ยุทธการสร้างเซียน ภาคหนึ่ง
จะขอลงเอยสรุปงานอบรมสวนสัตว์สงขลาไว้ ณ บทความนี้
อ.มนตรีได้เล่าถึงขั้นตอนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หรือคนในหน่วยงานว่า น่าจะเห็นและแบ่งได้ตามพัฒนาการออกเป็นห้าระดับ ได้แก่
- เด็กใหม่
- เด็กใหม่มีประสบการณ์
- คนงานประจำ
- คนงานเก๋า
- เซียน
อย่างน้อยที่สุด ที่เราอยากจะให้มีก็คือจากเด็กฝึกงานกลายเป็นคนงานจริงๆจังๆซะที ไม่งั้นก็ฝึกอยู่นั่นแล้ว ให้ดีก็พัฒนากลายเป็น "เก๋า" (คำนี้เดิมผมว่าความหมายค่อนข้างจะดีนะครับ แต่ทำไมตอนหลังๆ "เก๋า" มันจะแฝงมากับ "เขี้ยวลากดิน รู้มาก หัวหมอ ฯลฯ" ก็ไม่ทราบ และทำไมคน "หัวหมอ" ถึงต้องเจ้าเล่ห์เพทุบายก็ไม่รู้เหมือนกัน)
และทุกๆที่ เมื่อทำงานไปนานๆ ก็จะคุ้น จะคล่อง ชำนาญ และเชี่ยวชาญในที่สุด
แต่ถ้าได้ "เซียน" มาสักคนล่ะก็ องค์กรก็จะโลดแล่น เหินฟ้าขี่เมฆสีทองเลยทีเดียวเจียวนะท่าน
แต่เซียนที่เราอยากได้นักหนานั้น จะมาได้อย่างไร จะสร้างได้ไหม จะทำยังไง ลงทุนเยอะหรือเปล่า คุ้มไหม ใช้เวลานานแค่ไหน ฯลฯ คำถามนกกระจอกเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที กระบวนกรเราก็โยนโจทย์ผลุงลงกลางวง เอ้า ถามดีนัก ลองถามเองตอบเองดูมั่งไหม แล้วเราก็จับกลุ่มกัน คุยกัน และเตรียมหมุนทำ world cafe' กันในประเด็นนี้
ยุทธการสร้างเซียน
ก็เริ่มมีอภิปรายหลากหลาย เอ้า นี่เราพึ่งอบรมเรื่อง competency มานี่น่า คุ้นๆว่าเอามาใช้ทำนองนี้แหละ เราอยากให้องค์กรมี characters แบบไหน กเลือกคนทำงานแบบนั้นมา หรือพัฒนาให้เป็นไป หรือมี แบบนั้นๆขึ้นมาให้เยอะๆ เดี๋ยวก้ได้ดีเอง ยังงั้นเราลองมาคุยกันไหมว่าอะไรคือ competencies ของเซียน?
มีเสนอกันปุบปับ
- รู้เยอะ (เหมือนรู้มากไหมหนอ?)
- ขยัน
- ฉลาด
- เก่ง
- ทำงานเป็นระบบ
- ทำงานเป็นระเบียบ
- มีวิสัยทัศน์
- มีความรับผิดชอบ
- ทำงานเป็นทีม
- etc etc etc
นั่นคือ "คนงานในฝัน" ของเรานั่นเอง ว่าแต่ว่าเราจะ "หาคนแบบนี้" รึว่าจะ "สร้างคนแบบนี้" นะ? ก็เริ่มมีเสียงบอก คนสร้างเองยังมีไม่ครบเลยจ้ะ ไอ้ที่พวกเรา list มาเนี่ย ถ้าตัวเองยังขาด จะให้ฉันไปสร้างคนอื่นได้อย่างไร
อืม... เป็นประเด็นที่น่าสนใจ
เราสามารถสร้าง พัฒนา คนให้ดีกว่าที่ตัวเราเองเป็น หรือมี ได้หรือไม่? ถ้าได้ทำอย่างไร?
บางที บางหน่วยงานจะมี concept ว่า คนที่ "เก่งที่สุด" ก็คือ คนที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้า ซึ่งจะมีหมายเหตุห้อยตามมาเป็นแถว คือ มีคุณลักษณะ เก่งที่สุด ฉลาดที่สุด เป็นผู้นำ แต่ถ้าหัวหน้าจะต้องเป็นคนที่เก่ง ชำนาญที่สุดเสมอไป เราก็เท่ากับมี ceiling หรือ เพดานการพัฒนา ว่าเราไปได้ไกลสุดก็เท่ากับ boss เรานี่แหละ หรือถ้าเราเป็น boss เราอาจจะเริ่มรู้สึก uncomfortable ว่า ลูกน้องคนไหนที่ทำท่าจะเด่น จะดี เอ... มันจะมาลบล้างบัลลังก์เรารึเปล่า (แบบหนังจีนกำลังภายใน พวกฮ่องเต้ อะไรทำนองนั้น) อย่ากระนั้ยเลยเราแวดล้อมไว้ด้วยคนที่เรานำได้เท่านั้นดีกว่า รู้สึก secure ดี
คนที่บังเอิญ "เก่งกว่าเรา" ก็จะอยู่ไม่ได้ใต้ร่มธงนี้ และต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่อย่างน่าเสียดาย
แต่แล้วเราจะทำยังไงจึง train ให้คนเป็น "อภิชาติศิษย์" ได้ล่ะ? ในเมื่อตัวเราก็ฝึกได้เท่าเรานี่แหละ จะทำอย่างไร หรือต้องไปจ้างคนที่เก่งกว่าเราเป็นคน train พวกนี้แทน?
ขอโยนคำถามกวนลงมาก่อน ใครจะลอง exercise ลงความเห็นมาก็ได้นะครับ ดูว่าจะเหมือน จะคล้ายกับที่เราคิดที่สวนสัตว์หรือไม่
แวะเข้ามาอ่านตอนพักเบรคกินกาแฟเวรดึก ( ตีสี่ครึ่ง) แต่คงไม่สามาถเข้ามาตอบอะไรได้ เพราะว่าเวลาไม่พอ ไว้ออกเวร หลับสักตื่นแล้วค่อยเข้ามาตอบนะคะ (ถ้าหากอาจารย์ไม่เฉลยซะก่อน)
ยังคงติดตามอ่านตลอดค่ะ แม้ว่าบางบันทึกจะไม่ได้เข้ามาคอมเม้นต์อะไร เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาเลย T_T
Phoenix ...
ตามความเห็นส่วนตัว...
หัวหน้าไม่จำเป็นต้องเฉลียวฉลาด แต่หัวหน้าต้องขยัน เสียสละ และ มีน้ำใจ
เพียงแค่นี้ ก็คิดว่า พอจะเป็นหัวหน้าที่พึงปรารถนาได้แล้ว... ส่วนสิ่งอื่นๆ ค่อยให้ลูกน้องช่วย...
แต่เพียง ๓ อย่างนี้ ก็ยังหาได้ยากในหัวหน้า (จากประสบการณืที่ผ่านมา)...
เจริญพร
เป็นความจริงที่ ความคิดแว่บแรก มักจะมีพลังเสมอ เพราะว่าพอหลับไปตื่นใหญ่ๆ ตื่นขึ้นมามันชักคิดไม่ออกว่า เมื่อคืนคิดอย่างไรและรู้สึกอย่างไร สิ่งที่อยากจะเขียนอยากจะตอบ ..ถูกลืมเกือบหมดเลย ^^
ขอบมาร่วมแสดงความคิดเห็น ตามความเห็นที่พอปะติดปะต่อมาให้นะคะ
--------------
จะว่าไปแล้ว การที่จะฝึกใครให้เก่งขึ้นมานั้น ผู้ฝึกคือผู้ควบคุม คือผู้รู้ทิศทาง คือผู้ชี้แนะ
เหมือนโค้ชบอลเก่งๆที่รู้ว่าควรจะเตะอย่างไร เล่นอย่างไร โดยโค้ชผู้นั้นถ้าลงเล่นเอง ก็อาจจะไม่ใช่นักบอลที่เก่งที่สุดก็ได้ หรือ บรรณาธิการเก่งๆ รู้ว่านักเขียนควรจะเขียนหนังสืออย่างไร ปรับสำนวนแบบไหน หนังสือควรจะออกมาอย่างไร แต่อาจจะลงมือเขียนเองได้ไม่ดีก็ได้
หัวหน้าจึงอาจจะไม่จำเป็นต้องเก่งในการลงมือทำ แต่ควรจะมีความรอบรู้ และรู้ว่าควรจะทำให้ออกมาเป็นแบบไหน นั่นคือ รู้และจินตนาการเห็นภาพสุดท้ายของงานที่จะออกมา และรู้ว่าการจะไปสูความสำเร็จของงานชิ้นนั้นๆ ควรจะทำ+ดำเนินการอย่างไร
การจะฝึกให้สักคนให้เป็น "อภิชาติศิษย์" จึงต้องรู้ความสามารถของศิษย์ มองเห็นแวว และมองเห็นทาง "ขัดเกลา" วาดภาพออกว่าศิษย์จะประสบความสำเร็จอย่างไร
ทำให้นึกถึงในหนังจีน ที่อาจารย์มองเห็นแววอัจฉริยะในตัวเด็กหนุ่ม จึงรับไว้เป็นศิษย์ แล้วชี้แนะสั่งสอนวิชาให้ สิ่งสำคัญ
หลวงพี่ชัยวุฒิ
ครับ
จริงครับ นอกเหนือจากหายากแล้ว บางทีอาจจะมีเป็น "ตรงกันข้าม" ก็มีด้วยครับ
คุณ K-jira
ครับ
ความคิด "แว่บ" แรกที่ดีนี้คือ intuition หรือ ญาณทัศนะนั่นเอง
แต่ต้องระวังด้วยนะครับ บางทีไม่ใช่ "ญานทัศนะ" แต่อาจจะเป็น "เทปม้วนเก่า" หรือการสะท้อนแบบตัว V ก็ได้
ตามทฤษฎีตัว U นั้น ถ้าเราปล่อยให้เหตุการณ์ unfold ตัวเอง ตัวเราที่แท้จริงคือ theta นั้น ก็จะมาเกาะ จับ คิด วิเคราะห์ สิ่งที่เราคนเดียวคิดว่าทุกข์เหลือเกิน
สะท้อนแบบตัว V ก็คือ โยนทุกสิ่งทุกอย่างลงไปเพื่อสู้ ตรงนี้ไม่ค่อยดี เพราะ "ตัวตนของเรา ไม่ได้อยู่ที่พื้นที่ผิว " เท่านั้น การสะท้อนแบบตัว V ก็คือ อารมณ์ ความนึกคิด บางอย่างนั้นจะหุนหันพลันแล่น และทำอะไรที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบก็เป็นไปได้