วันที่สองของการอบรมหลักสูตรเทคนิคการเป็นพิธีมืออาชีพ รุ่นที่ 1 (วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน 50) มีการจำลองสถานการณ์พิธีมงคลสมรสของผมและ…. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีโอกาสได้เป็นพิธีกร โดยแบ่งความรับผิดชอบกันในแต่ละช่วงรายการ บรรยากาศเป็นไปเสมือนจริง จนทำให้ผมนึกว่าเป็นงานแต่งงานของผมจริงๆ
บันทึกก่อนหน้านี้
-เขาจับผมให้ไปอบรมหลักสูตร “พิธีกรมืออาชีพ”
-คุณคิดอย่างไรกับการให้เจ้าบ่าว-เจ้าสาว หอมแก้มกัน? (เทคนิคการเป็นพิธีกรมืออาชีพ)
ทุกคนก็ปฏิบัติหน้าที่พิธีกรอย่างเต็มที่ตามที่ได้ทำการบ้านไว้ตั้งแต่เมื่อคืนที่วิทยากร คือ อาจารย์นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ได้มอบหมายไว้ช่วงสุดท้ายของวันแรก
เมื่อถึงตอนพิธีกรท่านหนึ่งได้ถามเจ้าบ่าว (ผมเอง) ว่า “ไม่ทราบว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเจอกันครั้งแรกได้อย่างไรครับ ?”
ผมไม่ได้เตรียมคำตอบนี้มาเลยครับ เพราะไม่มีในกำหนดการสัมภาษณ์ นึกว่าจะให้ผมไปยืนเป็นเพียงตุ๊กตาบนเวที แต่เพื่อให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสมจริงและสนุกสนาน ผมจึงตอบแก้มอารมณ์ขันไปว่า....
“ครั้งแรกที่ผมเจอเธอถ้าผมจำไม่ผิด ก็ที่บริษัทขนส่ง จำกัด หรือที่เรามักเรียกว่า บขส.”
“บรรยากาศในวันนี้ฝนตกปอยๆ ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่อยู่ในวันนั้น ต้องรู้สึกเศร้า เหงาแน่นอนครับ”
“ผมเห็นเธอกำลังนั่งอยู่ชานชลาที่ 9 ด้วยสายตาเศร้าหมอง เลยเข้าไปทักเธอว่า...จะไปไหนเหรอครับ ผมไปส่งดีไหม…และจากนั้นเธอก็ขึ้นรถไปกับผม”
ทุกคนในห้องอบรม ก็ขำกลิ้งตามที่ผมคาดไว้ ทำให้ผมลดความประหม่า ตกใจ ลงได้อย่างมากครับ
จากนั้นพิธีกรก็ให้ผมกล่าวขอบคุณท่านที่มาร่วมงาน อีกครั้ง ก็เป็นเช่นเดิมด้วยความตั้งใจให้สมจริงและสนุกสนาน ผมจึงกล่าวแก้มอารมณ์ขันไปอีกว่า....
“ในลำดับแรกในต้องกราบขออภัยท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายในที่นี้ ที่ผมมีความอดทนไม่เพียงพอ ที่จะรอให้ผมยาวก็นี้ เพราะเพิ่งลาสิกขาจากเพศบรรพชิต อาจด้วยเหตุที่ความรักที่ผมมีให้...และ...มีให้ผม”
“และในลำดับต่อไปต้องขอขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติเป็นอย่างสูง ที่มาเป็นสังขีพยานรักของเราสองคน ผมเชื่อแน่ว่าท่านทั้งหลายในที่นี้คงเคยไปงานมงคลสมรสมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมยืนยันได้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของงานแต่งงานของเราสองคน”
“ผมขอสัญญาด้วยเกียรติของนักศึกษาวิชาทหารรักษาดินแดนว่า นับตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปผมจะตั้งใจ ขยันทำการบ้าน เพื่อที่จะได้มีพยานรักมาสอนการบ้านต่อไป”
“ขอบคุณท่านผู้มีเกียรติเป็นอย่างสูงอีกครั้งครับ”
เช่นเคยครับทุกคนก็หัวเราะขบขันอย่างมีความสุขสนุกสนาน <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">AAR : หลังจากการอบรม 2 วันที่ผ่านมานี้ ผมได้ความมั่นใจเป็นอย่างสูงในการพูดต่อที่สาธารณชนเป็นอย่างมาก คงคุ้มค่ากับค่าลงทะเบียน และความคาดหวังจากผู้บังคับบัญชา แต่อย่างไรสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะ ต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำจึงจะเกิดความชำนาญในการที่จะเรียกได้ว่า “พิธีกรมืออาชีพ”</p> KPN
แค่เล่ายังเห็นบรรยากาศสนุกๆ เลยนะครับ
มั่นใจเลยว่ามีพิธีกรอาชีพ แบบมือใหม่เกิดขึ้นแล้ว
บรรยากาศดีมากเลยครับ...
คิดว่าเจ้าบ่าวจำเป็นทำหน้าที่ได้อย่างดี..แต่คำกล่าวตอนท้าย จริงใจมากเลยครับ
ผมยืนยันได้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของงานแต่งงานของเราสองคน
สงสัยจะผ่านการอบรมด้วยประโยคนี้กระมัง..แต่ว่า "ผมยืนยัน แล้วเธอผู้เป็นเจ้าสาวยินดียืนยันเหมือนกันหรือถูกบังคับคะ?"
ขอบคุณท่านอาจารย์มณฑลครับ
ผมก็หวังให้เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าไว้ ในขั้นแรกก็ต้องหารับงานก่อนครับ ไม่รู้ใครจะกล้าเปิดโอกาสครั้งแรกในชีวิต
แต่ถ้ามีใครเชิญไปเป็นพิธีกร ผมจะรับปากเลยครับ แบบไม่คิดค่าตัว
ขอบคุณพี่จตุพร
ต้องยอมรับครับท่านวิทยากร ได้ออกแบบกิจกรรมที่ให้บรรยากาศสมจริง และสนุกสนาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความสุข และมีส่วนร่วมมากที่สุดในเวลาอันจำกัด
คำกล่าวในฐานะเจ้าบ่าว ผมก็จำลองเหตุการณ์ขึ้นเช่นกันครับ ไม่ใช่ความจริงใดๆ
ขอบคุณคุณพิชชา
บังเอิญเจ้าบ่าว เจ้าสาว จำเป็นไม่ได้เตรียมกันเลยครับ
พอผมพูดจบ แล้วหูก็ไม่ได้ยินอะไรเลยครับ จึงไม่แน่ใจว่าเจ้าสาว ตอบว่าอย่างไร เพราะตื่นเต้นมากครับตอนนั้น จำไม่ได้จริง
แต่ถ้าลองได้มีโอกาสเข้าอบรมอีกในรุ่นที่ 2 คงทำได้ดีกว่านี้
มีลูกเล่นลูกฮาขนาดนี้ ไม่ต้องไปอบรมก็เก่งแล้วครับ
ขอบคุณครับ
ผมใช้อารมณ์ขัน ไปข่ม อาการประหม่า ตื่นเต้นของตัวเองครับ เพราะปกติชอบพูดเรื่องขำขำกันที่ทำงานกับน้องๆ เลยติดเป็นนิสัย
เพราะถ้าเราได้พูดในแบบของเราจะทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นครับ
แหม...แบบนี้ ว่าที่เจ้าส่ว(ตัวจริง) ไม่ขำกลิ้งหรอคะ น้องแจ๊ค เชิญยิ้ม 555
พิมพ์ไป ขำไป พิมพ์ผิดเลย "ว่าที่เจ้าสาว(ตัวจริง)" ค่ะ
เจอเจ้าบ่าวจำเป็นมืออาชีพ พิธีกรสมัครเล่นก็ลำบากแย่สิครับ...
ขอบคุณครับ...
ขอบคุณพี่หนิงครับ
เจ้าสาวก็คงขำขำเหมือนกันครับ เพราะไม่นึกว่าผมจะกล่าวแบบติดตลกอย่างนี้
ขอบคุณครับ
การสร้างบรรยากาศการเริ่มการจำลองงานแต่ง วิทยากรได้ทำกิจกรรมการละลายพฤติกรรมก่อน เช่น พาร้องเพลงประกอบท่าทาง การต่อคำจากเรื่องเล่าของแต่ละคน เป็นต้น
จึงทำให้ผมสามารถลดความตื่นเต้น ประหม่าได้ครับ
วิทยากรท่านเป็นมืออาชีพจริงๆครับ อาจารย์นิเวศน์ กันไทยราษฏร์
ขอบคุณครับ
วิทยากรกล่าวว่า การเป็นพิธีกรในงานพิธีการนั้นไม่ยากเพื่อมีกำหนดการที่ชัดเจน แต่การเป็นพิธีการงานบันเทิงนั้นยากกว่าเพราะกำหนดการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งพิธีกรต้องมีไหวพริบ ทันเกมเสมอ
แต่การเป็นพิธีกรในการศพนั้นยิ่งยากกว่า ในบรรยากาศที่มีความโศกเศร้า และตรึงเครียด สำหรับผมแล้วผู้ที่เหมาะเป็นพิธีกรในงานศพต้องมีบุคลิกลักษณะที่เป็นผู้ใหญ่จริง รัดกุม รอบคอบ วางตัวดีครับ
ขอบคุณครับคุณดิเรก
ที่ชมว่าเป็นเจ้าบ่าวมืออาชีพ เอาเป็นว่าใครต้องการผมรับงานทั่วราชอาณาจักรเลยนะครับ แต่ขอทำประกันชีวิตก่อนครับ เดี๋ยวเจ้าบ่าวตัวจริงจะโกรธเอา
คุณแจ๊คท่าทางจะค้นพบเคล็ดลับของการพูดแล้วนะคะ ที่ว่า "เป็นตัวเอง" นี่แหละค่ะ ท่าทางเป็นตัวเองแบบคุณแจ๊คจะเป็นที่ถูกใจเสียด้วยนะคะ
สรุปว่า ทั้งเขียนเก่งและพูดเก่งนะคะ ยกนิ้ว "เยี่ยมยอด" ให้ค่ะ
ขอบคุณครับคุณ
ที่ยอกันยกใหญ่เลยครับ
ที่สำคัญผมว่าวิทยากรท่านเป็นมืออาชีพ ที่สามารถสร้างบรรยากาศของการแสดงออกของผู้เข้าร่วมได้มากครับ
ทั้งๆที่โดยปกติแล้วผมเป็นคนขี้อาย ประหม่า เมื่อต้องอยู่หน้ากลุ่มคนจำนวนมาก และไม่รู้จักกันด้วย
อย่างที่ว่าครับ การเป็นตัวของตัวเอง แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้อย่างที่เราคิดไว้ได้อย่างเต็มที่
แต่ที่สำคัญผมต้องระมัดระวังเรื่องของการ "ขี้เล่น อารมณ์ขัน ติดตลก" ให้มากครับ เพราะถ้าเป็นงานที่เป็นแบบวิชาการ ทางการแล้วจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก
แต่อย่างไรสิ่งเหล่านี้ผมต้องหาโอกาส หาเวทีให้ตัวเองได้ลองวิชาที่ได้รับการอบรมมาครับ เพราะมันเป็นเรื่องของทักษะ ถ้าไม่ฝึกก็ไม่เก่งครับ
ขอบคุณอีกครั้งที่แวะเข้ามาเยี่ยม