“และพวกเขาได้เร่งเร้าเจ้า ให้มีการลงโทษ แตว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ.) นั้น จะไม่ทรงผิดสัญญาของพระองค์เป็นอันขาด และแท้จริง วันนั้น ณ ที่พระเจ้าของเจ้านั้น เท่ากับหนึ่งพันปี ตามที่พวกเจ้าคํานวณนับ (อัลกุรอาน 22: 47)

         ในปจจุบันนี้เรื่องสัมพันธภาพแห่งเวลาไดรบการพิสูจนทางวิทยาศาสตรแล้วจากทฤษฎีสมพันธภาพของ อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ในศตวรรษที่ 20 แตกอนนั้นมนุษยยังไม่รู้ว่าเวลามีมิตสมพันธภาพ สามารถเปลี่ยนแปลงตาม สภาพแวดล้อมได จนกระทั่งนักวิทยาศาสตรที่ยิ่งใหญอยางอัลเบิรต ไอน์สไตน์ ไดคนพบข้อพิสูจนเกี่ยวกับทฤษฎี สัมพันธภาพว่า เวลาขึ้นอยูกับมวลและความเร็ว ในประวัติศาสตรแห่งมนุษยชาติไม่มีใครสามารถสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ได้มาก่อน อย่างไรก็ตามอัลกุรอานไดกลาวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสมพันธภาพของเวลาในซูเราะฮ์ อัลฮัจญ ความวา  

และพวกเขาไดเร่งเร้าเจ้าใหมีการลงโทษ แตว่าอัลลอฮ (ซ.บ.) นั้น จะไม่ทรงผิดสัญญาของพระองค์เป็นอันขาด และแทจริง วันนั้น ณ ที่พระเจ้าของเจ้านั้น เท่ากับหนึ่งพันป ตามที่พวกเจ้าคํานวณนับ”   (อัลกุรอาน 22: 47)  

เวลาเป็นเรื่องที่ขึ้นอยูกับเงื่อนไขของผู้สงเกตทั้งสิน ขณะที่ชวงเวลาหนึ่งดูเหมือนว่าจะยาวนาน สําหรับคนคนหนึ่ง แต่กลับส้นสําหรับอีกคนหนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เราจงตองมีสิงที่บอกเวลา เช่น นาฬกา หรือปฏิทิน เราจะไม่สามารถตัดสินเกี่ยวกับเวลาไดอย่างเที่ยงตรงเลย ถาปราศจากสองสิ่งนี้  ซูเราะฮ อัซซัจญดะฮ พระองคทรงบริหารกิจการจากชั้นฟ้าสู่แผ่นดิน แลวมันจะขึ้นไปสูพระองคในวันหนึ่ง             ซึ่งกําหนดของมันเทากับหนึ่งพันปตามที่พวกเจ้านับ(อัลกุรอาน 32:5)  ซูเราะฮ อัลมะอาริจญ มาลาอิกะห์และอัรรูห (ญิบริล) จะขึ้นไปหาพระองค์ในวันหนึ่งซงกําหนดของมันเท่ากับห้าหมื่นป (ของโลกดุนยานี้)”  (อัลกุรอาน 70:4)

บางอายะฮในอัลกุรอาน บ่งบอกไวว่ามนุษยสามารถรับรูเวลาที่แตกต่างกัน บางครั้งมนุษยจะรู้สึกว่า ช่วงเวลาสั้นๆนนแสนยาวนาน ตวอย่างที่ดในเรื่องนี้ปรากฏอยูในอัลกุรอาน ซูเราะฮอัลมุอ์มินูน ความว่า  พระองค์ตรัสว่า พวกเจ้าพํานักอยูในแผ่นดินนี้เป็นจํานวนกี่ป พวกเขากล่าวตอบว่า เราพํานักอยูวันหนึ่งหรือส่วนหนึ่งของวัน ขอพระองคโปรดถามนักคํานวณที่เชี่ยวชาญเถิด พระองคตรัสว่า พวกเจ้ามิไดพํานักอยู เว้นแตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหากพวกเจ้ารู (อัลกุรอาน 23:112-114 ) การที่เรืองสัมพันธภาพของเวลามีกล่าวไวอย่างชัดเจนในอัลกุรอาน เป็นเวลา 14 ศตวรรษมาแล้วนั้น ยืนยันไดว่าเพราะอัลกุรอานเป็นวจนะของพระผูเปนเจ้า