ที่เรียกว่าภาพนี้ขี้เกลือขึ้น ก็เพราะภาพเหล่านี้ถูกดองเค็มไว้ค่อนข้างนาน เนื่องจากถ่ายไว้ตั้งแต่วันที่  20 เมษายน 2550 เมื่อคราวขับรถไปเยี่ยมเพื่อนของคุณสมจิน ที่ป่วยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ก็เลยได้มีโอกาสพบปะเพื่อนๆบล็อกเกอร์หลายคน ซึ่งล้วนแต่เป็นหนึ่งในจำนวนเพื่อนบล็อกเกอร์ที่อยากพบ อยากรู้จัก มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง
    
     เช้าวันที่ 20 เมษายน ออกเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ ราวสัก 9 โมงเช้า พี่อ๋อย (พี่ชายของคุณสมจิน) แนะนำว่าให้เดินทางโดยใช้เส้นทางสายรอง คือไปทางอำเภอชุมแสง ผ่านบึงบอระเพ็ด เข้าอำเภอบึงสามพัน เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ แล้วตรงเข้าเมืองขอนแก่นได้เลย ซึ่งน่าจะเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางจากนครสวรรค์ไปยังจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสองเลน ถนนราดยางดีตลอดทาง มีขึ้นเขาก่อนถึงจังหวัดชัยภูมิบ้าง แต่ก็ไม่ได้สูงชันมากนัก มีรถวิ่งเส้นทางนี้บ้างไม่มากนัก ขับได้ค่อนข้างสบาย แวะกินก๋วยเตี๋ยวตอนเที่ยงครึ่งที่ชัยภูมิ แล้วไปถึงขอนแก่นราวสักบ่ายสามโมง ความที่ไม่เคยไปจังหวัดขอนแก่นมาก่อน จึงขับรถไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่ถูก ต้องใช้วิธีการจอดรถถามทางมาเรื่อยๆ แต่ในที่สุดก็มาถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้อย่างปลอดภัย   เข้าที่พักที่อาคารขวัญมอ ซึ่งเป็นโรงแรมภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น แวะเอาของไปเก็บจากนั้นจึงไปเยี่ยมเพื่อนของคุณสมจิน ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์
    
     จากนั้นผมจึงติดต่อไปยังคุณติ๋ว อาจารย์หมอสมบูรณ์และกะปุ๋ม  ซึ่งพวกเรานัดพบกันที่โรงอาหารของโรงพยาบาล ผมปล่อยให้คุณสมจินพูดคุยกับเพื่อนอย่างเต็มที่ พาเด็ก 2 คน คือเจ้าน้ำฟ้ากับน้ำฝน ให้ไปเล่นที่สนามเด็กเล่นของโรงพยาบาลซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงอาหาร โดยให้เจ้าน้ำฝนดูแลเจ้าน้ำฟ้า  ส่วนผมก็ถือโอกาสไปพบปะเพื่อนฝูง ที่แม้จะไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อนก็ตาม แต่ก็เหมือนกับเราสนิทกันมากพอสมควร ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย อาจารย์หมอสมบูรณ์และคุณติ๋ว รออยู่ข้างล่าง ส่วนกะปุ๋มจะตามมาสมทบภายหลัง  ผมกดลิฟท์ลงไปข้างล่าง โดยเชื่อมั่นว่า ผมน่าจะทักได้ไม่ผิดคน เนื่องจากภาพของอาจารย์หมอสมบูรณ์และคุณติ๋วในบล็อกของท่านทั้งสองยังคงอยู่ในความทรงจำ
    
     ก้าวย่างแรกที่เข้าไปในบริเวณโรงอาหาร อาจารย์หมอสมบูรณ์เป็นคนแรกที่ทักผมก่อน ว่า "คุณไมโต ใช่ไหมครับ"  แว๊บแรกที่คิด คืออาจารย์หมอสมบูรณ์ ไม่เหมือนกับภาพในบล็อกขณะที่นั่งจิบน้ำชานัก  ส่วนคุณติ๋วนั้น ถ้าให้ผมเอาภาพถ่ายคุณติ๋วในบล็อกมาด้วย ผมก็คงหาคุณติ๋วไม่เจอครับ เพราะหน้าตาของเธอไม่เหมือนกับในมโนภาพที่ผมคิดไว้นัก แต่จากการพูดคุยกันอย่างออกรส อาจารย์หมอสมบูรณ์เป็นคนที่สุภาพ อ่อนโยน เป็นผู้ใหญ่ใจดี น่าเคารพอย่างยิ่งยวดครับ ในขณะที่คุณติ๋วก็เป็นคนที่คุยสนุกอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่ง
   
    เราคุยกันกันอย่างสนุก จนกระทั่งกะปุ๋มมาถึง ไม่น่าเชื่อว่า กะปุ๋มกับคุณติ๋วก็ไม่เคยพบปะกันมาก่อน ที่ผ่านมาผมเข้าใจว่ากะปุ๋มกับคุณติ๋วรู้จักกันแล้วซะอีก  คุณติ๋วพยายามติดต่ออาจารย์แป๋ว แต่เนื่องจากอาจารย์แป๋วติดสอนนักศึกษาในตอนค่ำ และวันรุ่งขึ้นอีกทั้งเช้าและบ่าย ผมจึงได้มีโอกาสทักทายกับอาจารย์แป๋วเพียงทางโทรศัพท์
  
     เหมือนพวกเราคุยกันได้ไม่นาน เวลาช่างผ่านไปเร็วมาก กะปุ๋มกำลังจะไปออกกำลังกาย และมีนัดฝึกจิตในช่วงตอนค่ำ  ก่อนที่จะออกเดินทางไปเป็นวิทยากรบรรยายที่จังหวัดระยอง โดยต้องเดินทางในคืนนั้น
     
     เราคุยกันอยู่จนคุณสมจิน และเด็กๆ กลับลงมาจากตึก  มาร่วมแจมวงสนทนา นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเราคุยอะไรกันไปบ้าง รู้แต่ว่าเวลาแห่งความสุข สนุกสนานในการสนทนาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกะปุ๋มขอตัวกลับไปก่อน สักพักอาจารย์หมอสมบูรณ์ก็ขอตัวกลับไป ซึ่งตอนนั้นก็ใกล้ค่ำเต็มที แต่คุณติ๋ว คุณสมจิน เด็กๆ และผมก็ยังสนทนากันต่อไปจนมืด พวกเราถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนที่คุณติ๋วจะมาส่งเราที่รถ และอำลาจากกัน
   
  
      นับเป็นการพบปะแบบ F2F ครั้งแรกกับทีมบล็อกเกอร์ในดวงใจแห่งจังหวัดขอนแก่น น่าประทับใจจริงๆครับ จะน่าเสียดายก็ตรงที่ได้เพียงแค่ได้ยินเสียงอาจารย์แป๋วทางโทรศัพท์เท่านั้น ยังไม่มีโอกาสได้พบปะหน้าตากันจริงๆ......