คนส่วนใหญ่ในโลกมักจะไม่ยอม "เป็นกลาง" ในเรื่องกาแฟหรือคาเฟอีน... ถ้าไม่รักก็มักจะชังไปเลย ท่านผู้อ่านอยู่ฝ่ายไหนครับ

Hiker 

คนส่วนใหญ่ในโลกมักจะไม่ยอม "เป็นกลาง" ในเรื่องกาแฟหรือคาเฟอีน... ถ้าไม่รักก็มักจะชังไปเลย ท่านผู้อ่านอยู่ฝ่ายไหนครับ

กล่าวกันว่า โลกของเรากำลังอยู่ในสงครามระหว่างโค้กกับเปปซี่ และชากับกาแฟ... อเมริกาลำเอียงเข้าข้างกาแฟ ส่วนอังกฤษลำเอียงไปทางชา

คนอเมริกัน 9 ใน 10 คนดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (caffeine) ทุกวัน... ผู้เขียนขอเดาว่า พวกเราส่วนใหญ่คงจะดื่มชาหรือกาแฟเป็นส่วนใหญ่คล้ายๆ กัน 

คนส่วนใหญ่กินคาเฟอีนวันละ 200-300 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากาแฟสด 2-3 ถ้วยได้ โดยไม่ป่วยไม่ไข้อะไร...

กาแฟดูดซึม และออกฤทธิ์กระตุ้นให้หายง่วง หรือสดชื่นได้ก่อน 60 นาทีหลังดื่มเข้าไป

ทว่า... ถ้ากินมากกว่าวันละ 500 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากาแฟสด 4-7 ถ้วยขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่ออาการตื่นเต้น-ตกใจง่าย (irritability) คล้ายคนเป็นโรคประสาท วิตกกังวล ปวดหัว หรือท้องเสียได้

คนเราแต่ละคน "ไว (sensitive)" ต่อคาเฟอีนไม่เท่ากัน คนที่มีแนวโน้มจะ "ไว" หรือได้รับผลเสีย เช่น ตื่นเต้น วิตกกังวล ฯลฯ จากคาเฟอีนเพิ่มขึ้นได้แก่

  • คนตัวเล็ก(น้ำหนักน้อย)มีแนวโน้มจะ "ไว" ต่อคาเฟอีนมากกว่าคนตัวใหญ่(น้ำหนักมาก)
  • คนที่ไม่ได้ดื่มคาเฟอีนเป็นประจำจะ "ไว" ต่อคาเฟอีนมากกว่าคนที่ดื่มคาเฟอีนเป็นประจำ
  • คนที่มีความเครียด (stress) ไม่ว่าจะมีอาการวิตกกังวล เป็นโรคประสาท นอนไม่หลับ หรือมีเหตุภายนอก เช่น อากาศร้อน ถูกแสงแดดแรงๆ ฯลฯ จะ "ไว" ต่อคาเฟอีนเพิ่มขึ้น

 

คนส่วนใหญ่ต้องการนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง การนอนน้อยเกินมีส่วนทำให้ความจำลดลง อารมณ์แปรปรวนง่าย สมาธิลดลง และความสามารถในการเรียนหรือทำงานลดลง

    ตารางที่ 1:                  

แสดงปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่ม (หน่วย / มล. = มิลลิลิตร / มก. = มิลลิกรัม / สกัดคาเฟอีนออก = decaffeined / decaf.) ขนาดต่อหน่วยปริมาตร 8 ออนซ์ หรือ 240 มิลลิลิตร

เครื่องดื่ม

คาเฟอีน (มก.)

กาแฟสด

135

กาแฟสด สกัดคาเฟอีนออก

5

กาแฟผงชงละลายทันที

95

กาแฟผงชงละลายทันที + สกัดคาเฟอีนออก

3

ชาฝรั่ง

40-70

ชาฝรั่ง สกัดคาเฟอีนออก

4

ชาเขียว

25-40

โคคา-โคลา (โค้ก)

3

ไดเอท โค้ก

4

เปปซี่

3

ไดเอท เปปซี่

3

 

วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นคือ งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังเที่ยงวัน หรือก่อนนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และดูฉลากอาหาร (food label) ที่ด้านข้างขวดเครื่องดื่มว่า มีคาเฟอีนเท่าไร

วิธีลดคาเฟอีนในชาง่ายๆ วิธีหนึ่งคือ ลดเวลาชงลง โดยชงด้วยน้ำร้อนจัดไม่เกินครั้งละ 2 นาที

คนที่ "ไว" ต่อคาเฟอีนมาก วิตกกังวลง่าย หรือนอนไม่หลับควรทดลอง "พบกันครึ่งทาง" โดยลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ฯลฯ ลงครึ่งหนึ่ง และดื่มเพียง "ครึ่งวัน" หรือดื่มก่อนเที่ยงวัน

นอกจากนั้นคนที่ไวต่อคาเฟอีนมากๆ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนออกกำลังกาย ก่อนออกไปสู่ที่ร้อนจัด หรือได้รับแสงแดดจัด

คาเฟอีนนี่บางที... "น้อยไว้ละดี" ครับ

    แหล่งที่มา:                 

  • ขอขอบพระคุณ (thank www.mayoclinic.com) > Caffeine: How much is too much? > [ Click - Click ] > http://www.mayoclinic.com/health/caffeine/NU00600 > May 4, 2007.
  • ขอขอบพระคุณ (thank www.mayoclinic.com) > Caffeine content of common beverages. > [ Click - Click ] > http://www.mayoclinic.com/health/caffeine/AN01211 > May 4, 2007. //
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 3 พฤษภาคม 2550.
  • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > [ Click - Click ]