พอได้ติดตามละครเกาหลีเรื่อง แดจังกึม ไปนานๆ ก็เกิดคำถามขึ้นในใจ (ตามประสากองเชียร์นางเอก) ว่า จังกึม กับ กึมยอง ใครเก่งกว่ากัน  
 
ถ้าไปถาม มึนจุงโฮ (พระเอก?) ก็แน่นอนว่าต้องตอบอย่างไม่ลังเลว่าจังกึมเก่งกว่าและสวยกว่าด้วย เข้าตำราความรักทำให้คนตาบอด แต่ถ้าถามผู้ติดตามละครหลายๆวัย กลับได้คำตอบแบบลังเล ลังเล ไม่แน่ใจว่าใครเก่งกว่าใคร ???
   เก่งคนละแบบ ..จังกึมช่างคิด ชอบคิดทำเรื่องใหม่ๆ ค้นคว้า ทดลอง เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญ เป็นคนที่ดวงดีอย่างหาใครเปรียบไม่ได้  ไม่ว่าจะตกระกำลำบากอย่างไรก็ตามเป็นต้องมีเหตุให้รอดได้ทุกครั้งไป   ส่วนกึมยองนั้นล่ะ แสนชาญฉลาด รู้จักนำความคิด ความรู้มาประยุกต์ใช้เป็นของตัวเอง และมีการวางแผนในการทำภาระกิจให้บรรลุเป้าหมาย  สามารถฉกฉวยโอกาสสร้างผลงานให้ตนเองได้อย่างดี  ตัวอย่างของความเก่งของทั้งสองคนก็เป็นตอนต้นๆเรื่อง สมัยกึมยองยังไม่ถูกแนวคิดของตระกูลแช ที่มีแต่ความโลภหลงในอำนาจ ลาภยศ เข้าครอบงำ ตอนนั้นจังกึมคิดหมักซี่อิ๊วแล้วใส่ถ่านลงไปเพื่อไม่ให้มีกลิ่นเหม็น กึมยองมาเห็นเข้าก็ชื่นชมในความคิดของจังกึม และได้ความรู้ว่าถ่านช่วยดูดกลิ่นได้  จนเมื่อมีเหตุการณ์ที่พระธิดาไม่ยอมเสวยข้าว ทำอาหารพิเศษอย่างไรก็ยังไม่ทรงเสวย เนื่องจากข้าวมีกลิ่นเหม็นอับ กึมยองนำถ่านไปใส่ไว้ในถังข้าว ก่อนจะนำข้าวนั้นมาต้มเป็นข้าวต้มให้พระธิดาเสวย ผลคือพระธิดายอมเสวย เมื่อมีการเฉลยความรู้ในครั้งนั้น กึมยองก็ตอบว่าใส่ถ่านลงไปดูดกลิ่นเหม็นในข้าวสารก่อน  ตอนนั้นถ้าจำได้จะเห็นจังกึมทำสีหน้าตกใจ และคงจะเสียดายที่ความรู้ที่ตัวเองค้นพบแท้ๆ แต่กลับให้คนอื่นเอาไปประยุกต์ใช้ได้
   น่าเสียดายที่มาถึงตอนนี้ คนทั้งสองกลายเป็นคนละฝ่ายกันเสียแล้ว นี่ถ้าทั้งสองคนมาร่วมมือร่วมใจกัน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คนหนึ่งคิดค้นคว้า คนหนึ่งนำมาประยุกต์ใช้ ในการปรุงอาหาร  ไม่อยากจะคิดเลยว่าอาหารแต่ละมื้อจะเป็นอาหารที่สุดยอดทั้งความเลิศรส และมีคุณค่าขนาดไหน
    เปรียบเสมือนกับการทำงานร่วมกันในองค์กร ถ้าทุกคนดึงความรู้ความสามารถของตนเองออกมาได้  มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ องค์กรนั้นย่อมพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้ในไม่ช้า...