วันนี้เป็นวันขึ้นบ้านใหม่ของ ๒ สามีภรรยา ฝ่ายสามีจบปริญญาเอก ทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมเรียกท่านว่า พี่อ้วน ฝ่ายภรรยาทำงานอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ ผมเรียกท่านว่า พี่ปลา

   บ้านที่ซื้อนั้นราคา ๒ ล้านเก้า ยังตกแต่งอีก เป็นบ้าน ๒ ชั้น ๒ ห้องนอน ๒ ห้องน้ำ เป็นบ้านที่น่าอยู่ แต่คิดว่าอันตรายสำหรับการอยู่ในเมืองเนื่องจากโจรผู้ร้ายมากเหลือเกิน รอบตัวบ้านจะมีหน้าต่างและประตูรับลม ถ่ายเทอากาศ แม้แต่ห้องน้ำ เมื่อเข้าไปยืน จะมีลมถ่ายเทมาทางช่องประตูทางฝาผนังห้อง แม้นไม่ติดแอร์ก็น่าจะไม่ร้อน

    งานนี้มีเพื่อนสมาชิก ญาติ พี่น้องมาร่วมแสดงความยินดีจำนวนหนึ่ง โดยมากจะเป็นฝ่าย มรภ.และญาติที่น้อง สิ่งที่นำมาเลี้ยงแขกมี ๑) โต๊ะจีน ๒) ของหวาน เป็นฝีมือของอาจารย์การอาหาร มรภ. ๓) ส้มเขียวหวาน ๔) ก๊วยเตี๋ยว นอกจากนั้นก็จะเป็นน้ำอัดลมและชาเขียว เรียกว่าแขกที่มาในงานกิน ดื่มกันไม่หวาดไม่ไหว สิ่งที่มองไม่เห็นเลยคือ เหล้าและเบียร์

   กรัชกายมีได้รับการติดต่อให้ไปทำหน้าที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ "พิธีกรพิธีกรรม" เมื่อเห็นว่าตนพอจะทำได้ก็รับปากไป เนื่องจากไม่ใช่สิ่งเสียหายอะไร :-)

   ๘ โมงเช้า พี่ปลามารับ รองคณบดีคณะวิทย์ ดร.เจ และกรัชกาย ไปบ้าน จากนั้นแขกต่างๆ ก็เริ่มทยอยกันมาเป็นลำดับ ประมาณ ๑๐ โมง ญาติที่สนิทและเพื่อนๆ รับประทานอาหารรองท้องกันก่อนนั้นคือก๊วยเตี๋ยว ส่วนกรัชกายยอมรับว่า หิวมากๆ เนื่องจากจะทานอาหารเช้าไม่เกิน ๘ โมงเช้า แต่วันนี้ไม่ได้เตรียม เพราะเข้าใจว่าน่าจะเริ่มพิธีในเวลา ๙ โมงเช้า เห็นพี่ปลามารับตั้งแต่ ๘ โมงเช้า เมื่อไปถึงบ้านก็กัดฟันทน แม้นใครจะชวนว่า ดื่มน้ำอัดลมไหม อยากดื่มเหมือนกัน แต่รู้สึกเกรงใจ "เอาเหอะ ตามอัธยาศัย" จวบจน ๑๐ โมง เห็นหลายๆ คนทานกันก็เลย ขอสักชามเถอะ แต่เป็นแบบแห้งนะ เกรงว่าพระจะมา ทันทีที่ดื่มน้ำแก้คอแห้งเสร็จหลังกินอาหารเส้นเสร็จ พระก็มาถึงพอดี ยอมรับว่ายังเผ็ดอยู่ แต่ก็ต้อง "อย่าแสดงอาการที่ไม่สุภาพต่อพระสงฆ์" เมื่อพระนั่งภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อย และแขกเหรื่อก็รีบดื่มน้ำมานั่งพร้อมกัน พิธีกรรมจึงเริ่มขึ้น ดังนี้

  1. เจ้าภาพจุดธูปเทียน หน้าโต๊ะหมู่บูชา (แต่พระขอให้ฝ่ายชายจุดธูป ๓ ดอก ฝ่ายหญิงจุดอีก ๓ ดอก ผมไม่มีเหตุผลในเรื่องนี้ แต่พระคุณเจ้าแนะนำว่า อธิษฐานจิตซะ)
  2. กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและอาราธนาศีล (พร้อมกัน)
  3. สมาทานศีล
  4. กล่าวคำอาราธนาพระปริตร
  5. ถวายข้าวพระพุทธและกล่าวคำถวายสังฆทานพร้อมกับประเคนอาหารถวายพระสงฆ์
  6. เมื่อพระฉันเสร็จ เก็บภาชนะต่างๆไปไว้ และนำไทยทาน ดอกไม้และซองบรรจุธนบัติ มาเรียงพร้อมกับให้ผู้มีเกียรติร่วมถวายโดยพร้อมเพรียงกัน
  7. พระภิกษุอนุโมทนาเป็นภาคภาษาไทยและกล่าวอนุโมทนาเป็นภาษาบาลี
  8. เมื่อพระขึ้น ยถา วาริวหา ปูราปริปูเรนฺติ สาครํ.... เจ้าภาพพร้อมด้วยแขกเหรื่อ กรวดน้ำรับพร ช่วงบท ชยนฺโต โพธิยา มูเล สกฺยานํ .... พระผู้เป็นหัวหน้า หยิบเครื่องเจิม ไปเจิมหน้าบ้าน เจ้าของบ้านถือขันน้ำมนต์ไปด้วย
  9. เมื่อพระให้พรเสร็จ แขกผู้มีเกียรติ กล่าวคำลาพระรัตนตรัยโดยพร้อมเพรียงกัน
  10. ส่งพระกลับวัด / รับประทานอาหารโดยพร้อมเพรียงกัน

หมายเหตุ ๑ : อันที่จริงเรื่องพิธีกรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเป็นผู้นำก็ได้ เพราะเจ้าบ้านทำได้ และถ้าไม่ได้ ในปัจจุบัน พระสงฆ์จะบอกให้ทำเอง

หมายเหตุ ๒ : คุณแม่ของพี่ปลา ดูท่าจะเป็นแม่ที่ใจดีมาก โดยสังเกตได้จากนัยที่ซ่อนเร้นทางดวงตา

   กรัชกายไม่ลืมขึ้นไปสำรวจบ้านและเก็บภาพไว้ เผื่อว่าจะสร้างบ้านอย่างนั้นสักหลัง หากไม่เสียชีวิตซะก่อน ฮาฮาฮา มรณนฺตํ ชีวิตํ