ปราชญ์กล่าวว่า "ชีวิตนี้น้อยนัก" นั้นท่านมุ่งให้เปรียบชีวิตนี้กับอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน และชีวิตในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วนอีกเช่นกัน สำหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา ไม่สามารถพ้นทุกข์สิ้นเชิงได้

 

 ภาพจาก ล้านนาโฟโต้คลับ โดยคุณ electone

"ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยกจะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี แล้วจงเลือกเถิด เลือกให้ดีเถิด" 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

 

ผมเขียนบันทึกเกี่ยวกับ "เวลาที่เหลืออยู่" และใช้บันทึกนี้เตือนใจตัวเองเรื่อยมา สิ่งที่รุ่มร้อนค่อยๆผ่อนคลายเมื่อนึกถึง อนาคตที่ทุกคนในโลกต้องเจอ

นั่งชมรายการทีวีสารคดีทาง titv เกี่ยวกับ ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาแล้ว น่าหดหู่ และรู้สึกเศร้าใจ ที่มนุษย์ทำร้ายมนุษย์ด้วยกันอย่างเลือดเย็น หากไม่นับมหันตภัยจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นเนืองๆแล้ว ภัยจากมนุษย์ร่วมโลกเป็นภัยที่น่ากลัวและอันตรายมากที่สุด

อีกทั้งเมื่อวานผมได้พบเหตุการณ์ที่ไม่สบายใจ พบเห็นการทะเลาะวิวาทที่เกิดจากอารมณ์เบื้องต่ำ โลภะ โมหะที่เกิดขึ้นในใจ และใช้เหตุการณ์นั้นมาทบทวน ผมคิดว่า มันไร้สาระมากๆเลยทีเดียว หากเราจะเสียเวลาเพื่อการนั้น

การโกรธ เหมือนคนบ้านที่เสียสติ สามารถทำสิ่งเลวร้ายให้เกิดขึ้นเสมอ โดยขาดความยั้งคิด เพียงเพราะเราปล่อยให้อารมณ์ลบมาครอบงำจิตใจ

ไม่คุ้มเลย...เสียดายเวลา เวลาเรามีน้อยนิดเท่านั้น เอาเวลาไปทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตนเอง และสังคม

จริงอยู่ว่า โกรธได้แต่เรียกสติกลับคืนมาให้ทัน...

ทะเลาะกันทำไม

ข่มเหงกันทำไม

ทำร้ายกันทำไม

ถือดีทำไม

เอาเวลาที่น้อยนิด หนึ่งในชาตินี้และยังมีอีกหลายๆอดีตชาตินับไม่ถ้วน ปราชญ์กล่าวว่า "ชีวิตนี้น้อยนัก" นั้นท่านมุ่งให้เปรียบชีวิตนี้กับอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน และชีวิตในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วนอีกเช่นกัน สำหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา ไม่สามารถพ้นทุกข์สิ้นเชิงได้