ว่ากันเรื่องอาหารการกินก่อนลาจากบาหลีไปต่อที่จาการ์ตา ส่วนใหญ่แล้วเวลาไปต่างแดนปัญหาเรื่องอาหารมักจะมาเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะราคาเอย รสชาติเอย ที่ไม่ถูกลิ้นถูกปากกับเราซะเลย  แต่แหม! ไหนๆ ก็ลงเรือ(บิน) ไปแล้ว ก็ต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองจนได้ล่ะค่ะ ว่าแล้วก็ไปพินิจพิเคราะห์อาหารอินโดกันดีกว่า

          วันแรกอาศัยอาหารจากสนามบินเป็นหลัก หลังจัดการกับข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอยอำลาอาหารไทย ส่วนใหญ่แล้วที่สนามบินก็หนีไม่พ้นฟาสต์ฟู้ดค่ะ ไม่ว่าจะ McDonald, BurkerKing, KFC, Dunkin Donut ที่หากินได้ทั่วไป แต่หาที่ราคาแพงกว่านี้ได้ยากค่ะ...ได้โอกาสจับจ่ายสินค้าเกินราคาตั้งแต่วันแรกของการเดินทางเลย          สำหรับอาหารมื้อเช้าส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น Breakfast ของโรงแรม ไอ้จะถ่ายรูปมาประกอบก็เกรงใจ เพราะดูเป็นตัวประหลาดไปนิด เริ่มมื้อแรกที่คูตาเลยแล้วกันนะคะ เพราะเป้าหมายเราคือสรรหาอาหารพื้นเมืองที่ถูกใจที่สุด         

          Food Center ที่ตั้งอยู่ข้างๆ  Supernova ค่ะ ที่จอดรถกว้างขวาง แถมมีบิล print ออกมาให้เรียบร้อยอีกต่างหาก เราใช้บริการตั้ง 2 มื้อ เพราะสะดวก ใกล้ อาหารหลากหลาย แถมพนักงานขายน้ำที่ชื่อ Nurl สาว East of Java ขอร้องว่าถ้าอยู่คูตาให้แวะไปกินทุกครั้ง เพราะกำลังท้อง อยากเห็นหน้าบ่อยๆ อยากให้ลูกหน้าเหมือนเรา...ปลื้มค่ะ ปลื้ม อยู่เมืองไทยเพื่อนๆ บอกให้ไปไกลๆ ชั้นกลัวลูกหน้าตาเหมือนแก...อยากจะขอใบมรณบัตรแล้วไปแจ้งเกิดใหม่ในต่างแดนจริงๆ          

 
จานแรก Mie Goreng Special (7000) เป็นผัดหมี่เหลืองใส่หมู+ทะเล
น้ำผลไม้ปั่น Avocado+Apple+Chocolate(5000) รสชาติดีค่ะ Nurl เป็นคนทำให้
อีกจานเป็นของ Nurl ที่นั่งกินด้วยกัน Soto Ayum+Rice(7500)
และน้ำผลไม้รวม(2000)
สะเต๊ะอีก 1 จาน (5000)
   

          ต่อด้วยนี่เลยค่ะ มื้อเย็นที่หาดจิมบาราน ร้าน Pantai Sari Cafe  เสียดาย..กินคนเดียวของเหลือเพียบเลย  มีปลาย่างแร่เนื้อคลุกด้วยเครื่องเทศที่เข้ากันอย่างดี (55000) ไม่โรยแต่เกลือเหมือนบ้านเรา กับปลาหมึกย่างอีก 1 กก. (30000) แถมข้าว 1 กระจาด กับผักบุ้งแก้เลี่ยน น้ำขวดละ 5000 เบ็ดเสร็จ มื้อนี้หมดแค่ 95000 (380) นั่งรับลมที่โต๊ะติดทะเลอยู่คนเดียวกว่าชั่วโมง (ไม่มีใครมานั่งบังทิวทัศน์ให้เสียอารมณ์) ถูกมากๆ แค่ค่าบรรยากาศก็คุ้มแล้วค่ะ

 

วันแรกที่อูบูด ก็ไปเดินที่ตลาดแต่เช้าค่ะ
เผื่อจะเจออาหารถูกใจ แต่นี่ค่ะ
อาหารพื้นเมืองของชาวบาหลีเค้า
เจ้านี้คนเยอะมากๆ ต่อคิวกันยาวเชียวค่ะ
แต่เห็นแล้วก็ต้องขอบาย กลับไปหาอาหารเช้าที่โรงแรมดีกว่า
 

          หลังจากพลาดอาหารพื้นเมืองมื้อเช้ามาแล้ว เกิดเหตุบังเอิญให้ได้ไปลิ้มลอง "บุฟเฟต์ภูเขาไฟ" ร้าน Batur Sari ที่เรียกอย่างนี้เพราะเราจะไปนั่งกินอาหารพร้อมกับชมวิวภูเขาไฟและทะเลสาบบาเตอร์ ที่คินตามณีค่ะ บรรยากาศอย่างนี้หาไม่ได้ในเมืองไทยแน่นอน (เอ! บ้านเราแอบมีภูเขาไฟหรือเปล่าคะ) เปิดราคามาที่ 40000 (160บาท) เห็นบรรยากาศแล้วต่อไม่ลงค่ะ เลยหยิบผ้าเช็ดมือที่พนักงานมายื่นให้แล้วเข้าไปนั่งทันที กะจะนั่งชิดติดขอบวิวภูเขาไฟซะหน่อย ฝนดันตกเลยต้องเข้ามาแอบข้างใน แต่ก็ได้มุมดีให้ชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้ง

          ตกเย็นต้องเข้าไปดู Kecak Dance ในซอย Wedarl ที่เลยอูบูดพาเลซไปนิดเดียว ไปก่อนเวลาเริ่มหิวตะหงิดๆ เลยแวะเข้าไปในร้าน Warung Taman (แปลตามตัวว่า Restaurant Garden) หนีไม่พ้นพวกเส้นๆ ค่ะ สั่งอย่างอื่นกลัวกินไม่ได้ "Mie Panosit" อธิบายความว่า Wonton Noodle Soup with Pork, Shrimp & Vegetables (20000) ใครมีปัญหาเรื่องของกิน เห็นอะไรขึ้นต้นด้วย Mie ก็นึกถึงหมี่บ้านเราแหละค่ะ กินง่ายที่สุดแล้ว เครื่องดื่มก็สั่งตามโต๊ะข้างๆ ดูเหมือนจะแปลก แต่ไม่แปลกค่ะ "Susu Soda" เป็นน้ำโซดาเย็นๆ ในขวดแฟนต้าเสิร์ฟคู่กับนมข้น นึกถึงน้ำหวานโซดาบ้านเราเลย แต่เค้าใส่นมข้นอย่างเดียว พอได้มาก็รีบเทโซดาใส่ในแก้ว แล้วคนให้เข้ากันรสชาติแปลกๆ ดีค่ะ คนมุสลิมเค้าใช้ดื่มแทนเหล้าเวลาสังสรรค์ (สุราไม่ถือเป็นฮาลาลนะคะ)

          ต่อมาก็นี่เลย เดินผ่านมาหลายครั้งแล้ววันนี้จะเดินทางไปไกลเลยต้องหามื้อเช้าหนักๆ ท้องหน่อย ร้านสะเต๊ะในซอยเดียวกับ Sania's House ที่เดินทะลุไปตลาดอูบุด  ขอแนะนำเลยค่ะว่าอร่อยมาก ด้วยความอยากลองเลยสั่งทั้ง Soto Ayum (3000) กับ Sate Ayum (5000) มาลอง เค้าดันเสิร์ฟข้าวมาด้วย เพราะปกติเค้ากินกับข้าว เราเลยอึ้งต้องรับมาถ่ายรูปก่อนแล้วก็ส่งคืนค่ะ (อิ อิ) เอาไปเปลี่ยนเป็น Lontong(1000) มาลองซะหน่อย เป็นข้าวห่อใบต่อนึ่ง 3 ชม. ที่เห็นวางอยู่มุมขวามือในตู้โชว์หรือข้างๆ จานสะเต๊ะนั่นแหละค่ะ สีออกเขียวอ่อนๆ หอมกลิ่นใบตอง นุ่มกว่าข้าวสวยที่เค้ากินกันค่ะ ปกติกินคู่กัน เวลากินใช้ช้อนตักข้าวเอามาคลุกกับน้ำสะเต๊ะแล้วก็จัดการใส่ปากพร้อมสะเต๊ะเนื้อนุ่ม...อร่อยเหาะไปเลย

 
ข้าวสวยจานนี้รับมาถ่ายรูปด้วยเฉยๆ ค่ะ แล้วก็ส่งคืนเปลี่ยนเป็น Lontong ข้าวห่อใบตองที่หอมหวลชวนลอง
ขนาดปกติไม่กินข้าวเช้านะคะ กะว่ามาลองเฉยๆ ที่ไหนได้เผลอแป๊บเดียวหมดเกลี้ยงเลย
มื้อนี้หมดไป 95000 (38 บาท) อิ่มมากกกก
ถ้าเห็นป้ายว่า Sate-Kanbing ให้เข้าใจว่าเป็นสะเต๊ะเนื้อแพะนะคะ คนไม่นิยมจะได้ไม่เผลอสั่งมาลอง
          เที่ยวเพลินจนต้องหิ้วท้องกลับมากินที่อูบูด ก่อนเข้าในตลาดผ่านร้านบักโซ (Bakso) เจ้านี้ เห็นคนเยอะมาก ติดป้ายหน้าร้านว่า 5000 (20 บาท) หิวจัดเลยต้องรีบแวะก่อนค่ะ ตอนจ่ายเงินเค้าคิด 6500 เราก็แปลกใจบอกว่าน้ำ 2 ขวดนะ (อยากลองรสชาติ-ขวดซ้ายเป็นน้ำผลไม้ ขวดขวาเป็นน้ำชา) ถึงกระจ่างว่า 5000 นี่รวมน้ำนะคะ Bakso 3500+ น้ำ 1500 ถูกมากกกก...อีกแล้วค่ะ แถมอร่อยมากอีกต่างหาก มาดูส่วนผสมของ Bakso ชาวบาหลีกันค่ะ
1. Bakso (บักโซ - ลูกชิ้น)
2. Tahu Gorang (ตาฮูโกแรง - เต้าหู้ทอด)
3. Gorangan (โกแรงงัน - เกี๊ยวทอด)
4. So'un (โซอุน - วุ้นเส้น)
5. Telor Puyuh (เตอลอปูยู - ไก่บดหุ้มไข่นกกระทาไว้ด้านใน)
6. ผักค่ะ (อันนี้ไม่นิยมเลยต้องเขี่ยออกจากชาม)

 
          อาหารค่ำมื้อนี้อยู่เลยตลาดอูบูดไปไม่ไกลค่ะ เพราะคืนนี้ต้องดู Legong Dance ที่อูบูดพาเลซ ชื่อร้าน Mie Jakarta ที่สั่งไปก็ได้แก่ “Mie Siram Komplit Special”(12000 = 48 บาท)  เหมือนหมี่กรอบลาดหน้าค่ะ ชามใหญ่มาก ใส่ไก่ กุ้ง เห็ดหูหนู ไข่ แล้วก็ผักต่างๆ  “Apel Juice” (6000 = 24 บาท) น้ำแอปเปิ้ลค่ะ แล้วก็ของหวาน “Es Campur” อ่านว่า เอสจัมปู  เหมือนน้ำแข็งใสใส่สารพัด ทั้งผลไม้พื้นเมือง (ไม่รู้จัก) เฉาก๊วย ลอดช่อง ลูกจาก อะโวคาโด ฯลฯ เต็มชามเลยค่ะ หมดค่าเสียหายไป 23000 IDR (92 บาท)...กินไม่หมดซักอย่าง

           เข้าไปร้านนี้แล้วงงมากค่ะกับเมนูอาหาร ต้องทำความเข้าใจอยู่นาน โชคดีนั่งกับคนอินโดแสนดี เค้าเห็นถ่ายรูปก็เอาจานเข้ามาฝากด้วย ชามเล็กๆ นั่ง Mie Ayum Jakarta ค่ะ เราได้โอกาสเลยนั่งคุยถามศัพท์บนป้ายในร้าน แล้วก็จดมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ
Apel = Apple (แอปเปิ้ล) / Nangka = Jackfruit (ขนุน) / Pisang = Banana (กล้วย) / Nanas = Pineapple (สับปะรด) / Alpukat = Avocado (อะโวคาโด) / Kelapa = Coconut (มะพร้าว) / Jeruk = Orange (ส้ม) / Tomat = Tomato (มะเขือเทศ) / Pepaya = Papaya (มะละกอ) / Mangga = Mango (มะม่วง) / Wortal = Carrot (แครอท)
ส่วนที่เขียนเหมือนภาษาอังกฤษก็มี  Melon = แตงเมลอน / Durian = ทุเรียน / Strawberry = สตรอเบอร์รี่
          รู้ไว้ใช่ว่าค่ะ ได้ประโยชน์จริงๆ อย่างน้อยๆ ก็ไม่อดตายแน่นอน
           หลังดูการแสดงจบก็เดินเล่นไปตามถนน Monkey Forest ที่เต็มไปด้วยแสงไฟตลอดคืน ข้างๆ สนามฟุตบอลมีการแสดง Legong เหมือนกัน ไม่รู้ว่านักแสดงวิ่งรอกมาหรือเปล่านะคะ แต่ที่แน่ๆ เป็นที่เดียวในเวลานั้นที่ขายของกินข้างทาง มีสะเต๊ะ กับเจ้านี่ค่ะ "Pop Ice" เป็นน้ำหวานชนิดผงใส่ห่อเรียงไว้ครบทุกรสชาติ เวลาทำเค้าก็เอาน้ำกับน้ำแข็งใส่โถปั่น เทเจ้าผงนี่ลงไป แล้วก็ปั่นออกมาได้ Pop Ice แก้วละ 4000 IDR (8 บาท) หวาน อร่อย ก่อนเดินกลับไปนอนค่ะ
           มื้อเช้าวันก่อนกลับ แวะไปร้านอาหารชวา (Java) ข้างร้านสะเต๊ะ ในซอยใกล้ๆ กับตลาดอูบูดที่ดูสะอาดสะอ้านหน่อย เค้าถูพื้นบ่อยมากค่ะ ทำให้มั่นใจว่าจะได้อาหารที่ถูกสุขลักษณะแน่ อาหารชวาคล้ายบ้านเรามาก นี่ไข่พะโล้ อิ่มอร่อยไปอีกมื้อนึง 
           ถูกโฉลกกับอาหารชวาแล้ว เลยเริ่มวนเวียนอยู่ประมาณนี้ พอไปถึงคูตา เดินเที่ยวจนหนำใจแล้วก็แวะหาของกินดีกว่า เจอร้านรถเข็นเล็กๆ ตรงข้ามกับ Supernova ฝั่งที่ขายของวัยรุ่น คนต่อแถวคิวยาวมาก เห็นป้าย Java เราก็คาดว่าจะได้เจอร้านเด็ดแน่ๆ สั่งกับข้าวมาเต็มจานเพราะเห็นอะไรก็น่าลองไปหมด...อร่อยมากกกกอีกแล้วแถมถูกอีกต่างหาก...ร้านนี้ขอแนะนำเลยนะคะ การันตีค่ะ ตั้งแต่มาอยู่บาหลี มื้อนี้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุด ไม่แปลกใจเลยที่ร้านเค้าเปิดตั้งแต่ บ่ายสองถึงตีสี่ แล้วคนก็เต็มอยู่ตลอดเวลา...ใครไปคูตาพลาดไม่ได้นะคะ

          ก่อนจากกันปิดท้ายด้วยเมนูสากล แวะกิน KFC ค่ะ จะบอกแค่ว่าที่นี่เค้าไม่ใช้ช้อน ส้อม หรือมีดเลยนะคะ ไม่ต้องมองหา มือล้วนๆ ซอสพริกก็ต่างจากบ้านเรา แพงกว่าเล็กน้อย ถ้าอยากก็รอกลับมาเมืองไทยดีกว่าค่ะ ทำใจนะคะว่ามาตรฐานไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก...ขอให้อร่อยกันถ้วนหน้าค่ะ