ปวดหลัง (back pain)
| เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในเข้ารับการตรวจง ซึ่งถ้าเป็นแล้วก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน เช่น ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา และกลุ่มผู้สูงอายุก็พบได้ค่อนข้างมาก สาเหตุ กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ร่วมกับการใช้หลังที่ไม่ถูกต้องหรือใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป เช่น ท่านั่ง นอน ยืนไม่ดี หรือ อ้วน น้ำหนักมาก การบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อเอ็น พบจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ หมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท พบจากการยกน้ำหนักมากเกินไป มักมีอาการปวดหลัง ร้าวไปที่ขา การเสื่อมสภาพตามวัย อาการของโรค อาการปวดหลังแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ ปวดที่บริเวณหลังไม่มีจุดใดจุดหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการปวดจากพยาธิสภาพ หรือเป็นโรคจากอวัยวะอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกระดูกสันหลัง ปวดที่กระดูกสันหลังซึ่งอาจจะปวดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลัง เช่น อาจจะปวดตั้งแต่กระดูกคอ กระดูกสันหลังส่วนหน้าอกลงมาจนถึงกระดูกเอวลงมาถึงกระดูกก้นกบ เกิดจากมีพยาธิสภาพเนื่องจากกระดูกสันหลัง อาการเช่นนี้อาจจะปวดเฉพาะกระดูกสันหลังเท่านั้นเอง ไม่ปวดร้าวไปที่ใดที่หนึ่ง ทั้งนี้ พยาธิสภาพที่เกิดขึ้นไม่มีผลต่อระบบประสาทหรือเรียกว่าไขสันหลังยังไม่ถูกกระทบกระเทือน อาการปวดหลังซึ่งเกิดร่วมกับการมีอาการปวดเสียวตามประสาท โดยเฉพาะการปวดเสียวมาที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือว่าเสียวสองข้างอาจทำให้มีอาการชาขาไม่มีแรง ส่วนใหญ่พยาธิสภาพในกลุ่มนี้ค่อนข้างรุนแรง และมักพบว่ามีการคดหรือเบียดกับเส้นประสาท การวินิจฉัย ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังไม่รุนแรง การวินิจฉัยได้จากการซักถามประวัติอาการและจากการตรวจร่างกายทางกายภาพ จากการศึกษาวิจัยพบว่าร้อยละ 50 - 60 ของผู้ป่วยที่มาพบแพทยด้วยอาการปวดหลัง จะหายได้ภายใน 1 - 2 สัปดาห์ โดยทั่วไปถ้าอาการปวดหลังเป็นนานกว่า 4 สัปดาห์ การถ่ายภาพรังสีกระดูกสันหลังจะช่วยวินิจฉัยแยกโรคที่เป็นอันตรายได้ สำหรับการฉีดสีเข้าโพรงกระดูกสันหลัง หรือที่เรียกว่า myeography ใช้ในกรณีเพื่อวางแผนล่วงหน้าก่อนการรักษาโดยวิธีผ่าตัดผู้ป่วย หรือใช้ในรายที่มีปัญหาในการวินิจฉัยโรค |
| |
|
การรักษา 1. การนอนพัก โดยนอนหงายใช้หมอนรองใต้เข่า หรือนอนตะแคงงอเข่า กอดหมอนข้าง พบว่าไม่ควรนอนพักเกิน 2 วัน เพราะนอกจากไม่เกิดผลดีแล้ว พบว่าจะทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังได้ 2. ออกกำลังกาย แนะนำเมื่ออาการปวดหลังดีขึ้นแล้ว ให้ออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน ยาลดการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยลดปฏิกิริยาการอักเสบ และบรรเทาอาการปวดหลังได้มาก ปัจจุบันยาในกลุ่มนี้มีหลายชนิด บางชนิดอาจระคายต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารและทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง 3. กายภาพบำบัด โดยใช้ความร้อนและโปรแกรมเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและท้อง 4. การผ่าตัด ใช้ในกรณีหมอนรองกระดูกสันหลังเลื่อนกดทับเส้นประสาทที่ทำให้มีการขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีการอ่อนแรงของข้อเท้า หรือต้นขามาก ส่วนในกรณีโรคช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบ จะผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยมีอาการมาก รบกวนต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ข้อแนะนำบางประการ ท่านั่งของผู้บริหาร - ส่วนใหญ่เก้าอี้ส่วนใหญ่ของผู้บริหารจะเอนไปข้างหลังได้ จึงจำเป็นต้องก้มคออยู่เสมอ ทำให้เหมือนกับนอนหมอนสูง วิธีแก้ ควรให้พนักพิงสูงขึ้นไปจนรองรับศรีษะได้ และควรจะให้บริเวณต้นคอนูนกว่าส่วนอื่น เพื่อรองรับกระดูกต้นคอด้วย หรือมิฉะนั้นให้นั่งเก้าอี้ที่เอนไม่ได้จะดีกว่า ขณะนั่งขับรถยนต์ - ควรเลื่อนที่นั่งให้ใกล้พวงมาลัย เมื่อเวลาเหยียบครัชเต็มที่ เข่าควรสูงกว่าสะโพก ส่วนที่หลัง ควรมีหมอนรองถ้าที่นั่งลึกเกินไปและพนักพิงไม่ควรเอนเกิน 100 องศา ถ้าที่นั่งนุ่มและนั่งแล้วก้นจมลงในเบาะ ต้องมีเบาะเสริมก้นด้วย การเข้านั่งรถยนต์ - ให้เปิดประตู หันหลังให้เบาะนั่ง ลงนั่งตรงๆ แล้วจึงค่อยๆ หมุนตัวไปข้างหน้าพร้อมยกเท้าเข้ามาในรถทีละข้าง ส่วนการลงจากรถยนต์ ให้ทำย้อนทาง - ควรหันหลังใช้ก้นดัน ในกรณีที่ต้องการฉุดลาก ควรหันหลังให้วัตถุที่จะฉุดลาก |