บทที่ 1 (ต่อ)

ทำความรู้จักกับยุค pre-axial (1600-900 ปีก่อนคริสตกาล ) 

1.5 โซโรอัสเตอร์

ต่อจากบันทึกที่แล้ว ในช่วง 1200 ปีก่อนคริสตกาล ความยุ่งเหยิงได้แผ่ขยายไปทั่วทุ่งกว้่างแห่งนี้ ชาวอารยันแบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ๆ คือ

  1. พวกที่รักสงบ นับถือเทพแห่งความสงบเรียบร้อย (Veruna) และ เทพองค์อื่นๆ รวมทั้งเห็นความศักดิ์สิทธิในสรรพสิ่ง
  2. พวกที่คิดว่าวิถีชีวิตแบบเก่าน่าเบื่อ ชอบเดินทางผจญภัย เป็นอัศวินสู้รบบนหลังม้าเพื่อพวกของตน นับถือเทพแห่งการต่อสู้ (Indra) องค์เดียวเท่านั้น

พวกที่ 1 โดนพวกที่ 2 กลั่นแกล้ง แล้วในที่สุดก็มีนักบวชท่านหนึ่งลุกขึ้นมาก่อตั้งกลุ่มที่ 3 ขึ้น เพราะความบีบรั้นทนเห็นทุกข์ที่เกิดขึ้นมานาน

ท่าน โซโรอัสเตอร์ เป็นนักบวชมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบท่านไม่ชอบพิธีสังเวยบูชาเทพด้วยสัตว์มาแต่ไหรแต่ไรแล้ว ยิ่งมาเห็นพวกคะนองฆ่าสัตว์เป็นว่าเล่นท่านยิ่งอยากหาทางออก

วันหนึ่ง ท่านติื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมประกอบพิธีกรรมประจำฤดูใบไม้ผลิ ท่านเดินลุยลงไปในแม่น้ำเพื่อตักน้ำ เมื่อท่านเงยหน้าขึ้นมา ท่านก็มีนิมิตเห็นเทพองค์หนึ่งมีแสงเป็นประกายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เทพองค์นั้นบอกท่านโซโรอัสเตอร์ว่าท่านชื่อ Vohu Mana แปลว่า ประสงค์ดี เจตนาที่ดี (Good Purpose) เทพองค์นี้ได้พาท่านโซโรอัสเตอร์เดินต่อไปพบกับท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่ แห่งปัญญาและความยุติธรรมชื่อ มาซด้า (Mazda) ท่านมาซด้ามีเทพคุ้มครองอยู่ด้านหลังอีก 7 องค์ เทพมาซด้าบอกกับท่านโซโรอัสเตอร์ให้เป็นผู้นำต่อสู้กับ พวกที่ก่อการร้าย (terror) ในสังคม ท่านได้พยากรณ์่ว่า เหตุการณ์จะจบลงด้วยความสุข สังคมที่สงบจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

 

1.6  Supreme God

ท่านโซโรอัสเตอร์เห็นว่าเทพมาซด้าไม่ได้เป็นเพียงเทพที่มีศักดิ์เท่าเทียมกับเทพองค์อื่นๆ แต่ท่านคือทพสูงสุด คือ พระผู้เป็นเจ้า (Supreme God) ที่ท่านโซโรอัสเตอร์และผู้ติิดตามต้องคารวะบูชา

ี่ท่านโซโรอัสเตอร์เชื่อและสอนต่อว่า ท่านมาซด้ามีศัตรูที่มีพลังเท่ากันชื่อ Angra Mainyu เป็นวิญญาณแห่งความก้าวร้าว 

ท่านมาซด้าต้องสู้กับ Angra Mainyu ในภพของท่าน (Angra Mainyu มีอาวุธคือ druj แปลตรงตัวว่า คำโกหก สิ่งหลอกลวง)

คนในโลกก็เช่นกัน พวกเราทุกคนต้องอยู่กับการต่อสู้ระหว่าง asha (ความจริง ความถูกต้อง) และ druj (คำโกหก สิ่งหลอกลวง)

ท่านโซโรอัสเตอร์เชื่อว่าพวกอารยันที่เปลี่ยนไปทำตัวเหมือนกองโจรนั้นตกเป็นสมุนของ Angra Mainyu  นี้เอง

ท่านได้ตั้งศาสนามาใหม่ ไม่ให้คนบูชายัญเทพใดๆทั้งสิ้น โดนเฉพาะเทพอินทรา ให้นับถือท่านมาซด้า และสมุนของท่านมาซด้า 7 องค์เท่านั้น นอกจากนี้ ให้ร่วมกันกำจัดเหล่าอารยันที่ทำตัวก้าวร้าวเพื่อโลกของเราจะได้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ให้ภาวนา (pray) วันละ 5 ครั้ง ในหน้าหนาวให้นั่งสมาธิให้ทำจิตให้แรงกล้ามากกว่าปกติ ต่อสู้ดับ druj เพราะเป็นฤดูที่พวกเทพมีพลังสูง ต้องตื่นมาตอนดึกสาดกำยานลงไปในกองไฟ เป็นการเพิีมพลังให้ต่อสู้กับวิญญาณร้าย

วิสัยทัศน์ของโซโรอัสเตอร์ฟังๆดูจะคุ้นหูพวกเรากันมาก แต่ในสมัยนั้นไม่เคยมีใครพูดสอนแบบนีมาก่อน

 

1.7 สู้เพื่อความถูกต้อง ยุติธรรม

โซโรอัสเตอร์เชื่อว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเต็มไปด้วยเจตนาที่ดี พวกเขาสู้รบกับความชั่วร้าย ไม่ยุติธรรม พวกเขาปกป้องคนที่อ่อนแอ ดูแลฝูงสัตว์ด้วยความอ่อนโยน รักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว

ถึงแม้คำสอนของโซโรอัสเตอร์จะมีรากฐานมาจากชาวอารยันโบราณที่รักสงบ วิธีการของโซโรอัสเตอร์นั้นนำมาซึ่งความรุนแรงไม่จบสิ้น เป็นคำสอนท่ี agonistic หรือ แสดงความเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง 

[agon แปลว่า การแข่งขัน (contest) เราจะเห็นลักษณะการแข่งระหว่าง good และ evil ได้ในหลายๆศาสนา จุดเร่ิมต้นก็มาจาก โซโรอัสเตอร์นี่แหละค่ะ]

 

1.8 เผยแผ่ศาสนา Zoroastrianism 

คำสอน คำพยากรณ์ และ หลักปฏิบัติของโซโรอัสเตอร์นั้นไม่ได้ "ขาย" ได้ง่ายๆค่ะ ชาวอารยันไม่เชื่อ และคิดว่ามันเป็นการเรียกร้องมากเกินควร

คนในหมู่บ้านเดียวกับโซโรอัสเตอร์ที่เปลี่ยนมานับถือ Zoroastrianism มีแค่คนเดียวเองค่ะ คนอื่นๆไม่กล้าที่จะเลิกนับถือเทพองค์อื่นๆที่บูชามานาน  หลายๆคนไม่พอใจที่ใช่ความรุนแรงไปสู้กับความก้าวร้าว บางคนกลัวเทพอินทราแก้แค้น 

โซโรอัสเตอร์เดินทางออกจากหมู่บ้านของท่านเองไปลงเอยที่หมู่บ้าน Vishtaspa หัวหน้าหมู่บ้านนี้ให้ความอุปถัมภโซโรอัสเตอร์ ทำให้ศาสนาใหม่นี้เป็นที่ยอมรับในบริเวณนั้น

โซโรอัสเตอร์ใช้ชีวิตต่อสู้กับพวกนักรบกองโจรทั้งชีวิตอันขมขื่น ตามตำนานท่านถูกนักบวชชาวอารยันฆ่า เพราะโกรธที่มาตั้งศาสนาใหม่ไปต่อต้านศาสนาเก่า

แล้วชีวิตของศาสดาองค์แรกก็จบลง 

 

1.9 อารยันย้ายถิ่นฐาน

  • ต่อมา ชาวอารยันที่พูดภาษาอเวสถานได้ย้ายถิ่นฐานไปทางใต้ ไปปักหลักอยู่แถวอิหร่านตะวันออก ที่นั่นเองที่ Zoroastrianism เจริญรุ่งเรื่องเป็นศาสนาประจำถิ่นต่อมาอีกแสนนาน
  • [แปลกแต่จริง อีกไม่กี่ร้อยปีต่อมา พวกอารยันที่เป็นนักรบกองโจรที่โซโรอัสเตอร์พยายามกำจัด กลับกลายเป็นกลุ่มที่สร้่างพื้นฐานให้ศาสนาสำคัญอื่นๆในยุค Axial Age หลักการพื้นฐานที่พวกเค้าสร้างขึ้นมาคือหลัก "ahimsa" (nonviolence) หรือ หลักอหิงสา นั้นเอง!]
  • ชาวอารยันอีกกลุ่มที่พูดสันสกฤตก็ย้ายถิ่นฐานเช่นกัน เพราะทนพวกเดียวกันเองที่ยังสร้างความวุ่นวายในทุ่งกว้างแถวๆรัสเซียไม่ไหว  (บางพวกยังอยู่ที่เดิม)พวกที่ไม่อยู่ที่เดิมแล้วได้เดินทางลงใต้ผ่านอัฟกานิสถาน ไปตามแม่น้ำอินดัส แถวๆปันจาบ (ระหว่างอินเดียกับปากีสถานในปัจจุบัน)  พวกเขาเรียกบ้านใหม่ว่าเมือง "Sapta-Sindhu" (Land of 7 rivers)

-----------------------------------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ใกล้ตัวพวกเรามาขึ้นแล้ว ชาวอารยันที่ใช้ภาษาสันสกฤตไม่ได้เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆทีเดียว แต่ทะยอยๆกันมา พวกเค้าแบ่งได้เป็นอีก 2 กลุ่มใหญ่ๆ คราวหน้าจะมาเล่าต่อค่ะ จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์พระเวท เกี่ยวกับโยคีโยคะ

อย่าลืมนะคะ นี่เป็นยุค pre-Axial age (1600-900 BCE) ยังไม่เข้า Axial Age (900-200BCE) เลย

แค่นี้เราก็เห็นว่าผ่านมาเกือบ 4000 ปี คนเรามันก็ "คน" จริงๆ จิตใจและหลักการความคิด การให้เหตุผลกับสิ่งต่างๆรอบตัวเราก็ไม่ได้เปลี่ยนะไปเท่าไหร่เลย
----------------------------------------------------------------------- 

  • หมายเหตุ: การแปลเรื่องThe Great Transformation: The Beginning of Our Religious Traditions ของ Karen Armstrong ที่นี่ไม่ได้ขอลิขสิทธิ์และไม่มีจุดประสงค์ทาง ธุรกิจ กรุณาอ่านข้อตกลงทางลิขสิทธิ์ที่ได้จดไว้กับ creative common ทางแถบข้อมูลด้านขวาล่างของบันทึกนี้และปฏิบัติตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ