ต้องขออภัยหากการประสานงานติดต่อ ผิดพลาดหรือมีช่องว่างประการไหน ตาหยูขออภัยด้วยครับ

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ของที่แห่งหนึ่งในเมืองไทย

วันอาทิตย์ 13 พ.ค.50 เวลาประมาณ 10.00 โมง บริเวณหน้าร้านโดนัทเป้าหมาย หน้าโรงหนังสยาม ใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS สยามสแควร์
ท่ามกลางผู้คนอันแสนจะวุ่นวาย สาวน้อยชาวยะลาน้องมะปรางเปรี้ยว ซึ่งแสน(สาม)หวาน ใส่เสื้อชมพูกางเกงยีนต์ ได้เดินทำตัวกลมกลืนกับ วัยรุ่นวัยทีนที่ได้มาเดินเล่นและพบป่ะกัน
และช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คุณดิเรกหนุ่ม มาดเข้ม(อย่างอื่นก็เข้มด้วยครับ อิอิ) ชาวพัทลุง ซึ่งได้เห็นน้องมะปรางแล้ว แต่ก็มิกล้าเฉียดกายเข้าใกล้ ด้วยความตะลึงต่อความงาม หรือความไม่แน่ใจต่อประการทั้งปวง


เวลา 10.30.48 โมง ตาหยู สวมเสี้อลายขวางกางเกงขาสั้น 5ส่วนใน8ส่วน(จะเข้าใจกันมั้ยเนี้ย 555) มาพร้อมว่าที่ ผบ.ทบ. เดินทางมาถึง บริเวณหน้าร้านโดนัส สายตาก็มองหา น้องมะปรางที่เคยบอกว่าสูงเท่าต้นมะปราง
และแล้วสายตาของตาหยูก็พลันไปพบกับ ผู้หญิงคนหนึ่งถือกระเป๋ายักษ์น้อย (สามารถใส่ข้าวปลาอาหาร เครื่องสำอาง คอมพิวเตอร์ และอื่นๆอีกมากมาย) ก็กล่าวทักทาย "น้องปรางหรือเปล่าครับ"
ผู้ได้รับการทักทาย ชุดเสื้อชมพู ก็ใช้สายตาเพิ่งพินิจพิจารณาในใจว่า "นี่หรือตาหยู" พร้อมกล่าวออกไปว่า "ค่ะ"
และเสี้ยววินาทีนี่เอง คุณดิเรก ก็เข้ามาทักทายด้วยเช่นกัน
เมื่อตาหยู ได้พบกับ น้องมะปราง กับคุณดิเรก ก็เอยขึ้นว่า "พอทราบมั้ยครับ ห้องน้ำไปทางไหน" น้องมะปรางได้ยินเช่นนั้น ก็รีบส่งสายตาให้คุณดิเรกเป็นผู้ตอบทันที


ระหว่างที่ตาหยู เสร็จธุระแล้ว ใช้เวลาที่รอผู้สาวที่ติดตามยังมิเสร็จธุระ ก็แวะไปดูเยาวชนของชาติกำลังเล่นเกมภาพ มีโทรศัพท์ดังขึ้น มีเสียงตามสายว่า"ตาหยูหรือเปล่าค่ะ นี่ราณี(อ.ราณีแห่งเมืองพิษณุโลก)กำลังเดินทางไปนะค่ะ อาจไปถึงช้าหน่อย "
เมื่อวางสายไปก็เดินกลับไปหาน้องมะปราง และชักชวนให้ น้องมะปราง และคุณดิเรก เข้าไปนั่งพักคุยกันในร้านโดนัท


ภายในร้านโดนัท ซึ่งมีผู้คน ไม่ต่ำกว่า 25 คน บนพื้นที่ ประมาณ 50 ตารางเมตร ทั้ง 4 คนได้หาทำเลที่นั่งโดยเลือกนั่งขวางประตูหน้าทันที ด้วยเหตุผลคือ ที่นั่งว่าง


การพูดคุยพบปะกันครั้งแรก ของกัลยาณมิตร G2K ส่วนใหญ่ก็คือ มะปราง ไปทำอะไรที่หาดใหญ่ ซึ่งก็ได้คำตอบจากมะปรางคือ
ไปทำงานระบบ โปรแกรม ให้ GotoKnow.Org และว่าจะไปเรียนต่อด้วย เมื่อตาหยูและคุณดิเรกได้ยินแล้วกันหันมามองกันแบบคิดในใจเหมือนกัน "มีเพียง2เหตุผล แล้วเหตุผลที่3ไปไหน"

ไม่นานนัก คุณน้องปิยะ หรือน้องเอ ชาวเมืองหาดใหญ่ ก็ได้ปรากฏกายขึ้น น้องปิยะเป็นรุ่นน้องของมะปราง เป็นกลุ่มในชมรมเดียวกันตอนเรียนที่ มอ. เข้ามาทักทายแบบหน้าตาตื่นผู้คนอยู่บ้าง
ระหว่างนั้น คุณดิเรกได้ซักถามน้องมะปรางว่า "พูดสำเนียงทองแดงได้ป่ะ " มะปรางตอบว่า"ได้แต่ทองเหลืองค่ะ"
ตาหยูได้แต่ทำหน้างง จึงถามคุณดิเรกว่า"ทำไมถึงต้องเรียกว่าทองแดงละครับ" คุณดิเรกก็บอกว่า"ผมไม่แน่ใจครับ ให้คุณเม้งมาช่วยตอบดีกว่าครับ"(คุณเม้งอ่านแล้วบอกด้วยนะครับ)

หลังจากที่ทักทายอีกนิดหน่อย ทั้ง 5 คนได้เห็น สตรีอันสง่างามในชุดเขียวเข้ม เปิดประตูเข้ามา พร้อมทักทายทุกคน "สวัสดีค่ะ" และนั่นก็คือ อ.ราณี นั่นเอง
อ.ราณี ใช้เวลาเดินทางผ่าวิกฤตมลพิษ และการจราจรนิดหน่อย

เมื่อได้ครบ 6 คน การเจรจาพูดคุย เรื่องใหญ่ระดับประเทศก็ได้เกิดขึ้นทันที นั่นคือเรื่อง อาหารกลางวัน
ซึ่ง ก็มีความคิดที่ได้หลากหลาย ปัจจัยซับซ้อน เปิดประเด็นกันพอสมควร จึงได้ความเห็นไม่ลงรอยแต่เหมือนกันคือ เดินข้ามไป กินใน สยามพารากอน
เมื่อเดินถึง ศูนย์อาหาร (ยังคิดเลยว่าเมื่อไรจะถึงหนึ่งอาหารบ้าง) ก็จับจองที่นั่ง ทันที ได้ที่นั่ง 6 ที่ขวางทางอีกแล้ว ด้วยเหตุผลเดิม คือ ที่นั่งว่าง
และก็ได้แยกย้ายกันไปหาอาหารการกินกันเอง
ตาหยูและผู้สาวติดตาม ได้มะตะปะและอาหารอิตาเลี่ยน
น้องเอ ปิยะ ได้ข้าวอะไรไม่รู้ (เดินกลับมาที่โต๊ะ น้องเค้าทานไปแล้วเกือบหมด)
น้องมะปราง ได้ข้าว คั่วกลิ้งหมู น้ำพริกกระปิ แกงจืดมะระ พร้อมทั้ง ส้มตำไทยเผ็ดปานกลางอีก 1 จาน
อ.ราณี ได้ขนมปังใส่ถุง และน้ำ 1 ขวด
คุณดิเรก ได้ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล(ท่าทางเผ็ดมาก)

 

ในบรรยากาศการกินเป็นด้วยความเรียบง่าย บรรยากาศการคุย ซึ่งก็เป็นไปด้วยเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเรื่องเหล่ากัลยาณมิตร
ซึ่งทั้งนี้ อ.ราณีได้บอกว่า"อ.ลูกหว้า คุยเก่งนะค่ะ" พร้อมทั้งเสียงในใจที่ตามมา"น่าจัดให้ อ.ลูกหว้ากับตาหยู คุยกันแบบมวยรุ่นไฟล์เวท 4 ยก"

จนเวลาเกือบบ่าย คุณดิเรกก็ได้บอกกับทุกคนว่า"ต้องกลับไปเข้าเวร" และประโยคนี้เองน้องมะปรางคิดในใจว่า"เวรที่ทำงานหรือที่บ้านกันเนี้ย"
ก่อนที่คุณดิเรกจะกลับ ก็ได้ถ่ายรูปหมู่กันเล็กน้อย และคุณดิเรก ก็แยกตัวจากไป พร้อมกับมีเสียงในใจจากสาวบางคน"แล้วเจอกันใหม่นะคะคุณดิเรก"


ทันทีที่คุณดิเรก ลับสายตา ทั้ง 5 คนที่เหลือ ก็ต่างขยับตัวเข้าห้องน้ำทันควัน

หลังจากนั้น ทั้ง 5 คน ก็ได้เดินชมร้านค้า ในสยามพารากอน ซึ่งก็ดูเหมือนน้องมะปรางและน้องปิยะ จะดูคุ้นทาง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตาหยูแล้ว ไม่ค่อยจะคุ้ยเคยกับห้างพอควร ระหว่างเดินนั้นตาหยูก็ได้โทรศัพท์ถามการไปเป็นผู้ปกครอง ของลูก กับครูอ้อย

และก็ได้ไปถึงจุดแสดงนิทรรศการ ของสมเด็จฯพระพี่นางฯ ซึ่ง อ.ราณีมีความสนใจเป็นพิเศษ และทั้ง5ก็ได้เข้าร่วมชมภาพยนตร์ เกี่ยวกับ สมเด็จฯพระพี่นางฯ
ในระหว่างชมนั้น ก็มีโทรศัพท์ของตาหยูสั่น ซึ่งก็ปรากฏหมายเลขของพี่หนิง แต่ด้วยความที่อยู่ในห้องร่วมกัน ตาหยูจึงมิกล้ารับสาย
เมื่อจากการชมแล้ว พบว่าแบตโทรศัพท์อ่อนล้ามาก แสดงอาการกำลังไฟน้อยมากจนแทบจะไม่แสดงเลย จึงทำให้ตาหยูไม่ได้โทรกลับหาพี่หนิงได้ทันที

หลังจากชมนิทรรศการแล้ว เสียงท้องของใครใน 5 คนนี้ดังประสานเสียงกับผู้คนรอบข้าง จนเดินกลับไปศูนย์อาหารอีกครั้ง และทุกคนก็ได้นั่งในร้านไอศครีมเจ้าดัง สีแดง
อ.ราณีสั่งไอศครีมถ้วยกลาง น้องปิยะสั่งไอศครีมเรือกล้วย น้องมะปรางบอกว่ากินไอศครีมไม่ค่อยเป็น เลยสั่งน้ำโกโก้ ส่วนตาหยูไม่ขอสั่งแต่แย่งทานจากผู้ติดตาม

หลังจากทานเสร็จ น้องมะปรางหยิบแบงค์พัน อ.ราณีหยิบแบงค์ห้าร้อย ส่วนตาหยูหาเหรียญบาทออกมานับ พร้อมทั้งเอยปากว่า "ไอศครีมผมขอเลี้ยงเองครับ ถ้าได้ไปหาดใหญ่ก็ขอให้น้องมะปรางหรือน้องเอ(ปิยะ)เลี้ยงด้วย ถ้าไปพิษณุโลก ก็ขอให้อ.ราณีเลี้ยงด้วย"
เมื่อ อ.ราณี ฟังเสร็จก็กล่าวว่า "อ้าวจะเลี้ยงหรือค่ะ ไม่บอกก่อน จะได้สั่งเยอะกว่านี้" พร้อมกับเสียงของมะปราง"จริงด้วย"
หลังจากตาหยูเดินไปชำระเงินแล้ว ก็ได้ทักทาย พร้อมแยกย้ายกันกลับ โดยทุกคนก็จะกลับที่พัก เว้นน้องมะปราง  ที่มีนัดกับผู้ใดมิทราบได้ ส่วน อ.ราณีก็หายกลืนไปกับผู้คนหลากหลายหรูหราแห่งสยามพารากอน

14.56.02 บริเวณชั้น 1 สยามพารากอน หลายคนจะเห็นหญิงสาวใส่ชุดเสื้อชมพูนุ่งกางเกงยีนต์พร้อมถือกระเป๋าใบใหญ่ วิ่งหน้าตื่น พุ่งตรงไปยังห้องน้ำ

 

ต้องขออภัยหากการประสานงานติดต่อ ผิดพลาดหรือมีช่องว่างประการไหน ตาหยูขออภัยด้วยครับ