มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอกตลอดกาล ที่อยู่ในหัวใจของผมตลอด (คิดว่าคนอื่นๆ ที่เกิดทันมิตร ชัยบัญชาก็เช่นกัน ในโอกาสที่ได้ค้นเรื่องต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้ว คือ "เงิน เงิน เงิน" ผมจึงเอาประวัติสังเขปของ "มิตร ชัยบัญชา" มาฝากครับ

 

 

มิตร ชัยบัญชา

 
     
     

    มิตร ชัยบัญชา มีชื่อจริงว่า "พิเชษฐ์ พุ่มเหม" เกิดที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ชีวิตวัยเด็กใช้ชื่อว่า "บุญทิ้ง" เพราะถูกพ่อ-แม่ทิ้งให้อยู่กับปู่และย่า เป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อ-แม่แยกทางกัน เป็นเด็กวัดอยู่วัดท่ากระเทียม วัดสนามพราหมณ์ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดจันทร์ เมื่ออายุได้ ๘ ขวบ แม่จึงมารับตัวมาอยู่กรงเทพฯ ได้มาอยู่ที่ ถนนพระเนียง เขตป้อมปราบ และเข้าเรียนที่โรงเรียนไทยประสาท ถนนหลานหลวง

    ในปีพ.ศ. ๒๔๙๔ ได้เป็นแชมป์เปี้ยนมวยสากลนักเรียนสมัครเล่น ในรุ่นเฟเทอร์เวท และในปี๒๔๙๕ เป็นแชมป์ในรุ่นไลท์เวท สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนพอสมควร หลังจากจบ ม.๖  ก็ได้ไปเรียนต่อระดับเตรียมอุดม ที่ พระนครวิทยาลัย เรียนได้เพียง 1 ปีก็ลาออก เพื่อมาสมัครสอบเข้านักเรียนจ่าอากาศ เหล่า "ศิษย์การบิน" และก็ได้เป็นทหารตามต้องการ จนกระทั่งได้เป็นครูฝึกที่กองพันต่อสู้อากาศยาน ดอนเมือง ได้รับพระราชทานยศ "จ่าอากาศโท"

    ที่ดอนเมืองนี้เอง ก็มีเพื่อนรักคนหนึ่งอาสาที่จะนำรูปถ่ายของ "พิเชษฐ์"  ไปแนะนำให้ คุณกิ่งแก้ว แก้วประเสริฐ นักหนังสือพิมพ์ และพอต้นปี ๒๕๐๐ ก็ได้มีคนแนะนำคุณมิตรให้รู้จักกับคุณกิ่งแก้ว จนมีความสนิทสนมกัน หลังจากนั้นได้มีโอกาสพบกับคุณสุรัตน์ พุกกะเวส ผู้อำนวยการนิตยสารดาราไทย คุณสุรัตน์จึงได้พา "พิเชษฐ" ไปพบกับ คุณประทีบ โกมลภิส และคุณรังสรรค์ ตันติวงศ์ ที่โรงถ่ายศรีอยุธยา

    ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ คุณประทีปและคุณรังสรรค์ ได้มอบบท "ไวย ศักดา" พระเอกของเรื่อง "ชาติเสือ" จากบทประพันธ์ของ อรวรรณ และคุณประทีป ซึ่งเป็นผู้กำกับของเรื่องนี้ได้ตั้งชื่อให้ใหม่จาก "จ่าอากาศโทพิเชษฐ์ พุ่มเหม" เป็น "มิตร ชัยบัญชา"

    หนังที่ทำให้ชื่อของมิตร ชัยบัญชาเป็นที่รู้จักของประชาชนก็คือ บทของโรม ฤทธิไกร หรือ อินทรีแดง ในเรื่อง "จ้าวนักเลง" จากบทประพันธ์ของเศก ดุสิต

    ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ มิตร ได้จดทะเบียนสมรสอย่างเงียบๆ กับคุณ จารุวรรณ และในปี ๒๕๐๔ ก็มีลูกชาย ๑ คนคือต้น หรือ ยุทธนา แต่ชีวิตสมรสก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ต้องหย่ากันในที่สุด ก็คงเป็นเพราะคุณมิตร ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เวลาทั้งหมดในชีวิตนั้นคุณมิตรให้เป็นของชาวไทย

    ในปี ๒๕๐๔  มิตรได้แสดงภาพยนตร์คู่กับ "เพชรา เชาวราษฎร์" เป็นเรื่องแรกคือ "บันทึกรักพิมพ์ฉวี" และก็ได้แสดงภาพยนตร์คู่กันเป็นดาราคู่ขวัญร่วมงานกันตลอด จนแฟนๆ ภาพยนตร์เรียกว่า "มิตร-เพชรา" โดยได้แสดงหนังคู่กันประมาณ 200 เรื่อง ถึงแม้ในบทภาพยนตร์ จะเป็นคู่รักกันตลอด แต่ในชีวิตจริงของทั้งคู่นั้นจะโกรธกันอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งจะไม่พูดกันเลยเป็นเดือนๆ ทั้งๆ ที่แสดงหนังร่วมกันอยู่

 

     
   
  ภาพคุณมิตร กับ คุณเพชรา  

    ในปลายปี ๒๕๐๔ คุณมิตรประสบอุบัติเหตุ จาการเดินทางไปดูโลเกชั่นเพื่อถ่ายหนังเรื่อง "ทวนสุริยะ" ของปรีชา บุญยเกียรติ เป็นเหตุให้คุณมิตร สะบ้าแตก หน้าแข้งหัก กระโหลกศรีษะกลางหน้าผากเจาะ และฟันหน้าบิ่น และยังเป็นผลให้คุณปรีชา บุญยเกียรติ เสียชีวิต

    ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๖ คุณมิตรลาออกจาก กรมอากาศโยธิน กองทัพอากาศดอนเมือง อาชีพที่คุณมิตรรักที่สุด

    การทำงานของคุณมิตรนั้น ใน ๑ เดือน จะขอหยุดพัก ๑ วัน คือทุกวันที่ ๑๕ ของเดือน ดังนั้นใน ๑ ปี จะมีวันพักผ่อนเพียง ๑๒ วันเท่านั้น และในชีวิตจริงนั้นคุณ มิตรยังต้องทำตัวเป็นโสดเพื่อรักษาความนิยมของแฟนๆ

    ในปี ๒๕๐๘ คุณมิตร พร้อมกับคุณ พิศมัย วิไลศักดิ์ ได้รับพระราชทานรางวัลดาราทอง จากคุณสมบัติ ๔ ประการ คือ ศรัทธา หน้าที่ ไมตรี น้ำใจ และในปีนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการแห่งละโว้ภาพยนตร์ ได้สร้างภาพยนตร์มาตราฐาน ๓๕ ม.ม. ระบบซูเปอร์ซีเนสโคป สีอิสต์แมน เรื่อง เงิน เงิน เงินโดยมีพระเอกและนางเอกคือ คุณมิตรและเพชรา ร่วมด้วยคุณชรินทร์ นันทนาคร คู่กับคุณ สุมาลี ทองหล่อ ,คุณสุเทพ วงศ์กำแหง คู่กับ คุณ อรสา อิศสรางกูรฯ มี ๑๔ เพลงไพเราะจาก ๑๕ นักร้องดัง พร้อมดาราทั่วฟ้าเมืองไทยกว่า ๕๘ คน สามารถทำรายได้มากเป็นประวัติการณ์ ทำให้ในปี ๒๕๐๙ สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ ได้มอบโล่ห์รางวัลพระราชทานให้กับคุณมิตรและคุณเพชราในฐานะ ที่ภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงินทำรายได้สูงสุด

    หลังจากที่คุณมิตรแสดงภาพยนตร์และใช้ชื่อว่า "มิตร ชัยบัญชา" มาได้ ๑๐ ปี ดังนั้นในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๐ คุณมิตรจึงได้ขอเปลี่ยนนามสกุลที่อำเภอดุสิต ขอจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลว่า "ชัยบัญชา" ดังนั้นคุณมิตรจึงมีชื่อตามบัตรประชาชนใบใหม่ที่ออกให้เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๑๒ หมดอายุ วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๘ ว่า "พิเชษฐ์ ชัยบัญชา"

     ในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๑ คุณมิตร ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ในนามกลุ่มหนุ่มได้เบอร์ ๘๑ หาเสียงในเขตบางรัก ยานนาวา สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบ แต่ก็ไม่ได้รับเลือก ดังนั้น ในปี ๒๕๑๒ ก็ได้ลงสมัครอีกครั้งแต่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนคร ได้เบอร์ ๓๔ คู่กับ คุณปราโมทย์ คชสุนทร เบอร์ ๓๕ แต่ก็ไม่ได้รับเลือกอีก

     ในปี ๒๕๑๓ คุณมิตร ได้แสดงภาพยนตร์ร่วมกับคุณเพชรา อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง "มนต์รักลูกทุ่ง" ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ คุณมิตรรับบทเป็น "คล้าว"หนุ่มบ้านนาผู้ยากจน และเพชรา รับบทเป็น "ทองกวาว" ลูกสาวเศรษฐีในหมู่บ้าน เป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้พิสูจน์รักแท้ฝ่าฟันอุปสรรค์ต่างๆ และดำเนินเรื่องไปพร้อมกับเพลงลูกทุ่ง ถึง ๑๔ เพลง และ คุณมิตร ยังร้องเพลงลูกทุ่งประกอบ ๒ เพลง ปรากฏว่ามนต์รักลูกทุ่ง เป็นภาพยนตร์ที่ปลุกกระแสของ มิตร-เพชราอีกครั้ง และยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของภาพยนตร์ไทยฉายในกรุงเทพฯ นานถึง ๖ เดือน ทำรายได้มากกว่า ๖ ล้านบาท และทำให้เพลงทุกเพลงในภาพยนตร์ดัง และยังทำให้คนกรุงเทพฯ หันมาร้องเพลงลูกทุ่งกัน

     ในปี ๒๕๑๓ นี้ คุณมิตรยังมีโครงการที่จะสร้างโรงภาพยนตร์ชัยบัญชาที่เชิงสะพานผ่านฟ้า ตรงข้ามกับศาลาเฉลิมไทยได้กระทำพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว และในปีนี้ คุณมิตรยังได้แสดงภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่ฮ่องกง โดยแสดงร่วมกับ เดวิดเจียง, กว่างหลิง  และในปีนี้อีกเช่นกันคุณมิตร ก็ได้เริ่มโครงการสร้างภาพยนตร์ ของตนเองโดยทำหน้าที่ทั้งแสดงนำ และกำกับการแสดงเองเป็นเรื่องแรก ในเรื่อง"อินทรีย์ทอง" โดยจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของ อินทรีแดง หรือ โรม ฤทธิไกร ที่ต้องออกสืบหาอินทรีแดงตัวปลอม โดยมีผู้ร่วมแสดงคือ คุณเพชรา เชาวราษฎร์เป็น วาสนา แฟนของ โรม และ ครรชิต ขวัญประชา รับบทเป็น อินทรีแดงปลอม การถ่ายทำดำเนินมาด้วยดีจนถึงปลายเรื่องในฉากสุดท้าย ที่ต้องเข้าปราบปรามคนร้ายแล้วก็ต้องหนีตำรวจออกจากรังของคนร้ายนั้นโดยใช้ เฮลิคอปเตอร์ คุณมิตร ได้เลือกสถานที่ถ่ายทำที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี และตกลงการถ่ายทำฉากสุดท้ายของเรื่องในเช้าวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๓ เวลา ๙.๐๐ น.

     ฉากสุดท้ายนั้นคุณมิตร ได้ดัดแปลงจากบทประพันธ์เดิม โดยสมมุติว่า วาสนา(เพชรา) เป็นผู้ขับเฮลิคอปเตอร์มารับตัว โรม(อิทรีทอง) และคุณมิตรซึ่งรับบท โรม ฤทธิไกรนั้น จะต้องวิ่งหนีตำรวจมาโหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ที่บินมารับ แล้วปีนบันไดขึ้นไป กล้องก็จะตามเก็บภาพให้เห็นเฮลิคอปเตอร์พาอินทรีทองลับหายไป

      ในการถ่ายทำฉากนี้เพื่อความสมจริงคุณมิตร ตกลงว่าจะแสดงด้วยตัวเองเพื่อผู้ชมชาวไทยทุกๆ คน ในการถ่ายทำจริงคุณมิตรก็ได้วิ่งกระโดดเกาะบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ โดยมือซ้ายเกาะอยู่ที่ขั้นที่ 4 มือขวาอยู่ที่ขั้นที่ 3 และตามที่ได้ตกลงก่อนถ่ายทำว่า ถ้านักบินได้รู้สึกถึงแรงถ่วงที่บันไดให้นำเครื่องขึ้นได้ทันที ดังนั้นนักบินซึ่งจะมองไม่เห็นคุณมิตร ก็ได้นำเครื่องขึ้นทันที

     ด้วยแรงกระตุกของเครื่องยนตร์ ทำให้คุณมิตรข้อมือเคล็ด ไม่มีแรงปีนขึ้นบันได ทำให้ตัวต้องห้อยอยู่ที่บันได โดยมีแต่มือที่โหนอยู่เท่านั้น และเมื่อเครื่องขึ้น ก็มีทั้งแรงลมจากเฮลิคอบเตอร์ และแรงลมธรรมชาติ พัดให้คุณมิตร ปลิวอยู่กลางอากาศ และทำให้ข้อมือคุณมิตรหัก และไม่มีแรงโหนตัว และในจังหวะที่เครื่องเลี้ยวกลับ ทำให้มีแรงเหวี่ยงรุนแรงเป็นเหตุให้คุณมิตร ไม่สามารถที่จะโหนตัวต่อได้

     ร่างของคุณมิตร ลอยลงมาจากเฮลิคอปเตอร์กระแทกกับพื้นของ หาดดงตาล ทำให้คุณมิตรเสียชีวิตเกือบจะทันที

.....คุณมิตร ได้พักผ่อนอย่างสงบสุขแล้ว หลังจากที่ให้ความสุข สนุกสนานแก่ชาวไทยมาถึง ๑๓ ปี คุณมิตรเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๓ เวลา ๑๖.๑๓ น. อย่างไรก็ตามในหัวใจของชาวไทยยังคงมีดาราทองคนนี้ "มิตร ชัยบัญชา" อยู่ตลอดกาล

ที่มา : หนังสือวันมิตร ชัยบัญชา รำลึก ๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ มูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมถ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ

จาก http://www.geocities.com/Hollywood/Hills/4039/

หมายเหตุ มีเรื่องราวของ มิตร ชัยบัญชา จากวิกิพีเดีย เชิญติดตามได้ครับ