หลังจากหายจากไวรัสอีสุกอีใสไม่นานค่ะ..หนูนิดก็ได้สร้างวีรกรรมความขี้ลืมตัวเองเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากที่นอนป่วยอยู่เป็นเวลา 2 อาทิตย์

วันพฤหัสที่ 26 เมย นั่งรถมากับหัวหน้าฯ วางโทรศัพท์ไว้บนหน้าตักตัวเอง รถวิ่งเกือบถึงป้ายหน้าสำนักงาน..รถก็จอดเพราะสวนกับหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ดินของกรมฯ ด้วยความมีมารยาทดี หนูนิดก็รีบลงมาสวัสดีหัวหน้าเก่า..โดยไม่ได้สังเกตุเลยว่าโทรศํพท์ที่ใส่ซอง Hello Kitty สีชมพูที่เพ่งถอยมาใหม่ๆ ตกลงมาข้างล่างแล้ว..

และกว่าจะรู้ตัวอีกทีประมาณ 30 นาทีได้ หัวหน้าสงสารก็ย้อนกลับมาดูให้..ปรากฏว่ารถหกล้อของ อบต.ดงพลอง ได้จอดรับโทรศัพท์ของหนูนิดขึ้นรถไปด้วยแล้วพร้อมกับปิดเครื่องให้อย่างรีบร้อยเตรียมตัวส่งขายทันที

หนูนิดเครียดทั้งคืน..คิดมากจนกินข้าวไม่ได้กับความงี่เง่าความบ้าและความหลงๆลืมๆ ของตัวเองมาก..เบอร์โทรศัพท์ของพี่ๆ ชาวบล๊อกที่ mem ไว้ก็ไม่มี จำไม่ได้ จำได้คร่าวแค่ 4 เบอร์ เบอร์บ้านที่สารคาม เบอร์น้อง เบอร์สำนักงาน และเบอร์คนรู้ใจ...เค้าบอกว่าต่อไปให้แขวนคอไว้โทรเสร็จก็ยังอยู่ที่คอไม่หล่นหายไปไหน..ดูค่ะความคิด..เจ็บแสบมาก..ก็หนูนิดจ่ายตังค์ค่าซื้อโทรศัพท์เดือนเม.ย. นี้ตั้ง 3 เครื่องแล้วค่ะ

เช้าวันศุกร์ 27 เมย. ไม่ไปทำงานค่ะ..ต้องรีบไปทำซิมใหม่เบอร์เดิมและแจ้งระงับใช้ซิมตัวเดิมที่ศูนย์ DTAC เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์จัดการให้ซิมใหญ่เบอร์เดิมด้วยราคา  214 บาทถ้วน!!!!  รีบแกะซิมใหม่ใส่อยู่บนรถประจำทาง ขอนแก่น-สุรินทร์ ใส่ในเครื่องโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ยังใช้ได้หลังจากที่เคยไปมุดอยู่ในเครื่องซักผ้าเป็นเวลา 20 นาที แต่ก็รวนๆ อยู่เหมือนกัน  และบ่ายวันเดียวกันที่สำนักงานลองโทรเข้ามาที่มือถือ และแจ้งว่ามีคนเก็บโทรศัพท์ได้และนำไปขายให้พระที่วัดแล้ว

ขายให้พระที่วัดแล้ว ..หนูนิดตกใจค่ะ พระรับซื้อโทรศัพท์ และหนูนิดก็ได้โทรไปแจ้งแล้วว่าจะไปเอาโทรศัพท์เครื่องนี้คืนวันจันทร์พร้อมด้วยเงินที่จะนำไปซื้อโทรศัพท์ของตัวเองคืนด้วยราคา 2100 บาท

หนูนิดเสียดายโทรศัพท์เครื่องนี้มากเพราะมีความผูกพันกับบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเครื่องโทรศัพท์นี้เลยต้องยอมเสียเงินเพื่อแลกกับความงี่เง่าความเลอะลืนของตัวเอง..สำหรับพี่ๆ ที่เคยเจอเหตุการณ์ประทับใจเรื่องกุญแจรถหายที่บ้านพ่อครูบาคงไม่แปลกใจ..และคนใกล้ใจก็ไม่แปลกใจอีกเหมือนกันแต่..บ่นมากหน่อยขู่สารพัด..จนกลัวจะแย่แล้ว

ไม่น่าเลยนะค่ะกับความขี้ลืมแบบนี้และไม่ดีเลยซึ่งหนูนิดคิดตะหงิดใจเหมือนกันกับที่เค้าอ้างว่าขายให้พระ...แต่ถ้าเค้าบอกว่าเก็บโทรศัพท์ได้ให้มารับคืนที่...หนูนิดจะรู้สึกดีมากเลย..และจะให้ค่าน้ำใจเค้าอย่างงามโดยไม่ต้องขอเลย..แต่คิดอีกทีก็คือเราเอง..เราทำตัวเอง..ซึ่งไม่น่าเลย..