คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยแล้ว โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยเร็วที่สุดเพื่อนำเสนอต่อ สนช. ต่อไป มีรายได้จะมาจากภาษีสุรา ยาสูบในอัตรา 1.5% ของภาษีทั้งหมด แต่ถ้าเก็บได้เกิน 2,000 ล้านบาท ที่เหลือจะต้องนำส่งคืนคลัง   ทั้งนี้ องค์การที่ตั้งขึ้นจะเป็นนิติบุคคลที่ไม่ใช่ส่วนราชการ และไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ชัดเจนว่าไม่มีโฆษณา แต่สามารถหารายได้ได้ โดยหลังจากที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวประกาศใช้แล้ว จะต้องเริ่มเข้าสู่กระบวนการสรรหากรรมการนโยบายภายใน 120 วัน จากนั้นคณะกรรมการนโยบายจะต้องสรรหาผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ขององค์การภายใน 120 วันเช่นเดียวกัน ทำให้คาดว่าอีกประมาณ 6 เดือน น่าจะเป็นรูปเป็นร่าง   ขณะที่ในการโอนกิจการ การดำเนินงานสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ (สถานีโทรทัศน์ไอทีวี) นั้น ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำหนดให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีโอนกิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้สิน สิทธิ และภาระผูกพัน ที่มีอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ไปเป็นขององค์การฯ เพื่อดำเนินการผลิตและเผยแพร่รายการภายใน 120 วันเช่นกัน นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำรายได้ในส่วนของภาษีสรรพสามิตไปใช้ ในการบริหารทีวีสาธารณะนั้น จะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการนำรายได้ของภาษีเหล้า เบียร์และบุหรี่ไปใช้ในสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งถือว่าเป็นการนำรายได้ของรัฐไปให้บริการแก่สังคม ในอัตรา 1.5% ของรายได้จากการจัดเก็บในแต่ละปี หรือวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยคณะทำงานประเมินว่า จะเป็นเม็ดเงิน 1,500 ล้านบาทต่อปี โดยคิดจากยอดการจัดเก็บรายได้ภาษีเหล้า เบียร์และบุหรี่ในแต่ละปี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท      ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดเก็บรายได้ เพราะเม็ดเงินดังกล่าวถือว่าไม่มากไป และไม่น้อยไป โดยรายได้ที่จะจัดส่งให้ทีวีสาธารณะจะเริ่มต้นหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ มีการจัดตั้งสถานีและมีผู้บริหารดูแลแล้วเท่ากับว่าจะยังไม่ดึงรายได้ของรัฐบาลในปีนี้ สำหรับสาเหตุที่ไม่ให้รายได้ผ่านงบประมาณ เพราะไม่ต้องการให้รัฐแทรกแซงหากสถานีนี้จะดำเนินการเพื่อสาธารณะก็ต้องอิสระจากการเมือง แม้ว่าการกำกับดูแล กระทรวงการคลังจะมีคนเข้าไปช่วยคัดเลือก แต่ก็ต้องมีเกณฑ์ชัดเจนไม่ใช่ตั้งได้ตามอำเภอใจ การทำงานจะเป็นมืออาชีพ แต่สังคม  ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบด้วย ในเชิงความเป็นกลางทางความคิด และต้องดึงดูดให้คนดูด้วย ไม่ใช่ทำรายการแล้ว  ไม่มีความน่าสนใจ เงินที่ให้ไปต้องไปหาวิธีการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”  นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเดือนของพนักงานทีไอทีวีที่ไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงนี้ เพราะล่าสุดกฤษฎีกาได้ตีความมาแล้วรัฐสามารถจ่ายเงินเดือนให้ได้ และตนได้หารือกับ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วว่า ภายในสิ้นเดือนนี้ พนักงานของทีไอทีวีจะได้รับเงินเดือนอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดและวิธีการอยู่ที่กระบวนการทำงานขึ้นอยู่กับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ คณะทำงานร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ  แห่งประเทศไทย พ.ศ. … เปิดเผยว่า หลักการที่สำคัญของร่าง  พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยพ.ศ.จะให้มีองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (อ.ภ.ส.ท.) เป็นนิติบุคคล โดยการแปลงสภาพสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ไม่ให้มีรายได้จากการโฆษณา แต่จะได้รับรายได้จากภาษีสรรพสามิต ซึ่งเก็บจากสุรา และยาสูบ     อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกจะใช้งบประมาณเป็นทุนประเดิมในการบริหารจัดการแปลงสภาพทีไอทีวี ประมาณ 200-300 ล้านบาท ในการจัดบุคลากร และการเตรียมการด้านอื่นคล้ายการทดลองเปิดสถานีในช่วง 2-3 เดือนแรก ซึ่งงบประมาณส่วนดังกล่าวจะนำมาจากภาษีสรรพสามิตเช่นเดียวกันขณะที่รายได้ด้านอื่นสามารถรับจากการสนับสนุนจากภาคเอกชนได้ ลักษณะเดียวกับการบริจาค ไม่ใช่ การขายโฆษณา โดยทางสถานีจะเป็นผู้พิจารณาว่าอาจจะขึ้นชื่อผู้สนับสนุนในท้ายรายการได้  แต่จะไม่ใช่เป็นอำนาจของทางผู้สนับสนุนรายการ มาเป็นผู้กำหนดว่าจะให้ออกอากาศประชาสัมพันธ์ผู้ให้การสนับสนุนในลักษณะใด  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พนักงานทีไอทีวีที่ทำข่าว ผู้ประกาศข่าว และทีมงานที่ทำรายได้ให้กับสถานี    ได้ออกไปทำงานกับสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นแล้วจำนวนมาก หลังจากไม่ได้รับเงินเดือนมา 3 เดือนไทยรัฐ  คม ชัด ลึก  16  พ.ค.  50