24 วิธีท่อง Internet ให้เร็วยิ่งขึ้น
1) ซื้อโมเด็มที่มีความเร็วมากๆ ถ้าคุณไม่ได้ใช้โมเด็มที่มีความเร็วขนาด 33.6 kbps หรือรุ่นที่เร็วกว่าละก็, คุณก็จะต้องเสีย เวลาไปมากโขเลยทีเดียว โมเด็มที่มีความเร็วมาก ๆ นอกจากคุณจะหาซื้อได้ในราคาประ มาณ $200 เช่น 3Com, U.S. Robotics 56k (แต่ถ้าเป็นรุ่น 33.6 kbps ก็จะมีราคาอยู่ที่ประ มาณ $90 หรือ อาจจะถูกกว่านี้) แล้ว ยังนับว่าเป็นวิธีแรกที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มความเร็วให้ กับการท่องอินเตอร์เน็ตของคุณ
2) เพิ่มความเร็วเป็นสองเท่าด้วยการใช้โมเด็ม 2 ตัว บวกกับ โทรศัพท์ 2 หมายเลข
คุณสามารถใช้โทรศัพท์ 2 หมายเลข ร่วมกับโมเด็ม 2 ตัว เพื่อเป็นปัจจัยในการเพิ่มความเร็ว โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ของคุณ จะต้องมีระบบการให้บริการเชื่อมต่อ สัญญาณแบบพร้อมกัน 2 หมายเลขโดยใช้บัญชี (Account) เดียวกัน และโปรแกรม dial-up networking ของคุณก็จะต้องมีระบบ Multi-link listed (โดยคุณสามารถดูได้จาก Properties เมนู) ที่จะสามารถโอนถ่ายข้อมูลไปมาระหว่างโทรศัพท์ 2 สายและโมเด็ม 2 ตัว ได้ เช่นเดียว กันกับเครื่องบินที่มีการบรรทุกซ้อนขึ้นไปข้างบน (piggybacking) โมเด็มรุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตขึ้น โดย 3Com, Boca Research, Dimond และ Boca's DynamicDuo ซึ่งมีราคาประมาณ $300 จะรวมเอาความสามารถของโมเด็ม 56 kbps 2 ตัวเข้าด้วยกันเพื่อให้มีความเร็วเพิ่มเป็น 112 kbps.
3) ตัดสินให้ดี ก่อนเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP)
ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่กำลังใช้บริการอินเตอร์เน็ตจาก America Online เพื่อท่องไปในโลกไร้พรหม แดนละก็, เลิกใช้เถอะครับ คุณควรที่จะเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งถึงแม้จะไม่ค่อยจะมี อะไร แต่อย่างน้อยก็ช่วยปลดปล่อยคุณให้พ้นจากที่คุมขัง! ยกตัวอย่างเช่น IBM Internet Con nection ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ ที่คุณสามารถท่องโลกไร้พรหมแดน ได้เร็วมากทีเดียว (จาก การทดสอบของเรา) และคุณก็ควรจะนึกถึงผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่อยู่ในท้องถิ่นของคุณเอง ด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่า พวกเขาให้บริการแก่กลุ่มคนจำนวนที่ไม่มากนัก ดังนั้นคุณจึงสามารถที่ จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
4) กระตุ้นเตือนผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของคุณบ้าง
ถ้าตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่คุณเริ่มติดตั้งโปรแกรมสำหรับเชื่อมต่อ กับ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ของคุณให้มาแล้ว ยังไม่มีการอัพ เดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ ละก็คุณควรที่จะโทรไปติดต่อสอบถามกับทาง
ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตดูว่า มีโปรแกรมสำหรับการเชื่อมตัวเครือข่ายฯ เวอร์ชั่นใหม่ออกมาหรือยัง, อีกทางหนึ่งก็คือ คุณอาจจะสอบถามกับทางฝ่ายเทคนิคได้ว่า การแก้โน่นแก้นี่กับตัวเซริฟเวอร์ บ่อย ๆ จะ มีผลกระทบทำให้การส่งหรือรับอีเมล์ ล่าช้าไปบ้างหรือไม่ ? ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่ดี มักจะ คอยดูตรวจสอบ แลและอัพเดทส่วนประกอบต่าง ๆ อันจะนำมาซึ่งการให้บริการที่ดีเยี่ยม อยู่ เสมอ ยกตัวอย่างเช่นการนำโปรแกรมหรือซอฟแวร์สำหรับใช้งานอินเตอร์เน็ตรุ่นใหม่ๆ มาใช้ กับเครื่องเซริฟเวอร์ หรือการนำเอาฮาร์ทแวร์ ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า มาใช้ เป็นต้น
5) เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทุกครั้งให้นึกถึงหมายเลขของศูนย์บริการที่ไกล้บ้านของคุณ
เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการท่องอินเตอร์เน็ต หมุนโทรศัพท์ของคุณไปยังศูนย์บริการอินเตอร์ เน็ต (สาขาย่อย) ที่อยู่ใกล้บ้านของคุณมากที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการโทรทางไกล ซึ่งจะทำให้ โอกาสในการเพิ่มความเร็วของคุณน้อยลง ถ้าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของคุณไม่มีศูนย์บริการ หรือ สาชาย่อยในท้องถิ่นของคุณ นั่นก็หมายความว่า คุณควรจะต้องเปลี่ยนไปใช้บริการจาก ISP ที่มี ย่อมจะดีกว่า
6) อาสาสมัครเป็นผู้ทดสอบสัญญาณการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
เมื่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เริ่มต้นให้บริการโดยใช้อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณได้ เร็วยิ่งขึ้น อย่างเช่น นำระบบให้บริการสำหรับโมเด็มที่มีความเร็ว 56 kbps มาใช้, พวกเขา จะต้องทำการทดสอบสัญญาณการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายในท้องถิ่นที่จะเปิดให้บริการเสีย ก่อน ดังนั้นถ้าคุณมีความมุ่งมั่น ที่จะเป็นผู้ทดสอบ และทนรับกับสภาพ ที่อาจะเชื่อมต่อสัญ ญาณเครือข่ายได้บ้างไม่ได้บ้าง สำหรับการทดสอบนี้ละก็, นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่คุณจะได้รับ ความเร็วในการท่องอินเตอร์เน็ตเป็นการตอบแทน คุณสามารถโทรไปถามกับทางผู้ให้บริการ อินเตอร์เน็ตของคุณดูได้ว่า ตอนนี้เขามีการทดสอบการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ซึ่ง พวกเขาอาจจะไม่บอกให้คุณทราบก็เป็นไปได้ แต่ก็อย่างที่ Nana เคยพูดเอาไว้ว่า "ถ้าคุณไม่ ร้องขอ คุณก็จะไม่ได้รับอะไรเลยเหมือนกัน!"
7) ตรวจสอบการกำหนดค่า Buffers
ถ้าหากคุณใช้โมเด็มที่มีสถาปัตยกรรมแบบ UART รุ่น 16550 หรือไกล้เคียง และคุณใช้ระบบ ปฏิบัติการ วินโดว์ 95, ให้คุณลองปรับเปลี่ยน การกำหนดค่าของ Buffer โดยการคลิ๊กที่ปุ่ม Start, จากนั้นเลือก Control Panel ให้คุณเปิดโฟวเดอร์ Modems จากนั้นคลิ๊กที่ Properties แล้วคลิ๊กอีกครั้งหนึ่งที่ Connection tab คุณจะพบว่ามีแถบสไลด์ที่มีข้อความ Port Setting ให้คุณคลิ๊กที่สไลด์จากนั้นลาก (Click and drag) มาทางขวามือเพื่อเป็นการเพิ่มขนาดของ Buffers สำหรับการรับและส่งข้อมูล ซึ่งจะมีผลทำให้การท่องอินเตอร์เน็ตของคุณเร็วขึ้นได้
8) ติดตั้ง Driver ให้ถูกต้องตรงกับโมเด็มที่คุณใช้งาน
ขั้นตอนแรกในการลดปัญหาคอคอดสำหรับการติดต่อสื่อสารก็คือการแยกตัวปัญหาออกดู ทีละอย่าง ว่ามันเป็นที่โมเด็ม, สัญญาณโทรศัพท์, ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) หรือว่าเป็น ที่เว็บไซท์ที่คุณแวะไปเยี่ยมชมกันแน่, ถ้าคุณใช้โมเด็มที่มีความเร็ว 28.8 kbps หรือ รุ่นที่เร็ว กว่า, อันดับแรกให้คุณตรวจสอบดูว่าคุณได้ทำการติดตั้ง Driver สำหรับโมเด็มตัวนั้นถูกต้อง แล้ว หรือไม่โดยการคลิ๊กที่ปุ่ม Start, Control Panel จากนั้นให้คุณเปิดโฟว์เดอร์ Modem แล้ว คลิ๊กที่ General tab ลองดูซิว่ามันกำหนดไว้เป็น generic modem หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าคุณ ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง Driver ให้ถูกต้อง แต่ถ้าคุณพบว่ามันเป็นชื่อของโมเด็มที่คุณกำลังใช้ งานอยู่และมีค่าความเร็วถูกต้องตรงกันแล้วละก็ นั่นหมายความว่า คุณได้ทำการติดตั้ง Driver ไว้ถูกต้องแล้ว ตัวอย่างเช่น "Motorola ModemSURFR 56k External" เป็นต้น (คุณ สามารถอัพเดท Modem Driver ให้ทันสมัยอยู่เสมอโดยการเข้าไปดูที่เว็บไซท์ของผู้ผลิตโมเด็ม เพื่อคงประสิทธิภาพในการใช้งานตลอดไป)
9) ขยายช่องทางในการติดต่อสื่อสารโดยการตั้งค่า Ports ให้เหมาะสม
ถ้าคุณใช้โมเด็มที่มีความเร็ว 33.6 kbps หรือ 56 kbps ลองเปลี่ยนค่าความเร็วของ Port ให้ เป็น 57,600 หรือ 115,200 bps และอย่าลืมปรับเปลี่ยนค่าความเร็วของ Port ใน Deviece Manager โดยการคลิ๊กที่ปุ่ม Start, Control Panel จากนั้นให้คุณเปิดโฟว์เดอร์ System, คลิ๊ก ที่ Device Manager แล้วเลือก Ports, ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่หมายเลข COM Port ที่คุณติดตั้ง โมเด็มเอาไว้ (โดยปกติจะเป็น COM2 หรือ COM4) จากนั้นเลือก Port Settings ระหว่างนี้ให้ คุณแน่ใจว่าตรงข้อความ Flow Control ได้ถูกกำหนดให้เป็น 'hardware' ซึ่งหมายความว่ากำ หนดค่าให้กับโมเด็ม ไม่ใช่โปรแกรมระบบสื่อสาร) จากนั้นกำหนดค่าให้เป็น 57,600 หรือ 115, 200 bps ให้ตรงกันกับที่กำหนดไว้ใน Modem Properties ขั้นตอนเหล่านี้ก็สามารถช่วยทำให้ การท่องอินเตอร์เน็ตของคุณเร็วขึ้นได้
10) หลีกเลี่ยงความแออัดของการจราจรบนอินเตอร์เน็ต
ก็เช่นเดียวกันกับในชีวิตจริง, ในโลกแห่งไซเบอร์สเปสนี้ก็มีชั่วโมงเร่งด่วนเหมือนกัน ในช่วงที่ ไม่ค่อยจะมีคนใช้งานกันมากนัก คุณก็จะสามารถเชื่อมต่อกับเครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่ มีปัญหา สามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้รวดเร็ว ดังนั้นคุณจึงควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีความแอ อัด ซึ่งอยู่ระหว่าง 5 โมงเย็น จนกระทั่งถึงเที่ยงคืน
11) หลีกเลี่ยงการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซท์บางแห่ง
หลีกเลี่ยงการเยี่ยมชมเว็บไซท์ที่มีผู้คนแวะไปเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างใน ช่วงเวลาที่มีการจราจรแออัด ยกตัวอย่างเช่น แทนที่คุณจะเข้าไปอ่านข่าวกีฬาที่เว็บไซท์ของ ESPN ก็ให้คุณเลี่ยงไปอ่านที่ The Sporting News หรือ CBS Sportline ซึ่งมีผู้คนไปใช้บริการ น้อยกว่าแทน นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเหมือนกันที่จะทำให้คุณสามารถท่องอินเตอร์เน็ตให้เร็วขึ้นได้
12) เลือกเขตหรือโซนของเว็บไซท์ให้เหมาะสม
เมื่อคุณต้องการดาวน์โหลดไฟล์ ที่มีอยู่ตามเซริฟเวอร์ต่างๆ หลายแห่ง (อย่างเช่น Internet Explorer 4.0), คุณไม่ควรเลือกดาวน์โหลดจากเว็บไซท์ที่อยู่ไกล้ (ประเทศ) ของคุณเท่านั้น คุณควรเลือกดาวน์โหลดจากไซท์ที่มี 'เวลา' อยู่ในระหว่างช่วงเวลาที่ไม่มีปัญหาทางด้านการ จราจรของข้อมูล เป็นต้นว่า ถ้าคุณอาศัยอยู่ในฝั่งตะวันออกซึ่งมีวลาเป็น 10 โมงเช้าคุณก็ควร ที่จะเลือกดาวน์โหลดไฟล์จากไซท์ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกที่มีเวลาเป็น 7 โมงเช้าแทน (ขอแนะนำ ให้คุณลองใช้โปรแกรม Dipstick ซึ่งมันจะช่วยแสดงให้คุณเห็นว่า คุณควรจะเลือกดาวน์โหลด จากไซท์ใหนได้เร็วที่สุดสำหรับกรณีที่มีลิ้งค์ให้เลือกดาวน์โหลดหลายๆ แห่ง)
13) เลือกดาวน์โหลดไฟล์จาก FTP Serve ช่วยให้เร็วขึ้นอีก 10 เท่า
การเลือกดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซท์ที่มี FTP Server ด้วย จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มาก กว่าการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซท์ที่ไม่มี FTP Server ถึง 10 เท่า, จริงอยู่ที่คุณสามารถจะเข้า ถึง FTP Server โดยใช้เบราส์เซอร์ แต่ขอแนะนำให้คุณใช้โปรแกรมแชร์แวร์ อย่างเช่น WS_FTP32 หรือ QuickFTP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Starfish (ชุดยูทิลิตี้สำหรับอำนวย ความสะดวกในการใช้งานอินเตอร์เน็ต) มาช่วยงานในด้านการติดต่อสื่อสารหรือดาวน์โหลด ไฟล์จาก FTP Server จะดีและรวดเร็วกว่า
14) ติดเทอร์โบให้เว็บเบราส์เซอร์ของคุณ
ไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่า การที่เข้าไปที่เว็บไซท์ใดเว็บไซท์หนึ่งแล้ว คุณก็ต้องนั่งเคาะนิ้ว รอให้เบราส์เซอร์โหลดข้อมูลจนเสร็จ และในที่สุดคุณก็พบว่าไม่มีอะไรที่คุณต้องการอยู่เลย นอกจากป้ายโฆษณาต่างๆ เต็มไปหมด นั่นหมายความว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณควจจะติดตั้ง โปรแกรม WebTurbo ให้กับเบราส์เซอร์ของคุณ (ใช้งานได้ทั้งกับ Netscape และ Microsoft Internet Explorer), โปรแกรม WebTurbo นี้จะช่วยให้คุณสามารถดูรายละเอียดของเว็บไซท์ ได้พอสังเขป ก่อนที่คุณจะตัดสินใจโหลดเว็บเพจนั้นมาจริงๆ (ซึ่งตรงจุดนี้เองก็จะช่วยทำให้ คุณประหยัดเวลาลงไปได้), คุณสามารถระบุเฉพาะเว็บไซท์ที่คุณชื่นชอบได้, นอกจากนี้คุณ ยังสามารถเลือกดูเว็บไซท์ยอดนิยม (WebTurbo's Top Sites) หรือใช้ค้นหาข้อมูลต่างๆ บน อินเตอร์เน็ต โดยใช้ Search Engines พร้อมกันถึง 6 ตัวในเวลาเดียวกัน
15) ลดจำนวนข้อมูลในการดาวน์โหลดลงบ้างเพื่อเพิ่มความเร็ว
คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับเบราส์เซอร์ด้วยการลดจำนวนข้อมูลในการดาวน์โหลด โดย การยกเลิกการการทำงานหลายๆ ด้านของเบราส์เซอร์ ที่คุณเห็นว่าไม่จำเป็น อย่างเช่น ไม่ ต้องให้เบราส์เซอร์โหลดรูปภาพต่างๆ ให้โหลดมาเฉพาะข้อมูลที่เป็นเท็กซ์หรือข้อความเท่า นั้น หรือ ยกเลิกการใช้ความสามารถพิเศษทางด้านจาวา (Java) ก็จะสามารถช่วยให้คุณประ หยัดเวลาในการดาวน์โหลด Applets ของ Java ลงไปได้ ถ้าคุณใช้ Netscape 4.0 คุณสามารถ ทำได้โดยคลิ๊กที่ Edit, Preferences จากนั้นเลือก Advanced, ให้คุณยกเลิกหัวข้อต่อไปนี้: Auto matically load images, Enable Java, and Enable JavaScript. โดยการคลิ๊กที่ CheckBox สำหรับผู้ใช้ Internet Explorer 3.0 ให้คลิ๊กที่ select View, Options, จากนั้นเลือก General tab, และยกเลิกหัวข้อ Show pictures, Play sounds, และ Play videos.และอย่าลืมคลิ๊กที่ Security tab, เพื่อยกเลิกการทำงาน Enable Java programs สุดท้าย สำหรับผู้ที่ใช้งาน IE 4.0 ให้คลิ๊ก ที่หัวข้อ View, Internet Options. จากนั้นเลือกที่ Advanced tab ให้ยกเลิก Show pictures, Play animations, Play videos, และ Play sounds. ก็เป็นอันเสร็จพิธี ขั้นตอนที่กล่าวมาทั้งหมด ในหัวข้อนี้ค่อนข้างจะทำใจลำบากอยู่สักหน่อยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ การท่องเที่ยวไปในเว็บไซท์ที่ มีระบบมัลติมีเดีย เพราะจำทำให้ไม่ได้ยินเสีย ไม่ได้เห็นรูปภาพที่สวยงามหรือแม้แต่เทคนิค ต่าง ๆ ทาง Java หรือ JavaScript จะว่าไปแล้วก็เปรียบสเมือนกับการปิดหูปิดตาแล้วเดินเข้า ไปในดิสโก้เธค ยังไงก็ยังงั้น J
16) ทำใจให้ยอมรับกับปัญหาการสะดุดชงักระหว่างดาวน์โหลดไฟล์เสียเถอะ
เพราะว่าเรามีเคล็ดลับในการดาวน์โหลดไฟล์ โดยใช้ Netscape 4.0 มาเปิดเผยให้คุณทราบ! ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ลงความเห็นว่า เหตุผลของการสะดุดชะงักระหว่างที่กำลังดาวน์โหลด ข้อมูลอยู่นั้น เป็นเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้อยู่มีความเร็วมากเกินไป ถ้าคุณเคยดาวน์ โหลดไฟล์มาได้ 90% แล้วพบว่าสายหลุดไปละก็ ไม่ต้องเกาหัวหรอกนะครับ เพราะว่าเบราส์ เซอร์รุ่นใหม่ อย่าง Netscape 4.0 ยินยอมให้คุณเลือก Abort Download แล้วทำการดาวน์โหลด ต่อเนื่องได้ในภายหลัง เหตุผลที่ทำเช่นนี้ได้ก็เพราะว่าเบราส์เซอร์ได้ทำบันทึกไฟล์บางส่วนที่ ดาวน์โหลดมาได้แล้วเอาไว้ในแคช (Cache) ของมัน, ส่วนวิธีการที่จะใช้ในการดาวน์โหลดไฟล์ ต่อเนื่อง ก็เพียงแค่ให้คุณคลิ๊กที่ลิ้งค์ตัวเดิม (ก่อนที่สายจะหลุดไป) แต่สำหรับเคล็ดลับอันนี้จะ ใช้ได้กับเฉพาะ Netscape 4.0 ขึ้นไปเท่านั้น ผู้ใช้ IE 4.0 หมดสิทธิ์ แต่ก็อย่าเพิ่งหมดหวังไปครับ เพราะว่ามียูทิลิตี้ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Jackhammer (สร้างสรรค์โดย Sausage Software ราคา ประมาณ $25) สามารถช่วยทำให้ผู้ใช้งาน IE4.0 ดาวน์โหลดไฟล์ต่อเนื่องได้ในลักษณะเช่น เดียวกันกับ Netscape 4.0 เทคนิคที่กล่าวมาในข้อนี้ก็สามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการ ที่จะต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นดาวน์โหลดไฟล์ใหม่ ทุกครั้งที่สายหลุด ไปได้มากเลยทีเดียว
17) เก็บบันทึกข้อมูลจากเว็บไซท์ไว้ในแคช (Cache)
คุณทราบหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่คุณเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซท์แต่ละแห่ง ทุกสิ่งที่คุณเห็นบนเบราส์ เซอร์นั้นมันจะถูกจัดเก็บไว้ในอาร์ทดิสก์ (ในส่วนที่เป็นแคช) ด้วย ดังนั้นคุณจึงสามารถพลิก ดูหน้าของเว็บเพจกลับไปมาได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณแวะกลับไปเยี่ยมชมที่เว็บไซท์ใดบ่อย ๆ (ยกตัวอย่างเช่นที่เว็บไซท์ของ PC World Onlie) คุณก็ควรจะเพิ่มจำนวนพื้นที่ของแคชในอาร์ท ดิสก์ให้มากขึ้น สักประมาณ 10 เมกกะไบต์ เพื่อเพิ่มความเร็วในการดูเว็บเพจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่บนฮาร์ทดิสก์ที่คุณมีเหลืออยู่) สำหรับวิธีการในการเพิ่มพื้นที่ของ แคชนั้น ทำได้โดย: ผู้ใช้ Internet Explorer 3.x ให้คลิ๊กที่ View, Options จากนั้นเลือก Advanced และใส่จำนวนขนาดของแคชตามที่ต้องการ สำหรับผู้ใช้ Netscape 3.x ให้คลิ๊กที่ Options, Network Preferences จากนั้นเลือก Cache และคลิ๊กที่ Clear Disk Cache Now
18) ลบข้อมูลที่เก็บไว้ในแคชออกไปเสียบ้าง
ถ้าหากคุณไม่มีพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์มากพอที่จะเพิ่มขนาดของแคชได้ละก็ พื้นที่ของแคชก็มี โอกาสจะเต็มได้เร็ว ดังนั้นคุณจึงควรจะลบข้อมูลที่อยู่ในแคชออกไปเสียบ้าง ถ้าไม่เช่นนั้น เบราส์เซอร์ของคุณก็อาจจะสำลักข้อมูลได้ (อาการสำลักข้อมูลนี้สังเกตุดู ง่าย ๆ ก็คือเมื่อคุณ กลับไปเยี่ยมเว็บไซท์ที่คุณมักจะไปบ่อย ๆ แล้วพบว่าเบราส์เซอร์ทำงานได้ช้าลง ทั้งนี้ก็เพราะ มันมัวแต่ไปค้นหาข้อมูลเดิม ๆ ที่เก็บอยู่ในแคชนั่นเอง) วิธีแก้ไขอาการดังกล่าวนี้สามารถทำ ได้โดย: ผู้ใช้ Internet Explorer 3.x ให้คุณคลิ๊กที่ Options, และเลือก Options อีกครั้งหนึ่งจาก นั้นให้คลิ๊กไปที่ Advanced, Settings แล้วคลิ๊กที่ Empty Floder, สำหรับผู้ใช้ Netscape 3.x ให้ คลิ๊กที่ Options, Network Preferences จากนั้นคลิ๊กที่ Chache แล้วเลือก Clear Disk Chache Now.
19) หาโปรแกรมที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสรร ระบบแคช มาช่วยเพิ่มความเร็ว
อีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มความเร็วให้กับการท่องอินเตอร์เน็ทก็คือให้คุณลองนำโปรแกรมที่ทำหน้า ที่เกี่ยวกับการจัดสรรระบบแคช มาใช้ โดยการแทนที่แคชของเบราส์เซอร์ ด้วยโปรแกรม PeakJet ของ PeakSoft ราคาประมาณ $30, คุณอาจจะเพิ่มความเร็วให้กับเบราส์เซอร์ของ คุณได้ ในระหว่างที่คุณกำลังอ่านข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บเพจ เจ้าโปรแกรม PeakJet ก็จะทำหน้า ที่ในการดาวน์โหลดเว็บเพ็จหน้าต่อไป ที่มันคิดว่าคุณจะต้องอ่าน มาเก็บไว้ในแคช ให้เองโดย อัตโนมัติ เตรียมพร้อมไว้รอให้คุณได้อ่านอย่างรวดเร็ว (PeakJet จะใช้เทคนิคตรวจสอบการ อ้างถึงเว็บเพจโดยลิงค์ทุกลิ้งค์ที่อยู่ในหน้าเว็บเพจที่คุณกำลังอ่านอยู่) แต่มีข้อแม้ว่า เครื่อง คอมพิวเตอร์ที่คุณใช้งานอยู่จะต้องเป็นรุ่นที่มีความเร็ว 100 MHz ขึ้นไปและมีหน่วยความจำ (RAM) อย่างน้อย 32MB แต่ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ก็ยิ่งเป็นการดี สำหรับการทำงานของโปรแกรม PeakJet นี้
20) บำรุงรักษาและจัดสรรพื้นที่ใช้งานบนฮาร์ดดิสก์ของคุณเสียบ้าง
เพื่อให้แน่ใจได้ว่าพื้นที่สำหรับแคช บนฮาร์ดดิสก์ของคุณอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมที่ จะใช้งาน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (ดาวน์โหลดได้รวดเร็ว) คุณควรที่จะทำการ Defragment ฮาร์ดดิสก์ของคุณอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะมีผลทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่กระจัดกระ จายโดยทั่วไปในฮาร์ดดิสก์ของคุณกลับมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ทำให้สามารถค้นหาข้อ มูลต่าง ๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น (วิธีการทำ Defragment สามารถทำได้โดย: คลิ๊กที่ปุ่ม Start, Programs จากนั้นเลือก Accessories แล้วเลือก System Tools, คลิ๊กที่ Disk Defragmenter) และเพื่อจะ ให้ฮาร์ดดิสก์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดไป ขอแนะนำให้คุณทำการ Defragment อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
21) ใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการเชื่อมต่อกับศูนย์บริการให้ถูกต้อง
ถ้าโมเด็มของคุณมักจะเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้ช้ามาก และความเร็วที่ใช้ในการเชื่อมต่อ ก็น้อยกว่าความเป็นจริง อย่างเช่น คุณใช้โมเด็มที่มีความเร็ว 33.6 kbps แต่เมื่อทำการเชื่อม ต่อสัญญาณแล้ว คุณกับพบว่า ความเร็วในการเชื่อมต่ออยู่ที่ 28.8 kbps หรือบางครั้งก็อาจจะ เป็น 14.4 kbps, 9600 kbps ละก็ คุณควรจะติดต่อสอบถามไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์ของคุณ (ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ไม่ใช่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ระวังจะสับสนกันนะครับ) สำหรับในบ้านเรา ก็คงจะต้องติดต่อไปที่องค์การโทรศัพท์ฯ เพื่อตรวจสอบว่าสายสัญญาณโทรศัพท์ของคุณมีปัญ หาอะไรหรือไม่ ในขณะเดียวกันคุณก็จะต้องทดลองฟังเสียงสัญญาณในโทรศัพท์ของคุณเอง ด้วยเช่นกันว่ามีเสียงรบกวนใด ๆ หรือไม่ระหว่างที่ใช้โทรศัพท์ เมื่อคุณทำการตรวจสอบตามขั้น ตอนแรกนี้แล้วไม่พบว่ามีปํญหาใด ขั้นตอนต่อไปก็คือ คุณจะต้องสอบถามไปยังผู้ให้บริการอิน เตอร์เน็ตของคุณ แต่คุณจะต้องแน่ใจด้วยว่า คุณได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ สำหรับการเชื่อมต่อ สัญญานนั้นถูกต้องแล้ว (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่จะแยกหมายเลขโทรศัพท์ไว้ตาม ความเร็วของโมเด็ม เช่นถ้าคุณใช้โมเด็มที่มีความเร็ว 56 kbps แต่คุณกลับไปใช้หมายเลข โทรศัพท์สำหรับ โมเด็มที่มีความเร็ว 33.6 kbps ละก็ จะต้องพบกับปัญหาอย่างแน่นอน
22) ค้นหาตัวการที่แท้จริง ที่ทำให้การท่องอินเตอร์เน็ตของคุณชักช้าอืดอาด
ถ้าคุณต้องการทราบอย่างแน่ชัดว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ทำให้การท่องอินเตอร์เน็ตของคุณล่าช้า ขอแนะนำให้คุณลองหาโปรแกรม Any Speed ของ PY-Software ราคา $19, Net.Medic ของ VitalSign Software ราคา $30 หรือ Quick Route ซึ่งอยู่ในชุดของอินเตอร์เน็ตยูทิลิตี้ Starfish ราคา $30 มาใช้ในการตรวจสอบหาตัวการที่แท้จริงดังกล่าว โดยโปรแกรมแต่ละตัวจะทำหน้า ที่ดังต่อไปนี้ Any Speed จะทำการเช็คระบบเครือข่ายแล้วแจ้งให้คุณทราบว่าเมื่อใดการเชื่อม ต่อสัญญาณจะเร็วที่สุด, Net.Medic จะทำการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุว่าการล่าช้าเกิดจากจุดใด โมเด็มของคุณ, เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ, ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของคุณ หรือว่าเซริฟเวอร์ ของเว็บไซท์ที่คุณเข้าไปเยี่ยมชมอยู่นั้น กันแน่ที่เป็นตัวการ จากนั้นก็จะแสดงผลให้ทราบพร้อม กับให้คำแนะนำเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหา อย่างเช่นถ้าสาเหตุมาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ของคุณ โปรแกรม Net.Medic ก็จะส่งอีเมล์ไปแจ้งให้ผู้ดูแลระบบทราบถึงอาการและสาเหตุของ ความล่าช้า เป็นต้น ส่วนตัวสุดท้ายคือ QuickRoute จะแสดงกราฟให้คุณทราบถึงสถานะการ ทำงานอย่างคร่าว ๆ ให้คุณได้ทราบ
23) ค้นหาตัวการที่แท้จริง (ภาคที่ 2 แนะนำของฟรี)
หากคุณต้องการทราบสาเหตุของความล่าช้า ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่คุณไม่ต้องการเสียเงิน เพื่อซื้อโปรแกรมมาใช้งานละก็ ขอแนะนำให้คุณรู้จักกับเครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่างง่าย ๆ และอยู่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด และทำสำคัญก็คือ ฟรี! เพระว่ามันมีอยู่ในดอส (DOS) ของระบบ ปฏิบัติการวินโดว์ 95 ระหว่างที่คุณกำลังออนไลน์อยู่นั้น ให้คุณออกไปที่ดอสโหมด (MS-DOS prompt), ให้คุณพิมพ์คำว่า TRACERT ตามด้วยที่อยู่ URL ของเว็บไซท์ใดก็ได้ที่คุณต้องการ เช่น C:\WINDOS>TRACERT http://www.microsoft.com จากนั้นกดปุ่ม Enter รอสักครู่หนึ่ง คุณก็จะได้พบกับข้อความที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ เวลาที่ใช้ในการติดต่อ, ชื่อเว็บไซท์, หมายเลขแอดเดรสของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) และจำนวนจุดเชื่อมต่อต่อสำหรับการส่ง ผ่านข้อมูล (Data Hops) เป็นต้น
24) รู้ว่าเมื่อใดควรตอบปฏิเสธ
ในบางครั้งหนทางที่จะเอาชนะความยุ่งเหยิงและวุ่นวายบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้น ก็ไม่จำ เป็นที่จะต้องไปสู้รบตบมือกับมัน อย่างเช่นในช่วงวันที่หรือสัปดาห์ที่ ทางไมโครซอฟท์ ออก เบราส์เซอร์เวอร์ชั่นใหม่ออกมา ในช่วงเวลานั้นไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะต้องรีบไปแย่ง กันดาวน์โหลดมาใช้ ในทางตรงกันข้าม คุณควรที่จะหลีกเลี่ยงจากความวุ่นวายบนโลกอิน เตอร์เน็ทแล้วกลับไปทำสิ่งที่ดีที่สุด
แล้วตอนนี้ที่สถานีอนามัยใชระบบอินเตอรืเน้ตไรสายจะต้องทำอย่างไรถึงจะเร้วขึ้นครับ