ป้าเจี๊ยบชอบดื่มชาค่ะ ดื่มอยู่หลายชนิดที่วางเรียงให้เห็นๆ ตอนนี้ก็ไม่ต่ำกว่าสิบ มีทั้งซื้อเองและคนใกล้ชิดซื้อมาฝาก แต่ก็พบรักใหม่อีกจนได้ที่อิสตันบูลค่ะ
ระหว่างที่เดินไปไหนๆ ในเมืองนี้ ป้าเจี๊ยบสังเกตเห็นว่าบรรดาชายตุรกีตัวใหญ่มือใหญ่ถือถ้วยแก้วใบจิ๊ดเดียว จิบน้ำสีแดงๆ กันทั่วเมือง อะไรหว่า..
พอรู้ว่าเป็นชาก็อยากชิมขึ้นมาทันที โชคเข้าข้างค่ะ ได้ชิมฟรีด้วย เพราะ ผศ.รัตนา เกษมสวัสดิ์ เพื่อนคู่หูในการเดินตลาด Kapali Çarsi แหล่งชอปปิ้งภายในอาคารขนาดยักษ์ อยากซื้อถ้วยชาตุรกีเป็นที่ระลึกสักชุดค่ะ พากันเดินเลือกดูหลายร้านจนในที่สุดเธอก็ชอบชุด 6 ใบที่อยู่ในร้านหนึ่ง
หลังจากตกลงใจซื้อและรอการบรรจุหีบห่อ ป้าเจี๊ยบถือโอกาสคุยกับเจ้าของร้านหนุ่มหล่อชื่อ Atila เกี่ยวกับชาตุรกี เธอใจดีสั่งชาจากร้านที่อยู่ไม่ไกลนักมาให้ชิม เธอสั่งโดยทางโทรศัพท์ที่ใช้สื่อสารภายในตลาดค่ะ
ครู่เดียว บริกรชาซึ่งเรียกกันว่า Çayci (ออกเสียงว่า ชา-ยี-จี) ก็ยกถาดที่มีแก้วทรงดอกทิวลิปบรรจุน้ำสีแดงเข้มเข้ามาเสริฟ ในจานรองมีน้ำตาลวางมาด้วย 2 ก้อน อะทีล่าหยิบน้ำตาล 1 ก้อนใส่ลงไป คนๆ แล้วบอกให้ป้าเจี๊ยบดื่ม แต่ก่อนจะดื่มป้าเจี๊ยบขอให้คู่หูถ่ายภาพป้าเจี๊ยบกับเจ้าภาพให้หน่อย ตั้งใจจะเทียบให้เห็นขนาดของถ้วยชากับคนค่ะ ถ้วยเล็กจริงๆ
พอยกแก้วขึ้นจะจิบ กลิ่นหอมแตะจมูกก่อนเลยค่ะ จากนั้นลิ้นก็สัมผัสความขมก่อนแล้วตามมาด้วยรสหวานนิดๆ รสชาเข้มมากกว่าชาทุกชนิดที่เคยดื่มมา หนุ่มตุรกีเจ้าภาพบอกว่าวันหนึ่งๆ เธอดื่มชาแบบนี้ประมาณยี่สิบกว่าแก้ว!
แม้ว่ากาแฟของตุรกีจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากกว่า แต่เครื่องดื่มประจำชาติของตุรกีคือชาค่ะ ดื่มกันทั้งวัน ไม่ว่าเช้า กลางวันหรือเย็น ก่อนอาหารหรือหลังอาหาร
ภาษาตุรกีเรียกชาว่า Çay ค่ะ ออกเสียง ‘ชา-ยี’ เวลาพูดตามปกติจะได้ยินเป็น ‘ชัย’
ชายอดฮิตของตุรกีคือชาดำ (Black tea) แบบที่ป้าเจี๊ยบชิม สีแดงเข้มไม่ดำเหมือนกับชื่อ รองลงมาคือชาแอปเปิ้ล (Apple tea) ซึ่งคนเมืองนี้เรียกว่า Elma çay และอันนี้แหละค่ะที่ป้าเจี๊ยบตกหลุมรัก ชาผลไม้ไร้คาเฟอีน รสเปรี้ยวกลมกล่อม ถูกใจมากๆ เป็นชาผงสำเร็จรูปนะคะ ไม่ใช่ชาใบ น้ำชาชนิดนี้เป็นสีเหลืองทองค่ะ
ถ้วยชาตุรกีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่ะ จะใช้ถ้วยชาที่ทำจากแก้วเท่านั้น และต้องมีรูปร่างคล้ายดอกทิวลิปเหมือนกันหมด สูงแค่ประมาณ 10 เซนติเมตร อาจจะมีหูเล็กๆ ไว้ให้จับหรือไม่มีก็ได้ ตอนที่ป้าเจี๊ยบซื้อกะบับที่จตุรัสตักซิม กุ๊กกะบับก็สั่งชาจากชายีจีที่เดินบริการอยู่แถวนั้นมาดื่มค่ะ ถ้วยนั้นมีหูจับด้วย พ่อคนนี้บอกว่าดื่มวันละเกือบยี่สิบแก้วเหมือนกัน
เครื่องปรุงที่ใช้ในการดื่มชาดำมีเพียงน้ำตาลแบบก้อนสี่เหลี่ยมเท่านั้น ไม่ใส่นมหรือมะนาวโดยเด็ดขาด ชาวตุรกีบางคนใช้วิธีอมน้ำตาลไว้ใต้ลิ้นเพียง 1 ก้อนต่อการดื่มชาหลายสิบแก้ว ซึ่งวิธีการดื่มแบบนี้มีชื่อเรียกว่า Kitlama çay
ศิลปะการชงชาของชาวตุรกีก็ไม่เหมือนใครในโลกอีกเช่นกันค่ะ ชาตุรกีใช้ชงด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Samovar ซึ่งเป็นกาน้ำชาแบบพิเศษที่ประกอบด้วยส่วนทำความร้อนโดยการใส่ถ่านไว้ด้านล่าง ส่วนบนเป็นที่สำหรับใส่น้ำและใบชา
สองวันก่อนป้าเจี๊ยบดูหนังเรื่อง The Net 2.0 ในยูบีซี เป็นฉากในอิสตันบูลทั้งหมด มีตอนหนึ่งเห็นชายตุรกีแบกซาโมวาร์เดินเร่ขายชาไปตามถนนด้วยค่ะ แต่ตอนที่ตัวเองไป เห็นแต่ซาโมวาร์ตั้งอยู่ในร้าน ถ้วยชาจะยกไปบริการลูกค้าตามที่ต่างๆโดยชายีจีค่ะ
ชาที่ชงแบบนี้ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีค่ะ พอได้แล้วต้องดื่มภายในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะหลังจากนั้นก็จะไม่ได้รสชาติที่ดีของชา การชงด้วยซาโมวาร์จะให้ชาที่มีความเข้มข้นมาก ดังนั้นจึงใช้วิธีการเติมน้ำร้อนเพื่อให้มีความเข้มข้นตามระดับที่ต้องการค่ะ เวลาสั่งชาแบบเจือจางก็บอกว่า Acik çay ถ้าชอบแบบเข้มข้นก็สั่งว่า Koya çay ถึงจะเขียนยังงั้น แต่คำแรกออกเสียงว่า อา-ชัก-ชา-ยี และคำหลัง โกห์-ยู-ชา-ยี ถ้าป้าเจี๊ยบหูไม่เพี้ยนจนเกินไป..
คนตุรกีเค้ารับประกันว่าชาที่นี่ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ เลยทุกขั้นตอนการผลิต นับตั้งแต่การปลูกไปจนถึงกระบวนการผลิต และมีคาเฟอีนในระดับต่ำมาก ดื่มแล้วจะสุขภาพดีกว่าชาอื่นๆ ในโลก ป้าเจี๊ยบไม่รู้ว่านี่ราคาคุยหรือเปล่า?
แต่ป้าเจี๊ยบชอบรสชาติที่ไม่เหมือนใครของชาตุรกีค่ะ อยากซื้อกลับมาจิบที่บ้าน ครั้นนึกถึงวิธีการชงเพื่อให้ได้รสชาติแท้ๆ แล้ว ก็ต้องทำใจเพราะไร้อุปกรณ์ชงชา
ส่วนชาแอปเปิ้ลที่ตกหลุมรักนั้น ป้าเจี๊ยบอดใจไม่ได้ต้องซื้อแบบที่ขายนักท่องเที่ยวมาชุดหนึ่งค่ะ มีแก้วทิวลิป 2 ใบ พร้อมชาผงสำเร็จรูป 1 กล่องเล็ก ราคา 2.5 ยูเอสดอลล่าร์ ป้าเจี๊ยบเห็นว่าชากล่องเล็กไปหน่อย เลยซื้อ Elma çay ถุงใหญ่แบบครึ่งกิโลกรัมเพิ่มมาด้วย
กลับมาชงชาแอปเปิ้ลใส่แก้วทิวลิปเลี้ยงอาจารย์เอื้อง ออฟฟิศเมท อย่างที่เล่าไว้ในตอนชมดอกชมพูพันธ์ทิพย์ร่วงนั่นแหละค่ะ เธอบ่นว่า “ชอบจังเลยพี่ ถ้าหมดแล้ว จะหากินได้ที่ไหนล่ะนี่“
อืม...ก็นั่นน่ะสิ?!?
สวัสดีค่ะ
ชอบชาเหมือนกัน แต่ซื้อชาแอปเปิ้ลได้ที่ไหนคะ ในประเทศเรา
สวัสดีครับป้าเจี๊ยบ
ขอบคุณครับ...ที่นำของแปลกๆมาเล่าสู่กันชม
สงสัยจัง : )
คำว่า chai tea ของอินเดีย คงมาจากคำเดียวกับ Çay?
(ออกเสียง ‘ชา-ยี’ เวลาพูดตามปกติจะได้ยินเป็น ‘ชัย’)
ถ้วยชาสวยมากๆ เลยค่ะ
ป้าเจี๊ยบ เล่าเรื่องได้ละเอียดและมีรูปประกอบสวยงามมากเลยค่ะ อ่านแล้วได้บรรยากาศ แม้จะไม่ใช่นักกินชาก็ตาม
ขอบคุณมากค่ะที่นำประสบการณ์มาฝาก..
ชอบรูบป้าเจี๊ยบรับไมตรีหนุ่มตุรกี
แฮ่ม น่ารัก ดี
รูปอี่นๆก็ยอดเยี่ยมค่ะ
คุณ sasinanda คะ
สวัสดีค่ะ คุณ สะ-มะ-นึ-กะ ขอบคุณมากที่แวะมาทักทาย
คุณ โอ๋-อโณ ขา
คุณ มัทนา ขา
สวัสดีค่ะ คุณ กมลวัลย์ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
สวัสดีค่ะ พญ รวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล ขอบคุณนะคะที่ชอบรูปที่นำมาประกอบเรื่อง อยากชวนให้แวะไปดูรูปในบันทึกอื่นๆ ด้วยค่ะ
Wow !
มีรูปคู่กับชายหนุ่มด้วย
น่ารักจังเลยค่ะ ^^
ตอนนี้อยู่ที่อิสตันบูลค่ะ ได้ลองไปดื่มชาร้านหนึ่ง มีวิวสวยมาก แต่ชาที่ดื่มเป็นชาดำ ทีป้าเจี๊ยบบอกค่ะ พึ่งรู้นะเนี่ยว่าชาตุรกีมีสีแดงแต่เรียกว่าชาดำ วันหลังจะลองชาแอปเปิลค่ะ แต่หนุ่มตุรกีแต่ละคน หน้าตาดีมากมาก ใช่ไหมค่ะป้าเจี๊ยบ
สวัสดีค่ะ พอดี search วิธีการทำชาแอ๊ปเปิ้ล แบบใช้แอ๊ปเปิ้ลจริงๆๆในการทำอ่ะค่ะ
แต่หาไม่ได้เลย มาเจอแวปนี้แล้วเห็นว่ามีชาแอ๊ปเปิงสำเร็จรูป
แบบว่าน่ากินมากๆๆๆ ตอนนี้บ้าชาแอ๊ปเปิ้ลขั้นรุนแรงอ่ะค่ะ
ถ้าใครอยากลองแก้ขัดก็ลองไปสั่งวื้อ จาก bon cafe ได้ค่ะ ส้มสั่งมา 3 กระป๋อง
แต่ชอบแบบเย็นนะค่ะ แก้ขัดไปก่อน อิๆๆ
แต่ระวังอ้วนนะค่ะ
แต่แบบของคุณป้าเจี๊ยบน่าทานมากๆๆใครมีที่ซื้อในไทยรบกวนบอกมั้งนะค่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ
HAVE A NICE LONG WEEKEND KA