คนเวียตนามตื่นนอนเช้ามาก ประมาณ ตี 4 ตี 5 แล้วมากินน้ำชา กาแฟ แบบสภากาแฟเหมือนภาคใต้บ้านเรา เพื่อ update ข่าวสารวันนี้ว่าเป็นอย่างไร ถกเถียงกันจนหนำใจแล้วจึงแยกย้ายไปทำงาน

สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 เปิดแล้ว โดยสามัญสำนึกต่างก็คาดคิดว่าเมืองมุกดาหารจะคึกคัก คับคั่ง ด้วย คนและคน จากการประมาณการด้วยสายตาก็พอมีมากขึ้น สังเกตจากขบวนรถทัวร์บักใหญ่ 3-4 คัน มาจอดที่โรงแรมบ่อยมากขึ้น  

 มุกดาหารก็เหมือนๆนครพนม หนองคาย หรือจะเลยเข้ามาข้างในที่อุดรธานี แม้แต่ขอนแก่น ที่ธุรกิจการค้าขายจะอยู่ในมือของคนไทยเชื้อสายจีนและคนไทยเชื้อสายเวียตนาม กล่าวกันว่าคนไทยเชื้อสายเวียตนามนั้นมีแรงขับมาก เพราะเป็นผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในประเทศตั้งแต่สงครามเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งปัจจุบันเป็นคนไทย นามสกุลไทยและเติบโตจนเป็นเศรษฐี และมีตำแหน่งหน้าที่การงานก็มากมาย ทั้งนี้เพราะความขยันหมั่นเพียร มุมานะ อดทน และโดยสายเลือดก็เป็นเช่นนั้น   

ผู้เขียนอยู่เมืองมุกดาหารมา 4-5 ปีก็มีโอกาสคลุกคลีเพื่อนฝูงทั้งที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนและเวียตนาม ช่วงหลังนี้ทำให้ต้องสนใจเมืองเวียตนามมากขึ้น เพราะมีโครงการ East West Corridor เกิดขึ้น ระหว่างเมือง กวางตรี-สะหวันนะเขต-มุกดาหาร และมุ่งหน้าไปทิศตะวันตกสู่จังหวัดตากและข้ามไปประเทศพม่าและไปออกทะเลที่เมาะตะมะ  

ถามว่าปัจจุบันก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว  ผมไม่ทราบรายละเอียด เพียงสนใจและติดตามจากสื่อสารที่พอมีบ้างในสาธารณะ และข่าวที่ไม่เป็นข่าวนั้นนับว่าคึกคักมากพอสมควร กล่าวคือ กลุ่มพ่อค้านักลงทุนทั้งหลายต่างมุ่งหน้ามาดูพื้นที่ ดูลาดเลา ดูบรรยากาศ หาข้อมูลจังหวัด ข้ามไปดูเมืองสะหวันนะเขต ต่อไปจนถึงเมืองกวางตรีของเวียตนาม เพื่อมองลู่ทางในการทำมาค้าขาย ที่เห็นว่าคึกคักที่สุดก็จะเป็นการท่องเที่ยวระหว่างเมืองน่ะครับ สงกรานต์ที่ผ่านมากล่าวกันว่า คนไทยหัวใจพอเพียง ไปเดินคุยกันที่เมืองกวางตรี ฮอยอัน ดานัง ฯลฯ กันจนภาษาไทยก้องไปทั้งเมือง   

ผมมีโอกาสรู้จักคนไทยเชื้อสายเวียตนามที่เกิดในเมืองมุกดาหาร แต่ก็มีญาตพี่น้องที่ยังอยู่ที่เมืองกวางตรี เราคุยกันตรงไปตรงมาว่า เวียนตนามเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับไทย พอสรุปสาระสำคัญได้ว่า

 

  • คนไทยมีระบบ Red tape ที่ถ่วงความเจริญ ของเวียตนามมีระบบ CEO แต่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีอำนาจตัดสินใจได้ทันที  แต่ของไทยเรา พอเขาบอกตกลงจะลงนาม ต้องกลับวิ่งแจ้นมาปรึกษานายใหญ่ก่อน

  • CEO แต่ละจังหวัดเปรียบเหมือนรัฐบาลท้องถิ่น มีหน้าที่พัฒนาเมืองให้เจริญเติบโตอย่างอิสระจากรัฐบาลกลาง ต่างแข่งขันกันมาก และไม่มีคอรัปชั่น

  • คนเวียตนามตื่นนอนเช้ามากๆประมาณ ตี 4 ตี 5 แล้วมากินน้ำชา กาแฟ แบบสภากาแฟเหมือนภาคใต้บ้านเรา เพื่อ update ข่าวสารวันนี้ว่าเป็นอย่างไร ถกเถียงกันจนหนำใจแล้วจึงแยกย้ายไปทำงาน เขาไม่เชื่อการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลกลางผ่านโทรทัศน์ แต่เชื่อข่าวสารที่มารวมกันที่โต๊ะกาแฟตอนเช้า 

  • เขาไม่นิยมเลยที่จะฟังสรุปข่าวตอนเช้าเหมือนเมืองไทยทำกันทุกเช้า ไม่ว่า ช่อง 3 5 7 9 เขาไม่ฟังเลย แต่จะเอาข่าวกันที่โต๊ะ ชา กาแฟ ตอนเช้า  ตกเย็นเลิกงานก่อนกลับบ้านก็มานั่งกินเบียร์ update ข้อมูลอีกครั้งหนึ่งก่อนกลับบ้าน เขากินเบียร์กันมากทุกเย็น แต่ไม่กินจนเมาเหมือนพี่ไทย แค่เข้าสังคมนิดหน่อย พอได้ข่าวก็เลิกรากลับบ้านไป

  • คนจนยังมีมาก และคนรวยก็มีไม่น้อย ในเวียตนามมีความหลากหลายมาก สุดโต่งกันเลยกล่าวคือ ในชนบทก็ยังยากจน ดิ้นรนกันต่อไป แต่ในเมือง รัฐบาลแต่ละเมืองจะสนับสนุนเทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุดเลย ซึ่งหลายอย่างเมืองไทยยังไม่มี แต่เวียตนามมีแล้ว ??

  • ยางพาราและกาแฟในเวียตนามมีการปลูกมาเป็นร้อยๆปีแล้วเพราะฝรั่งเอามาปลูกตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม ดังนั้นเวียตนามจึงเป็นผู้ชำนาญการเรื่องยางพาราและกาแฟในภูมิภาคนี้มากประเทศหนึ่งตอนนี้ก็รุกเข้ามาปลูกในประเทศลาวทางตอนใต้เต็มไปหมดแล้ว 

 ผมนั่งคุยกันกับเพื่อนคนนี้อีกหลายเรื่องซึ่งฟังแล้วก็ขนลุก ว่าประเทศที่ต้องต่อสู้กับสงครามมาตลอดเวลานานแสนนาน บัดนี้ก้าวขึ้นมาเทียบเทียมเรา และกำลังจะวิ่งแซงหน้าไปแล้ว โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชน เขากำลังก่อสร้างรถรางไฟฟ้าความเร็วสูง (Bullet train) จากภาคใต้สู่ภาคเหนือ เริ่มลงมือแล้วด้วยงบประมาณมหาศาล แต่ของเราแค่วิ่งวนอยู่ในกรุงเทพฯก็ทะเละกันยังไม่จบ   

 อะไรที่ทำให้การพัฒนาประเทศของเวียตนาม รวดเร็วกว่าเมืองไทยหลายเท่าตัว  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ ....