ในการประชุมคณะกรรมการ สวรส. เมื่อวันที่ 23 เม.ย.50 ศ. นพ. ประเวศ วะสี ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ในเรื่องระบบสุขภาพชุมชน ควรทำ 7 เรื่อง ได้แก่
1. คนที่ถูกทอดทิ้ง
2. เศรษฐกิจพอเพียง
3. โรคที่พบบ่อย
4. เบาหวานและความดันโลหิตสูง สำรวจและรักษาให้ได้หมดทุกคนในชุมชน
5. ผู้สูงอายุ
6. การควบคุมโรค เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดนก
7. การสร้างเสริมสุขภาพ
ระบบสุขภาพชุมชนต้องทำอย่างบูรณาการไปกับระบบความเข้มแข็งของชุมชน
วิจารณ์ พานิช
23 เม.ย.50
ขอโทษครับอาจารย์.....ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นบ้างครับ
ผมทำงานกับชาวบ้านกับองค์กรชาวบ้านเมื่อหลายปีก่อน..ผมมักได้ยิน ครูชบ จะพูดถึงความมีศักดิ์ศรีของชาวบ้านเมื่อต้องไปรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของรัฐทุกขนาด โดยเมื่อชาวบ้านน้ำขาวรักษาพยาบาลแล้วก็จะขอใบเสร็จเพื่อนำไปเบิกที่กลุ่มออมทรัพย์ของตนเองในตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทำไมครูชบและชาวบ้านน้ำขาวจึงคิดอย่างนั้น...เพราะการดูแลรักษาสุขภาพของคนในชุมชนนั้นต้องหวังพึ่งหมอและโรงพยาบาล ชาวบ้านจึงรู้สึกไม่มีศักดิ์ศรีเพราะต้องไปเข้าคิวบัตรสงเคราะห์ บัตรสุขภาพ (เมื่อก่อน)
จนกลุ่มออมทรัพย์เกิดแล้วจัดการสวัสดิการรักษาพยาบาลของสมาชิกกลุ่มได้ ชาวบ้านเขาถึงคิดว่า เขามีศักดิ์ศรีเท่ากับคนในหาดใหญ่ เมื่อมาโรงพยาบาลหาดใหญ่ หรือข้าราชการในรพ.สงขลานครินทร์หาดใหญ่ เพราะนำใบเสร็จไปเบิกที่กลุ่มออมทรัพย์ที่ตนเองฝากเงินได้
แต่นี้ไม่ใช่คำตอบของสุขภาพชุมชน ตำบลคลองเปียะ แสดงให้เห็นว่า สุขภาพชุมชน ต้องหมายถึง โรคระบาด โรคติดต่อไม่เกิดในชุมชน หรือถูกควบคุมได้จากชุมชน การจัดสวัสดิการของชุมชนเรื่องการรักษาพยาบาลต้องมี ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น เด็กแรกเกิด เมื่อคลอดแม่เป็นสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์คลองเปียะ จะได้เงินฝากเข้ากลุ่มคนละ 500 บาทมีชื่อในกลุ่มฯเรียบร้อย มีสิทธิรับค่ารักษาพยาบาล รับค่าสงเคราะห์อื่น ของกลุ่มออมฯ เมื่อแม่ฝากเงินสัจจะต่อจนครบ 180 วัน (ครบตั้งแต่ รักษาพยาบาล , อายุมากเกิน 65 ก็ได้เงินสงเคราะห์คนแก่ของกลุ่มออมฯ,จนตายก็จะได้รับเงินสงเคราะห์จากกลุ่มอีก เป็นต้น)
เพียงแค่นี้ ไม่กล่าวว่าเป็นเรื่องการจัดการสุขภาพชุมชนของกลุ่มออมทรัยพ์ตำบลคลองเปียะ แต่เป้าหมายอยู่ที่.....การจัดการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยไม่เจ็บไข้มากกว่า.... นั่นหมายถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ รู้จักป้องกันจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ เช่นไม่ทานยาพาราเซตามอล ถ้าไม่จำเป็นจะเลือกทานสมุนไพรอื่นที่ช่วยได้มากกว่า หรือการดูแลสุขภาพประเภทต่าง ๆ แทนการไปรักษาจากโรงพยาบาล ซึ่งผู้นำชาวบ้านตำบลคลองเปียะถือว่าเป็นการจัดการสุขภาพชุมชนที่ประสบความสำเร็จแบบกลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ แบบชาวบ้านชาวบ้านครับ
ควร สร้างเสริมปัญญา แก้ปัญหา(สุขภาพ)ชุมชน
กลุ่มอินแปง อ.กุดบาก สกลนคร ทำ เป็นตัวอย่างแล้ว
ใช้เทคโนโลยี่ที่เหมาะสม คือ ฉลาดกินอาหารเป็นยา ฉลาดบริหารร่างกาย บริหารลมปราณ ลมหายใจ แต่ที่จะส่งเสริม การตรวจเช็คสุขภาพ ซึ่งแพง
ที่น้ำขาว เคยชวนหมอ รพ หาดใหญ่ ไปตรวจสุขภาพ ชาวบ้าน และ ยินดีจ่ายค่าบริการให้
บางชุมชนเข้มแข็ง เลือกเชิญหมอ ไปให้ความรู้ชาวบ้าน และชดเชยค่าเสียเวลาของคุณหมอ ผู้นำชุมชนนี้ เชื่อว่า ความรู้จากหมอดีๆ สำคัญกว่ายาและการตรวจสุขภาพ
ที่จริงแล้ว บางเรื่องก็ต้องการบริการให้การรักษา แต่ต้องออกแบบระบบบริการให้ดี ไม่ใช้แบบขายยา แจกยา และงบปลายปิด ให้หมอกับชาวบ้านยื้อกัน ชาวบ้านอยากได้ยามากๆ แต่งบมีแบบจำกัด (งบปลายปิด)
ขอแสดงความคิดเห็นบ้าง(จากสมองน้อยๆ)
ความจริงแล้วจากที่อ่านมานี้ ทำให้ได้คิดว่าระบบสุขภาพชุมชนนั้นมีความหมายกว้างมาก ทั้ง
1. การดูแลสุขภาพโดยชุมชน
2. การสร้างเสริมศักยภาพให้ชุมชน บุคคคล ครอบครัว สามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองรวมทั้งดูแลกันและกันห
3. การส่งเสริมให้บุคคลครอบครัว ชุมชน มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ
4. ความเข้มแข็งของชุมชนในการสร้างสวัสดิการสุขภาพด้วยตนเอง (แบบของครูชบ)
เช่นนี้หรือไม่คะ???
แม่มิรุ