วันศุกร์ที่ 27 เมษายน เป็นอีกวันที่ผมต้องติดอยู่ในห้องประชุมยาวนานตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงเกือบ 6 โมงเย็น ... ครั้นพาสังขารอิดโรยมาถึงโต๊ะทำงานก็พบลายมือคนคุ้ยเคยเขียนไว้ว่า บัดนี้เธอและน้องนุ้ย ได้เดินทางกลับไปรับลูกที่จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เป็นอันว่าผมพลาดโอกาสของการไปรับลูกด้วยตนเอง จึงกลับมารอที่ห้องพัก จนเวลาล่วงเข้า 3 ทุ่มโน่นแหละจึงแว่วยินเสียงเรียกให้ลงไปช่วยอุ้มลูกขึ้นมายังห้องพัก
น้องแดนนอนหลับอยู่เบาะหลัง.. มีอาการตัวร้อนเป็นไข้อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังพอรู้สึกตัวว่าพ่อกำลังเข้าไปอุ้ม ส่วนพี่ชายอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผมเข้าไปสวมกอดและอุ้มน้องแดนโอบเข้าหาแผ่นอก - สัมผัสแรกที่ซึมผ่านเข้าสู่หัวใจของผมอย่างรวดเร็วและน่าตกใจ นั่นก็คือ อุณหภูมิความร้อนของร่างกายจากตัวลูกที่ส่งผ่านมายังผมอย่างเต็มพิกัด !
ผมพูดกับน้องแดนว่า "ให้พ่อดูดพิษไข้ให้นะครับ.." พร้อมกับใช้ริมฝีปากประทับที่หน้าผากของแก แล้วทำท่าดูดพิษไข้ออกมาเสียงดัง ๆ เสร็จแล้วก็แกล้งทำเป็นว่าเจ็บคอเล็ก ๆ เพื่อให้แกได้รู้ว่า ขณะนี้พิษไข้ออกมาจากตัวแกแล้วนะ ซึ่งมันกำลังติดอยู่ที่คอของผม - รอแต่เพียงเวลาที่ผมจะบ้วนทิ้งเท่านั้นเอง
นี่คือพฤติกรรมการเล่น หรือการแสดงความห่วงใยอาทรที่ผมแสดงออกกับลูกชายคนนี้เสมอ ... โดยขณะนั้นตัวแกเองก็ลืมตาปรือ ๆ ผงกศีรษะเล็ก ๆ ราวกับต้องการตอบสนองให้พ่อรู้ว่า "ดีขึ้นแล้ว....ขอบคุณครับพ่อ..."


และถึงแม้ฟ้าจะมืดมิด แต่ผมก็พอมองเห็นอยู่ราง ๆ ว่า น้องแดนมีรอยยิ้มฉายอยู่อย่างชัดเจนบนใบหน้า และรอยยิ้มนั้นก็ซ่อนแฝงความอ่อนโรยของตัวแกอยู่ไม่แพ้กัน
คืนนั้นผมไม่มีโอกาสได้เล่นหรือหยอกล้อกับลูก ๆ เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เพราะพวกเขายังคงหลับต่อไปดังปกติ ซึ่งน้องดินก็หลับพริ้มอย่างว่าง่าย ขณะที่น้องแดนดูเหมือนจะหลับอย่างไม่อิ่มสุข
แฟนของผมเฝ้าดูอาการของลูกอย่างใกล้ชิด ... เธอนำผ้าชุบน้ำไปเช็ดตัวให้น้องแดน พร้อมทั้งประคบไว้ที่ศีรษะ ...รวมถึงการปลุกน้องแดนให้ลุกขึ้นมาทานยาเป็นระยะ ๆ
บางครั้งผมแว่วยินเสียงถอนหายใจของลูกคนเล็กที่ราวกับหน่วงหนักและไม่สบายตัวเป็นที่สุด บางครั้งได้ยินเสียงเพ้อร่ำไม่เป็นสรรพ แต่บางครั้งก็ชัดเจนและเสียดแทงหัวใจผมเป็นยิ่งนักว่า "แดน....ปวดหัว..." ซึ่งเสียงนั้นบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานของลูกอย่างชัดเจน
จนกระทั่งในช่วงตี 1 เศษ ๆ .... ผมก็ได้ยินเสียงเปรยอย่างอ่อนแรงว่า "พ่อ..เช็ดตัวให้แดนหน่อย..."...พ่อ.....ดูดไข้ให้แดนหน่อย..."
ทันทีที่เสียงนั้นแว่วมา ผมก็ปรี่เข้าไปถึงตัวแกราวกับอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว....และเมื่ออยู่ใกล้ลูก หัวใจของผมก็ยิ่งเต้นรัวแรงและแร็วกว่าปกติ เป็นจังหวะเต้นในท่วงทำนองของการสั่นหวั่น หวาดวิตก เจ็บปวด และทุกข์ทนกับภาวะที่ลูกกำลังสู้เผชิญอยู่อย่างทุกข์ทรมาน

ผมนึกเกลียดอากาศอันแสนร้อนเมื่อหลายวันที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้ลูกชายผู้แข็งแกร่งและสุดแสนจะร่าเริงของผมต้องมานอนซมด้วยพิษไข้...
ผมนึกอย่างขึงขังและจริงจังราวกับคนบ้าว่า แม้นพิษไข้มีตัวตนจริง ๆ ผมก็ไม่ลังเลที่จะต่อยมันให้คว่ำลงตรงหน้าของผมทันที... ให้มันขอโทษ ขอขะมาต่อลูกชายของผม ....(ผมคิดเช่นนั้นจริง ๆ นะครับ) รวมถึงการท้ารบกับมันให้ตายไปข้างหนึ่งเสียบัดนั้น
ผมปรารถนาอย่างเหลือเกินต่อการซึมซับพิษไข้จากตัวลูกมาสู่ตัวผม...ผมเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัสกับภาพของลูกที่นอนเพ้อจนฟังไม่ได้สรรพ ...
แต่เมื่อครั้งที่ฟังได้สรรพกลับได้ยินแต่ถ้อยสำเนียงของความทุกข์ทรมานของแก ทั้งที่เป็น "ปวดหัว....เจ็บหัว....ไม่ไหวแล้ว..."
ผมโมโหกับไอ้พิษไข้... ผมอยากให้มันมีตัวตนจริง ๆ ผมจะได้จัดการกับมันให้สาแก่ใจของผมด้วยโทษฐานที่มันมาตอแยกับลูกของผม.....
คืนทั้งคืน ...ผมกับแฟนผลัดกันอยู่ข้าง ๆ ลูกชายคนเล็ก มือขวาของผมยังคงทอดวางอยู่เหนือผ้าบนเหนือศีรษะของแก...และกว่าจะเผลอหลับได้ก็เกือบตี 5 เข้าไปแล้ว
คืนนั้นทั้งคืน .. ทั้งผมและเธอต่างทำสงครามกับพิษไข้อย่างดุเดือด ผมทำสงครามกับ "มัน" ราวกับนักรบคนบ้าที่พร้อมจะเอาชีวิตของ "มัน" โดยไม่มีการให้อภัยเป็นอันขาด
รุ่งเช้าตอน 6 โมงเศษ ๆ ... ทั้งพี่และน้องปีนป่ายอยู่บนตัวผม ผมแว่วยินเสียงของแฟนบอกเตือนลูก ๆ อย่างแผ่วเบาว่า "อย่ากวนพ่อ...พ่อไม่ได้นอนทั้งคืน" ....
ไม่หรอก...ไม่เฉพาะผมที่อดนอนทั้งคืน เธอก็เช่นกันและดูจะเหนื่อยหนักกว่าผมเสียอีก...
ผมตื่นขึ้นมาโดยทันทีเพื่อเป็นเพื่อนเล่นกับลูก ๆ ....พร้อมกับป้อนโจ๊กใส่ไข่ให้กับพวกเขา ....

ภาพของลูกชายคนเล็กเมื่อคืนยังแจ่มชัดอยู่ในหัวสมองของผม... เสียงเพ้อร่ำไห้ของแกก็ดังแว่วอยู่อย่างน่าชัง
ผมหวนกลับไปคิดถึงเมื่อครั้งวัยเด็กที่ผมไม่สบาย แม่มักจะอยู่ข้าง ๆ อุ้มนอนบนตัก ประคบผ้าและเช็ดตัวอยู่อย่างไม่ลดละ ...บางครั้งนอนซมบนฟูกเก่า ๆ แม่และพ่อก็จะผลัดกันมาแตะที่ศีรษะและจับปลายเท้าดูอาการของผม....
คืนนั้นทั้งคืน ผมได้ทำหน้าที่นั้นเช่นเดียวกับที่ท่านทั้งสองได้กระทำต่อผม
และคืนนั้นทั้งคืน ผมก็ได้สัมผัสถึงความหน่วงหนักอันรวดร้าวอย่างที่ท่านเคยทุกข์ร้อนแทนผมมาแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ขอบคุณที่ทำให้เห็นคุณค่าของพ่อที่รักลูกค่ะ
สวัสดีค่ะ
เขียนได้ซึ้งจริงๆ
เคยเป็นแบบคุณ ตอนลูกเป็นไข้สูง ไข้หวัดใหญ่ ไม่ได้นอนเลย พอลูกหาย แม่เป็นต่อ
ตอนลูกไม่สบาย เป็นอะไรที่แย่มากๆเลยค่ะ กลัวลูกจะเป็นอะไรมาก
แต่หายแล้วนะคะ เด็กหายเร็ว อาจยังเพลีย อีก 2 วันก็สบายแล้วค่ะ
เวลาให้ทานยาแก้ไข้ ให้ทานหลังอาหารนะคะ
ผมก็คิดถึงพ่อกับแม่ครับ
มีเท่าไหร่เทใจมอบให้หมด สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้เป็นที่รักของน้องแผ่นดิน และน้องแดนไท
..........
อยากให้ลูกทั้งสองรู้ไว้
คนที่เฝ้าฟูมฟักลูกดั่งดวงใจ
ให้ลูกเติบใหญ่เป็นคนดีของสังคม
คือพ่อและแม่ของหนูนะคะ
...........
เฮ้อ ความสุขที่แท้จริงก้ออยู่ตรงนี้แหละมั้งคะ
สวัสดีครับคุณ แผ่นดิน
สวัสดีครับ ครูอ้อย
สวัสดีครับ อ.แพนด้า <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ระยะหลังไม่ค่อยได้เจอกันเลย…</p><p>คืนทั้งคืน…ได้ตอกย้ำให้ผมตระหนักถึงพ่อและแม่ที่อยู่ที่บ้านและเคยสู้เผชิญกับห้วงทุกข์นี้แทนผมมาแล้ว</p><p>รักท่านมากครับ…</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขอบคุณนะครับที่แวะมาทักทาย</p><p>และขอเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตและไล่ล่าความฝันอย่างมีความสุข….</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า…คืนนั้น พ่อกับแม่ที่อยู่ที่บ้านก็คงกระวนกระวายใจไม่แพ้กัน เพราะท่านรู้ดีว่าหลานชายเป็นไข้…</p><p>โดยเฉพาะตัวเล็กจะติดคุณย่ามาก…สองคนนี้จะมีอะไรที่ผูกพันกันมาก …แต่ตอนนี้ก็กำลังจะกลับไปส่งที่กาฬสินธุ์อีกรอบ</p><p>ขอบคุณครับ……..</p>
ขอบคุณครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยได้ทำหน้าที่เหล่านี้ และลุกเองก็ไม่ค่อยเจ็บไข้ แต่คราวนี้สัมผัสจริงและสัมผัสด้วยตนเอง จึงทุกข์ร้อนอย่างมหาศาล</p><p>โตขึ้น…ขอเพียงเขาไม่เป็นภาระของสังคมก็มากมายพอแล้วครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ใช่ครับ ความสุขที่แท้จริงก็อยู่ตรงนี้ ตรงที่เราได้มีโอกาสดูแลคนที่เรารัก แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้คนที่เรารักตกอยู่ในภาวะความเจ็บปวด…</p><p>เราเจ็บปวดเหมือนกัน…แต่เจ็บแทนเขาไม่ได้ ถ้าเจ็บแทนได้ก็ยินดีอย่างไม่มีเงื่อนไข</p><p>ขอบคุณครับ</p>
เดิมทีผมไม่คิดที่จะเขียนบันทึกเรื่องนี้เลย...ตั้งใจจะเขียนเรื่องกิจกรรมของนิสิต แต่มันเป็นความอัดอั้นกับภาวะที่ลูกเจ็บปวด ... เลยต้องระบายออกมา แต่ก็มิได้จะหมายถึงว่าบล็อกคือที่ระบายอารมณ์นะครับ...
แต่เหตุการณ์ทั้งคืน ... ทำให้ผมรักคนในครอบครัวขึ้นมาเยอะอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพ่อและแม่ของผม
ขอบคุณครับ
ดีใจด้วยครับพี่พนัสที่ทราบข่าวว่าน้องแดนอาการดีขึ้นแล้วครับ
ขอบคุณครับ น้องแจ๊ค <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>เพิ่งกลับมาถึงห้องพัก วันนี้ประชุมตั้งแต่เช้ายัน 6 โมงเย็นเลยทีเดียว ..และคาดว่าน้องแดนคงดีขึ้นแล้ว …</p><p>ขอบคุณครับ</p>