หลังจากที่เตรียมเอกสารใบรับรองการทำงาน  passport  รูปถ่าย  นัดสัมภาษณ์  เรียบร้อยแล้ว 

เราต้องเข้าไปกรอกแบบฟอร์ม ทั้งหมด 2 แบบฟอร์ม  คือ

1. DS-156 ใน web  https://evisaforms.state.gov/ds156.asp  เมื่อกรอกทุกอย่างอย่างรอบคอบแล้ว  ให้กด Continue  หลังจากนั้นจะมี Barcord เกิดขึ้น  ให้ทำการ Save file นี้ไว้แล้วทำการ Print  แบบฟอร์มนั้นออกมาเพื่อติดรูปและลงลายมือชื่อในหน้าที่ 2

2. DS-157 ใน web  http://www.state.gov/documents/organization/79964.pdf  เมื่อกรอกทุกอย่างอย่างรอบคอบแล้ว    ให้ทำการ Save file นี้ไว้แล้วทำการ Print  แบบฟอร์มนั้นออกมา

จากนั้นให้ไปซื้อ PIN เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าเป็นเงิน 100$  ที่ไปรษณีย์  (คิดเป็นเงินไทยก็แล้วแต่ว่าค่าเงินช่วงนั้นจะเป็นเท่าไหร่นะคะ)  ส่วนนี้ก็ไม่ยากค่ะ  ไปถึงไปรษณีย์ก็บอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อ PIN จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า  แล้วเจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกข้อมูลคือชื่อที่ตรงกับ Passport และ Passport No.(ห้ามผิดนะคะ  ตรวจให้ดีก่อนออกจากไปรษณีย์เพราะถ้าผิดจะใช้ไม่ได้เลย  แถมไม่ได้เงินคืนด้วยค่ะ)

หลังจากนั้นก็รอให้ถึงวันนัดค่ะ (นำเอกสารที่เตรียมมาไปให้ครบนะคะ ทั้งแบบฟอร์มที่ Print ออกมาด้วย แล้วก็อย่าลืม! ใบเสร็จที่จ่ายค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าด้วยนะคะ สำคัญมาก)

เมื่อถึงวันนัดควรเดินทางไปถึงสถานฑูตก่อนเวลานัดประมาณ 1 ชั่วโมงอย่างน้อย  แต่ไปเช้าจะได้เปรียบค่ะ  ไปก่อนได้สัมภาษณ์ก่อน

เมื่อถึงสถานฑูตอเมริกา  เจ้าหน้าที่จะให้ทุกท่านปิดโทรศัพท์มือถือและฝากไว้ที่รปภ.  พร้อมกับตรวจวัตถุต้องสงสัยในตัวในกระเป๋า

เมื่อผ่านด่านนี้แล้วก็เข้ไปที่โต๊ะตรวจเอกสาร  โดยจะมีเจ้าหน้าที่เสื้อสีแดงคอยดูเอกสารต่างๆของเราว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่  กรอกข้อมูลถูกหรือเปล่า  พร้อมดูรูปว่าใช้ได้มั้ย  ถ้ารูปใช้ไม่ได้ต้องออกจากสถานฑูตเพื่อไปทำการถ่ายรูปใหม่(ไม่ต้องตกใจนะคะ  เพราะตึกกลต.ด้านข้างสถานฑูตมีร้านถ่ายรูปทำวีซ่าโดยเฉพาะ  ง่ายและเร็ว ราคา 150 บาท)

หลังจากที่ตรวจสอบเอกสารแล้วนั้น  เจ้าหน้าที่จะให้แบบฟอร์มเล็กๆที่ใช้กรอกชื่อ ที่อยู่และหมายเลขหนังสือเดินทาง เพื่อส่งเอกสารหนังสือเดินทางกลับมาให้เรา 

เมื่อกรอกเสร็จแล้วก็นำแบบฟอร์มนี้พร้อมเงินอีกคนละ 55 บาท  เดินไปที่ช่องส่งไปรษณีย์  เพื่อซื้อซองไปรษณีย์  แล้วจ่าหน้าถึงตัวท่านเอง  นำซองที่เขียนเสร็จแล้วเดินไปต่อคิวยื่นเอกสารที่ช่องหมายเลข 1, 2 หรือ 3 (ส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะสอบถามเรานิดหน่อยเป็นภาษาไทยว่าจะไปไหน  เพื่ออะไร  จะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ)

จากนั้นจะได้หมายเลขลำดับในการเข้าสัมภาษณ์  (ช่วงนี้จะรอนานหน่อยเพราะทางสถานฑูตใช้วิธีสุ่ม  ขึ้นอยู่กับว่าเอกสารของเราจะไปตกที่ช่องสัมภาษณ์ไหน  ถ้าช่องนั้นเร็วเราก็ได้สัมภาษณ์เร็ว...สรุปคือรอ)

ในการรอสามารถเข้าไปนั่งรอด้านในได้เลย  เพราะเป็นห้องแอร์  ไม่ร้อน  มีโทรทัศน์ให้ดูด้วย  ห้องน้ำก็อยู่ด้านใน  แต่ใครอยากนั่งรอด้านนอกตรงตรวจเอกสารก็ได้นะคะ  อันนี้แล้วแต่สะดวกค่ะ

พอถึงลำดับขอเราในการสัมภาษณ์  เจ้าหน้าที่จะเรียกให้เราเดินไปในช่องนั้น แล้วถามเป็นภาษาอังกฤษ 2-3 ประโยค  ประมาณว่าไปไหน  ไปทำอะไร  ทำอาชีพอะไร ประมาณนี้ค่ะ  ไม่สำคัญมากนัก  ส่วนนักเรียนนักศึกษาเค้าก็จะถ้าเกี่ยวกับเรื่องที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่จะไปอยู่ 

อ้อ...ลืมบอกไปนิดนึงค่ะ  ใครเป็นข้าราชการถ้าทำหนังสือมาจากกระทรวงต่างประเทศจะดีมาก  จะสะดวกหลายอย่าง  คือ เค้าจะไม่ถ้าอะไรมากเลย 

พอสัมภาษณ์เสร็จ  เค้าจะให้เราประทับลายนิ้วมือทั้ง 2 ข้าง  โดยจะใช้นิ้วชี้นะคะ 

ถ้ากระบวนการทั้งหมดไม่มีอะไรผิดพลาด  อีกประมาณ 3 วัน  รอรับเอกสารตามที่อยู่ที่เราจ่าหน้าซองจดหมายได้เยค่ะ

แต่ถ้าใครไม่ผ่านสัมภาษณ์อีก 2 สัปดาห์ค่อยเริ่มนับ 1 ใหม่ค่ะ  คือต้องทำกระบวนการตั้งแต่นัดสัมภาษณ์ใหม่หมด  จ่ายค่าธรรมเนียมใหม่หมดเลยนะคะ 

หวังว่า บันทึกนี้คงเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน ไม่มากก็น้อยนะคะ

ขอให้ทุกท่านที่จะเดินทางไปขอวีซ่าไปอเมริกา  ได้วีซ่า 10 ปี up ทุกคนนะคะ