มีอะไรก็กินไป ใช้จ่ายให้ประหยัดและคุ้มค่า เผื่อไว้อนาคตเวลาฉุกเฉิน
แม้ว่าการติดต่อสื่อสารเดี๋ยวนี้สะดวกทันใจ โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตมีให้ใช้แต่อิฉันยังนิยมการเขียนจดหมายและส่งโปสการด์ถึงครอบครัวและเพื่อนๆ ส่งอีเมลหรือ
อีการด์มันแข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา การได้เขียนตัวหนังสือหวัดๆ ใช้ปากกามันสร้างอารมณ์คิดถึงได้หลายเท่าทีเดียว เหมือนกับจดหมายสามฉบับจาก พ่อ แม่ ย่า ที่ได้รับจากทางบ้าน แนบมากับกล่องพัสดุ (parcel) แหล่งช๊อปปิ้งของดิฉันที่นี่คือ ร้านขายของมือสองที่นี่เขาเรียกว่า op-shop ย่อมาจาก opportunity shop (second hand clothes shop) ใหญ่โตมโหฬารเป็นโกดัง (warehouse) เลยทีเดียว ที่พิดโลกก็มีนะ ตรงตลาดใต้หลังเซเว่นหน่ะ ไปคุ้ยๆ ดู แล้วเอามาแช่น้ำยาฆ่าเชื้อโรคนะ เอาไปใส่เก๋ไม่ซ้ำใคร มีสไตล์ไม่โหลด้วย (เจ๊คนขายไม่ได้แบ่งค่าโฆษณาให้แต่อย่างใด)
เนื้อความในจดหมายแม่มีอยู่ว่า
“ให้เลิกความคิดที่จะหาของกินที่เหมือนกับบ้านเรา มีอะไรก็กินไป ใช้จ่ายให้ประหยัดและคุ้มค่า เผื่อไว้อนาคตเวลาฉุกเฉิน”
แม่จะคอยติงเรื่องซื้อของกินเวลาไปตลาดด้วยกันเพราะดิฉันเห็นอะไรน่ากินซื้อดะ แต่กินไม่หมดสักอย่าง แต่เรื่องซื้อเสื้อผ้าแม่ไม่ว่า แม่ชอบให้แต่งตัวสวยๆ อิอิ
เอ้า วันนี้จะเสนอภาษาอังกฤษเรื่องอะไรดีหล่ะ เอาเรื่องเสื้อผ้าละกัน ของชอบ
เราชอบไปเดินๆ ดูยังไม่ซื้อบอกคนขายไป
“I’m just browsing/ looking. Thank you”
เวลาไปซื้อเสื้อผ้าก็ต้องลองใช่ไหม
ถามว่าลองได้หรือเปล่า (try on)
“Can I try it on?”
เขาอาจถามว่าเราไซส์อะไร ที่นี่ไซส์ UKอิฉันใส่เบอร์เล็กสุดของฝรั่ง 5555 บอกแล้วว่ามาที่นี่ผอมทันทีเมื่อเทียบกับฝรั่ง หุหุหุ
“What size do you take?”
“I take size 10”
หากไม่ทราบขนาดตัวเอง (ฮา....เพราะมันอาจเปลี่ยนแปลงตามอาหารที่บริโภคหรือตามสภาพอากาศ)
“I’m not sure what size I need.”
ห้องลองเสื้ออยู่ไหน
“Where is the fitting room?
I would like to try
these pair of jeans on”
หากลองแล้วไม่พอดี
“It’s too small/ big for me.
Have you got a bigger/ smaller size of this one?”
ตกลงจะซื้อละ
“I will take this one. I’m paying by cash/credit card.”
ตกลงไม่เอาไม่ถูกใจ
“I will leave it. Thank you”
อย่าลืมว่าห้ามต่อของในห้างเน้อ มันแพงก็รอช่วง on sale สิจ๊ะ การช็อปปิ้งคือนิสัยนึงของผู้หญิง เป็นการคลายเครียด เหมือนกับที่ผู้ชายชอบเล่นเกมหรือเล่นกีฬา
เป็นเรื่องธรรมดาไม่ถือเป็นความผิดปกติแต่อย่างใดค่ะ
(เข้าข้างตัวเองล่ะ หุหุ)

ภาพปิดท้ายสวยจังครับ ทำให้นึกถึงไร่ข้าวโพดที่ชานเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
เรียนท่านพลเดช
นี่คือภาพทุ่งบ้านนอกที่นิวซีแลนด์ค่ะ มีแต่ทุ่งเขียวๆ บนเขาโล้นๆ กับแกะสี่สิบล้านตัว
อยากได้รางวัลมั่ง จะได้ขยันเขียน blog อิอิ ตอนนี้ขบันอ่าน
ผู้ชายชอบต่อราคาก็คงไม่ถือว่าผิดปกตินะฮะ
มาเรียนภาษาอังกฤษ ครับ
อาจารย์ ถ่ายรูป มาให้ดูบ้างสิครับ ว่าน่าอยู่เพียงใด
ขยันเรียนนะครับ
ขอขอบคุณอาจารย์อ้อม...
ขออนุโมทนากับงานสอนทางบล็อกของอาจารย์ครับ... สาธุ สาธุ สาธุ
คิดถึงภูเขาหัวโล้นบ้านเรามั้ยครับอาจารย์
หวังว่าอาจารย์จะสบายดีนะครับ
แสดงว่า อ.อ้อม ก็ต่อราคา เก่งดิครับ
อยากให้มีเรื่องราว (วิถีชีวิต) พร้อมภาพสวย ๆ ของ NZ มาพร้อม ๆ กับการได้ทบทวนภาษาอังกฤษอย่างบันทึกนี้ เยอะ ๆ ครับ จะทำให้คนอ่าน (รวมทั้งตัวผมเองด้วย) ได้รับความรู้ ได้แรงบันดาลใจ เหมือนได้ไปเที่ยวต่างแดน และยังได้แสดงเอกลักษณ์ของ อ. อ้อมให้โดดเด่นด้วย ไม่รู้ขอมากไปหรือเปล่าเนี่ย ขอบคุณล่วงหน้าครับ
Dear Visitors,
Thank you for your valuable suggestions and I try my best to share with you about my life in NZ. Anyway it might not be as beautiful as it should be because I am quite obsessed with my study.
However, I would find more time to go out and see the country. So wait and see some more stunning photos of the kiwi scenery.
Now if people ask me, what did you do in your spare time. I will tell them "I write a blog which teaches some English and share ideas on learning about cultures of English speaking countries"