จักรพรรดิหย่งเล่อให้ความสำคัญอย่างมากกับการก่อสร้าง
พระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ โดยในปี ค.ศ.1406
พระองค์ถึงกับลงมาตรวจตราการก่อสร้างด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตามในช่วงแรกการสร้างพระราชวังแห่งนี้ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เอื้ออำนวยนัก
เพราะเมื่อสร้างเสร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1413
ก็เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ ประกอบกับแผ่นดินไหว
จนทำให้อาคารในพระราชวังทั้งหมดชำรุดอย่างหนัก
จนจำเป็นต้องมีการสร้างและซ่อมใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ.1416
และเสร็จสิ้นใน ค.ศ.1420
เมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น
ปีต่อมาองค์จักรพรรดิหย่งเล่อก็ย้ายที่ประทับมาอยู่ในปักกิ่งอย่างถาวร
ทั้งนี้พระราชวังต้องห้ามนั้นชื่อตั้งแต่ดั้งเดิมมิใช่ กู้กง
(故宫)
ที่เรียกขานกันในปัจจุบัน หากแต่เป็น จื่อจิ้นเฉิง
(紫禁城)
ที่แปลได้ว่า เมืองต้องห้าม
โดยความหมายของ
จื่อจิ้นเฉิง นั้นมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางดาราศาสตร์
ที่คนจีนในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า
ดวงดาวบนท้องฟ้านั้นมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญบนโลก
อย่างเช่นเห็นดาวตกก็อาจบ่งบอกถึง มีบุคคลสำคัญเสียชีวิต
(อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่บ่งบอกว่า
ดาราศาสตร์ในสมัยโบราณของจีนจึงมีความก้าวหน้า)
ทั้งนี้ดวงดาวของ
ฮ่องเต้นั้นมีชื่อว่า ดาวจื่อเวย (紫薇星)
ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ พระราชวังต้องห้าม
สถานที่อันสงวนไว้เฉพาะพระองค์ เท่านั้น
ความยิ่งใหญ่ของ
พระราชวังต้องห้ามอันถือเป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของจักรพรรดิจีน
24 พระองค์ ตลอดสองราชวงศ์ หมิง-ชิง 491 ปี ใครๆ
ที่มาเยือนถึงที่นี่ต่างก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ถึง "ความมโหฬาร"
จนถือได้ว่าเป็นอลังการงานสร้างชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนที่ยังตกทอดมาถึงปัจจุบัน
แผนผัง
พระราชวังต้องห้าม โดยทางทิศใต้ (ด้านล่าง)
ติดกับประตูเทียนอันเหมิน และ ทิศเหนือ (ด้านบน)
ติดกับสวนสาธารณะจิ่งซาน สัดส่วนของ
"พระราชวังต้องห้าม" นั้นประกอบด้วย ทิศเหนือจรดใต้ ยาว
960 เมตร, ทิศตะวันออกจรดตะวันตก ยาว 750
เมตร มีพื้นที่รวม 720,000
ตารางเมตร ด้วยพื้นที่ใหญ่โตนี้
พระราชวังต้องห้ามบรรจุไว้ด้วย ห้องทั้งหมด 9,999.5
ห้อง แล้วทำไมต้อง 9,999.5
ห้อง ไม่เป็น 10,000 ห้องไปซะเลย?
คำตอบของเรื่องนี้นั้นต้องโยงไปเข้ากับ
ลัทธิเต๋าค่ะ โดยเรื่องราวระบุไว้ว่า "บนสวรรค์
เทพเจ้าสูงสุดแห่งลัทธิเต๋าเป็นผู้ครอบครองห้องจำนวน10,000
ห้อง ดังนั้นเมื่อองค์จักรพรรดิเป็นบุตรสวรรค์
พระองค์จึงไม่ควรเทียบชั้นกับพระบิดา"
อันส่งผลให้องค์จักรพรรดิสามารถครอบครองพระราชวังอันมีจำนวนห้องมากที่สุดได้เพียง
9,999.5 ห้องน้อยกว่า พระบิดาครึ่งห้อง
(หนึ่งห้องในความหมายนี้ก็คือพื้นที่อันอยู่ในบริเวณของเสา
4 ต้น) ทั้งนี้สำหรับไอ้เจ้าครึ่งห้องนี้ปัจจุบันตั้งอยู่ใน ณ
ส่วนทางทิศตะวันตกของพระราชวัง
ในจำนวนห้องมากมายขนาดนี้
คนทั้งภายนอกและภายในวัง
นอกจากขันทีผู้ใกล้ชิดแล้วไม่มีใครรู้ว่าในแต่ละคืน ฮ่องเต้ บรรทม ณ
เตียงใด ห้องใด กับสนมคนใด!!! แต่ถ้า บวก-ลบ-คูณ-หาร เอาแล้ว
หากพระองค์ต้องการจะลองบรรทมตามห้องในพระราชวังของพระองค์เองให้ครบทุกห้อง
ก็อาจจะต้องใช้เวลาอย่างมากถึง 27 ปี เลยทีเดียว
...
ผู้เขียนได้ยินมาว่าถ้าหากต้องการมองภาพความยิ่งใหญ่
ในมุมกว้างของพระราชวังแห่งนี้ จากบนฟ้าแบบ Bird's Eye View
โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบินละก็ ผู้เขียนแนะนำให้ไปที่
สวนสาธารณะจิ่งซาน (景山公园)
เดินขึ้นไปที่ เขาจิ่งซาน ที่อยู่ทางทิศเหนือของวังต้องห้าม
ห่างเพียงถนนกั้น
สวนสาธารณะจิ่งซานและจุดจบของจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง
สำหรับการขึ้นไปบน
"จิ่งซาน"
อันเป็นเนินเขาที่ในสมัยโบราณเอาไว้เก็บฟืนและถ่านหินเพื่อใช้ภายในพระราชวังต้องห้ามนั้น
ถึงปัจจุบันนอกจากจะนักท่องเที่ยวจะสามารถอาศัยเป็นจุดชมวิว-ที่เก็บภาพ
ของกรุงปักกิ่งโดยเฉพาะในยามพระอาทิตย์ตกแล้ว
"จิ่งซาน"
ยังถือเป็นสถานที่อันจารึก
บทสุดท้าย-จุดจบของราชวงศ์หมิงด้วย
ในวันที่ 18
เมษายน ค.ศ.1644 เมื่อกองทัพกบฎล้มล้างราชวงศ์หมิง
นำโดยหลี่จื้อเฉิง รุดมาถึงชานเมืองปักกิ่ง ซือจง
(思宗
-
ครองบัลลังก์ตั้งแต่ ค.ศ.1628-1644)
จักรพรรดิองที่ 16 และองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง
อันมีชื่อรัชกาลว่า
"ฉงเจิน" จักรพรรดิผู้โชคร้าย
พระองค์ทราบดีว่าแม้จะพยายามเพียงไรก็คงไม่สามารถกอบกู้ราชวงศ์หมิง -
- - ราชวงศ์แห่งแสงสว่างที่ดำรงมาเป็นเวลา 276
ปีให้ยืนยาวต่อไปได้อีกแล้วแม้แต่เพียงวันเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้นพระองค์จึงบัญชาให้ขุนนางทั้งหมดมาเข้าเฝ้าเป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้นก็เสด็จกลับเข้าวังชั้นใน
โดยหลังจากเสวยน้ำจัณฑ์ก็รับสั่งให้โอรสไปหาที่ซ่อนตัว
ต่อมาทราบว่ามเหสีผูกพระศอสิ้นพระชนม์ในห้องบรรทมเรียบร้อยแล้ว
พระองค์ก็รับสั่งให้พระธิดาวัย 15 ชันษา
มาเข้าเฝ้าและตรัสว่า
"เจ้าเกิดมาในตระกูลของข้าต้องเคราะห์ร้าย
ไม่มีความสุข"
ตรัสจบพระองค์ก็ชักกระบี่ฟันพระธิดา
แต่อนิจจา เนื่องจากพระธิดายกแขนขึ้นรับแขนจึงขาดไปข้างหนึ่ง
โดยองค์จักรพรรดิเมื่อเห็นสภาพดังกล่าวจึงไม่มีแรงจะฟันอีกดาบเพื่อปลิดชีพพระธิดาของพระองค์
ด้านคนอื่นๆ
ที่อยู่ในพระราชวังต้องห้ามก็ฆ่าตัวตายไปกันมากมาย เช่น
ขุนนางผู้ใหญ่ที่ประกอบด้วยประธานคณะผู้ตรวจการและเสนาบดีทั้งหกก็ทำพิธีฆ่าตัวตายพร้อมๆ
กัน ส่วนสนมและนางกำลังราว 200 คนก็กระโดดน้ำตายไปตามๆ
กัน สำหรับองค์จักรพรรดิ พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปที่
"เนินเขาจิ่งซาน" แล้วทรงผูกพระศอกับกิ่งของไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
จนสิ้นพระชนม์! ก็ขอแนะนำให้ดูเอาจากภาพยนตร์
รักเหนือฟ้าธิดาจักรพรรดิ
(อ้างอิง)
ถึงทุกวันนี้
คนจีนก็ยังยืนยันว่าไม้ใหญ่ต้นนั้นยังมีชีวิต
เป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ยืนต้นตระหง่านเฝ้ามองพระราชวังต้องห้าม และ
ความเปลี่ยนแปลงของเมืองปักกิ่ง อยู่บริเวณทิศตะวันออกของสวนสาธารณะ
... อย่างเงียบๆ มายาวนานกว่า 350 ปีแล้ว
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเป็นอย่างมาก
เข้ามาตะลึงใน 9,999.5 ห้อง หากจะบรรทมให้ครบทั้งหมดต้องใช้เวลา 27 ปี ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
แอนพี่มาให้กำลังใจ พี่ๆและเพื่อนๆรออ่านบันทึกใหม่ของแอนอยู่ เอาความรู้ที่อาจารย์สอนมาเล่าสู่กันฟังบ้าง