การทำบุญคือไม่โลภ ไม่หวังในบุญ ไม่ผูกพันในบุญ แต่ให้ด้วยความผ่องใส เสียสละ ละการยึดมั่นถือมั่น ละความตระหนี่ และไม่สนใจผลภายหน้านั่นถึงจะได้บุญใหญ่

ท่านอาจารย์ฝั้น  อาจาโร ได้กล่าวสอนเอาไว้ว่า ลักษณะของบุญคือ ใจเราดี  ใจเรามีความสุข   ใจเรามีความสบายเย็นอกเย็นใจ  ไม่ทุกข์ร้อน ไม่วุ่นวาย นี่แหละบุญ

บุญคือของวิเศษที่เรารู้วิธีทำเกี่ยวกับคุณภาพของจิตใจ  เป็นพลังฝ่ายดี มีผลข้ามภพข้ามชาติ ทุกอย่างที่เราทำที่เป็นสิ่งดีๆได้บุญหมด เช่นการให้ทรัพย์  การนั่งสมาธิ เป็นต้น

หลักของการทำบุญเรียกว่ากริยาวัตถุมี 10 ประการดังนี้

1. ทานมัย  คือบุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน เช่นการถวายปัจจัยแก่พระภิกษุ  การบูชาคุณพ่อแม่  หรือให้แก่คนที่ตกทุกข์ได้ยาก

2.สีลมัย  คือบุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล 5

3.ภาวนามัย  คือบุญสำเร็จด้วยการอบรมจิตให้เป็นกุศล เช่นการนั่งสมาธิ ทำใจให้สงบ อันนี้ช่วยได้เยอะ

4.อปจายนมัย  คือบุญสำเร็จด้วยการประพฤติ อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่

5.ปัตติทานมัย คือบุญสำเร็จด้วยการบอกแบ่งส่วนบุญ  การกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญแก่ผู้ตายและเทวดา และให้บอกแม่ธรณีด้วย และใจต้องเป็นสมาธิ เหมือนส่ง EMAIL ในปัจจุบัน

6. ธัมมัสสวนมัย คือบุญสำเร็จด้วยการฟังธรรมเทศนา ตามกาลเวลาที่สมควร

7. ทิฏฐุชุกัมม์ คือบุญสำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ตรงต่อคลองธรรม เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว   การไม่คดโกงใคร

8.เวยยาวัจจมัย คือบุญสำเร็จด้วยการช่วยทำกิจชอบแก่ผู้อื่น  ด้วยกำลังกาย  ทรัพย์  ปัญญา

9.ปัตตานุโมทนามัย  คือบุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ

10.ธัมมเทาสนามัย คือบุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม ฟังการแสดงธรรม  การฟังสอนธรรมวินัย การฟังบรรยายธรรม

การทำบุญไม่ใช่ของยาก และไม่ได้จำกัดแค่การทำทาน แม้แต่การนึกถึงความดีที่ทำไว้ก็ได้บุญ   การอุทิศให้คนอื่น การช่วยเหลือผู้อื่น การฟังธรรมก็ได้บุญ

การทำบุญให้ได้บุญ ให้หมั่นปฏิบัติทางใจ ยึดหลักการทำดี  ทำใจให้ผ่องใส  หลีกเลี่ยงความชั่วทั้งปวง  หัดมีเมตตา  การเจริญแผ่เมตตา ฝึกวินัยให้ตนเอง  จิตใจสงบ สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน บุญก็จะคุ้มรักษาเรา