ต่างคนต่างความคิด .. เคยมีคำว่าทุกคนต่างไม่ผิด เพราะความคิดเราต่างกัน หาข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติม จาก blog 95273

ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ  ปกาสก
เพราะรู้สึกว่าเขาคาดหวังบางอย่างจากมนุษย์มากเกินไป และคงหวังอะไรจากศาสนาอย่างแรงกล้า

ข้อมูลจาก http://www.mthai.com/webboard/5/74718.html โดยคุณ ปกาสก
หาข้อมูลนี้มาเพื่อประกอบ http://gotoknow.org/blog/onlythink/95273

       เจ้าชายสิทธิทัตถะ มองเห็นเทวทูตทั้ง ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย สมณะ ทรงสะท้อนพระทัยว่าทุกสิ่งอย่างในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง จึงทรงสละทุกสิ่งทางโลกที่พระบิดาทรงเตรียมไว้ ออกจากพระราชวังแสวงหาความสงบที่แท้จริงในป่า ละทิ้งสมบัติทางโลก ทรงหลี่กเลี่ยงกระบวนการแก่งแย่ง ทะเลาะเบาะแว้งอันเป็นสมบัติจอมปลอมทางโลกทุกประการ จนตรัสรู้สำเร็จเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาเอกในโลก ทรงเป็นต้นแบบในวิถีอริยะ ที่พระอรหันต์เจ้าปฏิบัติสืบทอดกันตลอดมา โดยเฉพาะวิถีแห่งความสันโดษที่พระมหากัสปะเถระปฏิบัติใช้รูปแบบการแสวงหาโมกขธรรมจากพระพุทธองค์ โดยมีวัตถุประสงค์ว่าจะเป็นตันติ ( แบบแผน ) ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ในป่า แก่พระภิกษุในรุ่นหลังต่อไป พระป่าจึงมีการสืบทอดวิถีชีวิตด้วยความสงบและสันโดษทั้งด้านกายภาพและจิตวิญญาณเป็นบรรทัดฐานตลอดมา ชาวบ้านจึงให้ความเคารพศรัทธาชีวิตพระป่าแบบนี้ตลอดมา
ในเมืองไทยเราก็มีการสืบทอดเจตนานี้มาเช่นกัน ที่ปรากฎชัดได้แก่ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ ได้ยึดถือธุดงควัตร มีวิถีสันโดษเรียบง่าย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายทั้งของบ้านเมืองและคณะสงฆ์ พระป่าจึงเป็นที่เคารพนับถือศรัทธาเลื่อมใสของชนทุกระดับชั้น พระอุดมการณ์เดียวกันและลูกศิษย์สายพระอาจารย์มั่นก็ปฏิบัติตนเช่นนั้น หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล, หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ,หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นต้น เป็นพระสงฆ์ที่เรากราบได้ โดยสนิทใจ จนบางทีท่านเหล่านี้ได้รับการเล่าลือว่าเป็นพระอริยะในขั้นต่างๆ ซึ่งท่านมิเคยกล่าวออกมาว่าบรรลุธรรมหรือไม่ แต่พวกเราก็ใช้การสังเกตุจากวัตรปฏิบัติของท่านเป็นการอนุมาณแทน
        แต่ปัจจุบันมีพระรูปหนึ่งเดิมชื่อพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน อยู่วัดป่าบ้านตาด อุดรธานีเป็นคนนิสัยนักเลงกริยาท่าทาง พูดจาโผงผาง มิได้สำรวมคำพูด ชอบฉันหมาก แสดงธรรมไม่มีขั้นตอนนึกจะพูดหรือกล่าวอะไรออกมาก็พูด ในคำเทศนาของพระรูปนี้มักมีคำหยาบปะปนเสมอ เรียกว่าถ้าขึ้นเน็ตก็ถูกลบแน่นอน เมื่อปี 40 ประเทศไทยประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจพระรูปได้ออกมามีบทบาทอย่างมากในการรณรงค์หาเงินเข้าไว้เป็นกองทุนสำรองของธนาคารชาติ ได้เดินทางไปเรี่ยไรเงินประชาชนในจังหวัดต่างๆ ได้เงินมากมายเป็นกอบเป็นกำในสายตาของท่าน แต่ในระดับประเทศก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่อมาออกมากล่าวหาร.ม.ตคลังในสมัยรัฐบาลชวน ในเรื่องเกี่ยวกับเงินผ้าป่า และเคลื่อนไหวอีกอย่างหนักในการออกพ.ร.บ สงฆ์ฉบับใหม่ ล่าสุดออกมาเคลื่อนประท้วงรัฐบาลและคณะสงฆ์กรณีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัตหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยทำตนเหมือนเจ้าของประเทศเสียเอง ไม่ฟังใคร เมื่อมีบุคคลคัดค้านกับข้อเสนอของท่านก็ออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง ผีเปรตผีบ้า เป็นคำที่หลุดออกมาเป็นประจำจนลูกศิษย์ต้องออกมาช่วยอธิบายว่า "ด่าด้วยเมตตา" ดูแล้วไม่สงบเหมือนวิถีอริยะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเรียบง่ายสันโดษเหมือนชีวตพระป่าตามแนวสายพระอาจารย์ที่เราเคารพนับถือบูชา ยิ่งการประกาศตนว่าเป็นอรหันต์ แม้ลูกศิษย์ใกล้อาจจะเชื่ออย่างสนิทใจก็ตาม แต่พวกชาวพุทธที่ชื่ออยู่ในศาสนาแห่งปํญญาพากันเคลือบแคลงสงสัยว่า "นี่หรือคือวิถีแห่งพระอรหันต์" ผู้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสทั้งปวง หรือเป็นเพียงการแอบอ้างโดยการใช้วิถีอริยะ+จริยวัตรของสายพระป่าที่ชาวบ้านนับถือมาใช้ อีกประการที่ชาวบ้านไม่กล้าฟันธงลงไปว่าพระรูปนี้ของแท้หรือของเทียม เพราะขาดการศึกษาในเรื่องพระพุทธศาสนาอย่างดีพอ ถึงเวลาแล้วรึยังที่ยังที่ชาวพุทธควรจะหันมาศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง จะได้ไม่ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อไป

ด้วยจิตคารวะ

โดย : ปกาสก
อีเมล์ : [email protected]
วันที่ : 2005-03-12 17:30:29 
 ข้อมูลจาก http://www.mthai.com/webboard/5/74718.html