เหตุการณ์นั้นผ่านไปผมกลับมาวิเคราะห์เหตุการณ์สมัยมัธยมก็พบระบบการถ่ายทอดความรู้ ระบบหนึ่งของเด็กที่อยู่หอครับ
เวลานี้ผมฝึกงานอยู่ที่ มติชนครับ จากเดิมที่มาใหม่ๆ ผมนับเวลาว่า ผ่านไปแล้ว ๑ อาทิตย์ ผ่านไปแล้ว ๒ อาทิตย์ จนปัจจุบันก็นับถอยหลัง เหลืออีก ๒ อาทิตย์ เหลืออีก ๑ อาทิตย์ ที่ว่านี่ไม่ได้อยากฝึกงานเสร็จเร็วๆนะครับ แต่อยากจะบอกว่า เพื่อนๆที่ฝึกงานด้วยกัน แม้จะมาจากต่างมหาวิทยาลัย แต่จากการสอบถาม เราคิดเหมือนกัน . . . แต่ก็คงจะต่างเหตุผลกันไป
เมื่อวานนี้ช่วงระหว่างทานอาหารกลางวัน ผมได้สนทนากับเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้เป็นนักศึกษาหญิงมาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ เพื่อนชื่อ“ต้อม”เราคุยกันถึงเรื่องชีวิตสมัยมัธยม
<h5 style="text-align: center">
</h5>
ช่วงมัธยมต้นผมเรียนอยู่ที่ ร.ร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ ส่วนต้อมเรียนที่ ร.ร. เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพะเยา (ไม่แน่ใจในการสะกดชื่อ ร.ร. นะครับ) ซึ่งที่เหมือนกันก็คือ ทั้ง ๒ โรงเรียนต่างเป็นโรงเรียนที่ประยุกต์แบบมาจาก โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ซึ่งแน่นอนว่า ระบบของโรงเรียนย่อมคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็น การตื่นแต่ตี ๕ ครึ่ง มาวิ่งออกกำลังกาย การฝึกวินัยทหาร การมีเครื่องแบบที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องครับที่เหมือนกัน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องของระบบงานโรงเรียนคงไม่แปลกอะไร แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ เรื่องของพฤติกรรมของนักเรียนครับ
ที่ว่าเหมือนกันก็จะในส่วนของ การพยายามแหกกฎ พยายามซุกซ่อนของผิดระเบียบให้รอดสายตาครู การทะเลาะวิวาท การขโมยของ ซึ่งใครที่เคยเป็นเด็กหอก็คงจะพอทราบนะครับ ว่าเรื่องเหล่านี้ก่อให้เกิดความสนุกสนานแค่ไหน ซึ่งทั้งผม และต้อม ก็ผ่านมาคล้ายๆกัน ก็เลยคุยกันซะนาน เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรำลึกความหลัง
เหตุการณ์นั้นผ่านไปผมกลับมาวิเคราะห์เหตุการณ์สมัยมัธยมก็พบระบบการถ่ายทอดความรู้ ระบบหนึ่งของเด็กที่อยู่หอครับ เนื่องจากความเป็นวัยที่คึกคะนอง อยากลอง อยากรู้ การจับไปอยู่รวมกันและตั้งกรอบกฎเกณฑ์มาบังคับใช้ แน่นอนครับเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก และผมก็ยอมรับว่าในสมัยนั้นผมก็อยากจะฝ่าฝืนด้วยความตื่นเต้น
<h5 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">กระบวนการกลุ่ม (แห่งความคึกคะนอง) มีดังนี้ครับ</h5>
- จับกลุ่มพวกเพื่อนที่สนิทและมีความชอบเหมือนกัน (กระบวนการนี้ตามมาด้วยการทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มซึ่งเจ็บตัวมาก)
- เมื่อมีกลุ่มแล้วก็จะมีการคุยกัน เล่นกัน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรที่แต่ละคนมีดีอะไรก็จะนำมาอวดกันสอนกัน (ผมจำได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม มาสอนวิชาไขกุญแจด้วยส้อมหรือลวดให้กับผม ซึ่งผมลองใช้แล้วปรากฏมีประสิทธิภาพดีมาก)
- ตามธรรมชาติของคนที่เป็นสัตว์สังคมเมื่ออยู่รวมกันก็จะมีผู้นำซึ่งในวัยเด็กก็จะมีผู้นำที่มีลักษณะเป็นผู้นำตามธรรมชาติขึ้นมานำกลุ่มโดยไม่ได้มีการแต่งตั้ง ซึ่งหากนำไปทางดีก็ดี ไปในทางเสียก็แย่
ซึ่งการมีกลุ่มหลายๆกลุ่ม อยู่รวมกันไม่ใช่ที่สิ่งดีนะครับ นี่ยังไม่รวมกลุ่มรุ่นพี่หรือรุ่นน้องซึ่งเป็นตัวแปรที่มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตอีก
</span></span></span><h5 style="margin: 0cm 0cm 0pt 27pt; text-indent: -18.75pt; tab-stops: list 27.0pt" class="MsoNormal" align="left"> - ผมจึงแปลกใจว่าทำไมเรื่องที่ผมประสบมา กับที่เพื่อนต้อมประสบมาจึงคล้ายกัน </h5>
- ผมสงสัยว่าโรงเรียนลักษณะที่ผมเคยอยู่นี้ ซึ่งมีหลายแห่งทั่วประเทศ เด็กๆในแต่ละที่ จะมีพฤติกรรมเหมือนกันหรือไม่
- แล้วอะไรส่งผลให้เด็กทำตัวเช่นนั้น ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย แม้บางคนจะเรียกมันว่า “ประสบการณ์”
<h5 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal" align="left"></h5>
ผมมีคนสนิทคนหนึ่งครับอยู่จังหวัดทางภาค*** ที่นั่นคนวัยทำงานอพยพมาหางานทำในเมืองใหญ่ ในสังคมกลวงๆที่มีแต่เยาวชน & คนชรา ที่นั่นเยาวชนเป็นปัญหามากครับ ทั้งเรื่องการรักในวัยเรียน ยาเสพย์ติด การศึกษา วัฒนธรรมของท้องถิ่นถูกวางไว้กับผู้สูงอายุรอวันเลือนหาย
ผมไม่ทราบว่าพื้นที่อื่นๆ จะมีสถานการณ์เหมือนกันรึเปล่า แต่ผมว่าถ้าเป็นสังคมกลวงๆเหมือนกัน ก็น่าจะมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน ถามว่าน่าตกใจไหม และสังคมกลวงๆคล้ายๆกันนี้ในเมืองไทยมีมากเท่าไหร่
ในขณะที่บ้านเมืองวุ่นวาย ผู้หลักผู้ใหญ่มัวแต่ปะทะกัน ผมก็ยังเห็นตัวอย่างดีดีเยอะครับในระบบการจัดการความรู้ มีการนำสิ่งที่ดีดีมาแลกเปลี่ยนกัน มีการคุยกัน สร้างสังคมร่วมกัน มีการนำปัจจัยความสำเร็จไปเป็นต้นทุน โดยหวังว่าพื้นที่นี้ทำสำเร็จ พื้นที่อื่นก็จะสำเร็จเหมือนกัน ซึ่งก็ดูเหมือนว่า อะไรๆ ในสังคมก็จะมีการทำให้เหมือนกันไปซะหมด แล้วก็ต้องมาลุ้นกันละครับคราวนี้ ว่าสิ่งดีกับสิ่งไม่ดีอะไรจะขยายความเหมือนได้เร็วกว่ากัน
ผมอยากให้มีตัวอย่างที่ดี เยอะๆครับ ผู้คนจะได้นำไปเป็นตัวอย่าง เห็นใครดี เห็นสิ่งไหนเด่น ผมฝากให้ผู้อ่านทุกท่านช่วยกันนำข้อมูลเหล่านั้น ไปขยายผลเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่นด้วยนะครับ ทั้งนี้เพื่อสังคมที่ดี ที่ไม่ทอดทิ้ง มีคุณธรรมและ สงบสุขอย่างยั่งยืนครับ
สุดท้ายเรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านแสดงความคิดเห็น ทั้งจะติชม เสนอแนะอย่างไร ทำได้ทั้งนั้นครับ ผมไม่กินตับ
.....................................
</font></span></span></span>


เป็นเด็กหอ สนุกค่ะ ได้ทำอะไรสนุกๆ บางอย่างลองถูกลองผิด นำสิ่งที่ลองถูกไปพัฒนาตนเองได้ค่ะ เด็กอยู่กับผู้สูงอายุ ความจริงมีอะไรดีๆที่แลกเปลี่ยนกันระหว่าง 2 วัย ที่ดีนะคะ
คิดถึงน้องชายจัง เมื่อวานไปทานข้าวกันอาจารย์วิบูลย์ ยังพูดถึงปืนอยู่เลย บอกว่าน้องฝึกงานที่มติชนนะ
ถ้ากลับมาแล้ว จะรวมพลเด็ก พาไปทานข้าวกัน มีน้องหน่อย เพื่อนของปืน ปืน พี่ แล้วก็พี่โทน แล้วก็อีกคนหนึ่งที่ฝึกงานที่หน่วยวิจัย
เป็นการทำให้เรารู้จักกันไว้ แล้วพี่คิดว่าจะสร้าง เพลนเน็ต ให้กลุ่มเด็กของเราว่า Blog gang (เด็กท่านรองฯ)
แต่คนเห็น คงจะไม่ดีเนอะใช้เด็กท่านรองฯ อะมันไม่ค่อยดีเลย แต่ใช้ชื่ออะไรเดี๋ยวตอนเรารวมกลุ่มกันได้แล้วให้ท่านอาจารย์ช่วยกันตั้งชื่อ
ยังคิดถึงน้องชายคนเก่งเสมอ
ระด้บปืนใหญ่แห่งค่ายนเรศวรคงสร้างชื่อในการฝึกงานได้ไม่น้อยนะคะ
นึกไม่ถึงเลยว่า เรื่องวันวาน จะกลายเป็น topic ไปแล้ว แต่ก็อย่างว่า ล่ะนะ ,,,เมื่อมีกรอบให้เดินก็อาจมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากออกนอกกรอบบ้าง ,, เช่นเราๆๆ เป็นต้น 555
ลืมบอกไปว่า ที่ถูกต้อง คือ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา นะ อักษรย่อ ส.ว. มาจาก สังวาลย์ คือพระนามของสมเด็จย่า น่ะ
เพิ่งได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บปืน เจ๋งมากเลย มาฝึกงานเทอม2ที่หัวเฉียวก็ติดต่อมาบ้าง แวะมาเที่ยวที่ม. ก็ดีนะ แพร ยุ้ย เราจะพาไปกินข้าว