ผมได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งจากการเข้าร่วมการอบรม การประชุม ตลอดไปจนถึงการเป็นวิทยากรกระบวนการในการจัดอบรมประชุมต่างๆ ว่า "คนส่วนใหญ่เก่งในเรื่องของการแก้ไขปัญหา แต่ขาดพลังในการก้าวเดินไปข้างหน้า" อะไรคือที่มาของข้อสรุปที่ผมเจอ ลองอ่านดูนะครับ
เวลาที่มีการประชุมอภิปรายประเด็นอะไรสักอย่างหนึ่ง สิ่งที่ผมพบเจอคือ สมาชิกในกลุ่มพยายามที่จะหาคำตอบจากโจทย์ที่ผู้จัดจัดให้ แต่ส่วนใหญ่เมื่อมีข้อเสนอใดข้อเสนอหนึ่งเกิดขึ้นมา สมาชิกคนต่อไปมักจะเริ่มต่อด้วยการอภิปรายความคิดก่อนหน้านี้ และเสริมแต่งด้วยความคิดเห็นของตนเองลงไป และคนต่อๆ ไปก็ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนบางครั้งกลายเป็นออกนอกเรื่องและจบลงด้วยการหามติจากที่อภิปรายไป ซึ่งมักจะเจอข้อเสนอแนะเพียงข้อเดียว เนื่องจากข้อเสนออื่นๆ เป็นการเพิ่มเติมจากข้อแรก
ผมเลยสรุปว่า คนไทยส่วนใหญ่หาทางออกเก่งมากครับ ในทุกปัญหาเราสามารถหาทางออกได้เสมอ แต่ทางออกที่เราได้มักจะเป็นทางออกที่ซ้ำๆ และขาดการสร้างสรรค์ เราจึงมักจะเดินรอยเดิมเป็นประจำ
สาเหตุของสภาพดังกล่าวคือ เราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการระดมสมอง และเรามีขั้นตอนในการระดมสมองที่ไม่ถูกต้อง (เท่าที่ควรจะเป็น)
ทุกครั้งที่มีการอภิปรายกัน สมาชิกในการอภิปรายมักจะมุ่งในการหาคำตอบให้มีทิศทางเดียวกัน ใครที่คิดนอกกรอบแรกมักจะถูกมองว่า สร้างสรรค์เกินเหตุอีกแล้ว (อันนี้ในความหมายที่ไม่ใช่คำชมนะครับ)
ในทัศนะของผม ผมมองว่าบทบาทสำคัญที่จะทำให้เกิดการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ก็คือ ประธานหรือผู้นำการอภิปรายจะต้องคุมเกมได้ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายที่หลากหลาย และมีทัศนคติที่ดีต่อความหลากหลายด้วย
จริงๆ ในการอภิปรายมันมีแนวปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่คนทั่วไปมักจะไม่ดูแนวปฏิบัติดังกล่าว มักจะเลือกใช้วิธีที่ตนเองคุ้นเคย ซึ่งอันนี้ก็เป็นตัวบงบอกความไม่สร้างสรรค์แล้วล่ะครับ
การระดมความคิดเห็น แล้วสามารถนำเสนอทางเลือกที่หลายหลาย ถึงแม้ทางเลือกที่ถูกนำเสนอออกมานั้นจะไม่ดีเท่าทางเลือกที่มีคนเสนอมาก่อนหน้านั้น ไม่ใช่สิ่งผิดครับ เพราะนั่นมันเป็นการแสดงให้เห็นว่าที่ประชุมได้มองข้อมูลและทางเลือกที่รอบด้าน และการมองรอบด้านจะทำให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัญหาอีกอย่างที่สำหรับคนไทยคือ ความเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ชอบที่จะตามคนอื่นมากกว่า บางทีมีสิ่งดีๆ อยู่เยอะ เสียตรงที่ไม่กล้าบอกใครนั่นแหละครับ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมใช้กระบวนการทำ mind map กับผู้เข้าอบรม ปรากฏว่า mind map ของเขามีไม่กี่ก้าน
ผมยิ้มแล้วบอกถามว่า อภิปรายกันแล้วยัง
พวกเขาตอบว่า อภิปรายกันเรียบร้อยแล้ว
ผมก็ถามต่อว่า แล้วทำไมทางเลือกมันน้อยจัง
พวกเขาบอกว่า ก็คิดได้ดีที่สุดเท่านี้แหละอาจารย์
ผมก็เลยเปลี่ยนโจทย์ใหม่ว่า ช่วยคิดทางออกที่แย่ที่สุดให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ
แล้วการอภิปรายก็ออกรสออกชาดที่เดียวครับ
เป็นข้อความที่ดีมาก อาจารย์ให้แนวคิดที่ดี ยังไงซะหนูก็รู้ว่าอาจารย์ยังมีสิ่งที่ดีอีกมาก (ไม่ช้าหนูคงได้อ่านแน่ )ลูกศิษย์