอง  อยากรู้มั้ยว่า...ค.ทั้ง 4 ตัวคืออะไรกัน  บอกได้คือ....
ค.ที่1   คือ..ความรัก.......ได้มาตั้งแต่แต่งงานกับคนที่ชื่อ...สมนึก   
ค.ที่2  คือ..ความอบอุ่น  ได้มาตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ชมว่า...ครูอ้อยเก่ง  
ค.ที่3  คือ..ความสัมฤทธิผล  ได้มาตั้งแต่ครูอ้อยบากบั่นและได้มาจากน้ำพักน้ำแรง    
และ ค.ที่ 4  คือความยกย่อง   ได้มาจากการที่ได้รับการยกย่องจากเพื่อนครู...นี่เอง....
ฝนจะตกหนักเท่าไร  ฟ้าจะร้องดังอย่างไร...ครูอ้อยก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว...