ศธ.เอาจริง ฟันกลุ่มผู้ชุมนุมครู

ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อตอนสายวานนี้ (9 ธ.ค.) นางพรนิภา ลิมปพยอม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบครูที่ลาหยุดมาร่วมชุมนุมในวันที่ 7-8 ธ.ค. ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าครูส่วนใหญ่ มีการลาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพราะอำนาจในการให้ครูลาอยู่ที่ ผอ.สถานศึกษา เชื่อว่าการที่ครูมาชุมนุมเพื่อสะท้อนความคิดว่าไม่เห็นด้วย แต่แกนนำบางคนไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริง

นางพรนิภากล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. สพฐ.ทำหนังสือเวียนเรื่องการชุมนุมคัดค้าน การถ่ายโอนการศึกษาฯ แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศแล้ว เนื้อหาในหนังสือเวียนชี้แจงให้เห็นสาระสำคัญ ที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบในการแก้ไข พ.ร.บ.กำหนดแผนฯ สพฐ.ตระหนักดีถึงความกังวลของข้าราชการครู แต่ในความจริงจะต้องมีการประเมินความพร้อมของ อปท. ในหลายด้านและหลายขั้นตอน ทั้งต้องพิจารณาความสมัครใจของครู ผู้บริหารสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษา อีกทั้ง สพฐ.ก็ได้เตรียมการที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์และความก้าวหน้าของครูแล้ว จึงขอความร่วมมือไปยัง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับครู และผู้บริหารสถานศึกษา โดยขอให้จัดการเรียนการสอนตามปกติ ไม่ให้มีผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน และหากมีการเคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้าน ให้หาทางแก้ไขโดยเร็วและรายงานให้ สพฐ.ทราบ หากมีการฝ่าฝืนให้สามารถพิจารณาโทษทางวินัยได้ตามสมควร

ต่อข้อถามว่า จะสั่งการให้ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปสอบวินัยครู ที่มาร่วมชุมนุมหรือไม่ นางพรนิภากล่าวว่า ตัว ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเองที่จะโดน ถ้าหากยังปล่อยให้มีการชุมนุมคัดค้าน และยังไปร่วมคัดค้านเองด้วย เพราะถือว่าได้มีการทำหนังสือ เวียนแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ว่า การเคลื่อนไหวหรือชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นของครู เป็นเรื่องที่กระทำได้ ถือเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่ครูจะหยุดสอนไม่ได้ ถ้าทำให้เกิดผลเสียต่อการจัดการเรียนการสอน กระทบต่อเด็กนักเรียน ครูจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด คงไม่ต้องบอกไม่ต้องแจกแจงว่าโทษทางวินัยที่จะดำเนินการนั้นคืออะไร ครูทุกคนน่าจะทราบ หากเขตพื้นที่การศึกษาบกพร่อง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องรับผิดชอบไปด้วย ตลอดถึง สพฐ. ถ้าไม่สามารถควบคุมดูแลเรื่องนี้ได้ ผู้บริหาร สพฐ.ก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

ต่อข้อถามว่า การที่ครูไปรวมกลุ่มกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล จะทำให้การเคลื่อนไหวของครูขยายวงออกไปอีกหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า อาจทำให้การเคลื่อนไหวของนายสนธิมีคนเข้าไปมากขึ้น แต่การเคลื่อนไหวของครูก็จะขาดความชอบธรรม เพราะขาดเหตุผล ชี้แจงเหตุผลต่อสังคมไม่ได้ ทำให้เกิดผลเสียต่อครูผู้ออกมาเรียกร้องนั่นเอง ที่ไม่สามารถตอบสังคมได้ว่าไปชุมนุมเพื่อต้องการอะไร เดิมต้องการให้ตัดคำว่าสมัครใจ แล้วเหตุใดจึงเปลี่ยนประเด็นไป ตนไม่ได้ห้ามหากครูจะไปร่วมชุมนุม แต่ก็ไม่สนับสนุน ถ้าครูคนใดหยุดสอนแล้วเกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนของเด็ก กระทรวงยอมไม่ได้แน่ เรื่องนี้ถือเป็นบรรทัดฐานต่ำที่สุดที่กระทรวงจะต้องดำเนินการ

นายจาตุรนต์กล่าวต่อไปว่า เรื่องการประเมินวิทยฐานะของครู เพื่อให้ได้เงินตามวิทยฐานะนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาจะพิจารณา โดยมีผู้แทนจากสำนักงานข้าราชการพลเรือน และกฤษฎีกาเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การที่ครูจะได้เงินวิทยฐานะจะต้องผ่านการประเมินความรู้ก่อน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องของความรู้ ความเชี่ยวชาญของครู จะมาชุมนุมกดดันไม่ได้ ถ้าใครจะมาชุมนุมเพื่อกดดันเรื่องนี้ ศธ.เองก็จะไม่พิจารณาให้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

9 ธันวาคม 2548 : ครู 'ถวายฎีกา' ฌาปนกิจ ศธ.