อินเทิร์นทุกคนต้องหมุนเวียนไปทำงานที่ธนาคารเลือดคนละ ๓ สัปดาห์     ระหว่างนั้นเราต้องทำงาน แม็ตช์ เลือด (blood matching)     เพื่อเตรียมเลือดไว้ให้ผู้ป่วยผ่าตัด (กรณีเสียเลือดมากระหว่างผ่าตัด)      หรือสำหรับให้ผู้ป่วยตามที่หมอสั่ง     บางวันเราจะไปรับบริจาคเลือด     บ่อยครั้งไปที่เรือนจำคลองเปรม     และบางวันเราต้องอยู่เวรธนาคารเลือดในตอนกลางคืนหรือวันหยุด

          สิ่งที่เรากลัวกันมากที่สุดคือหยิบเลือดให้คนไข้ผิดขวด     สมัยนั้นเลือดยังใส่ขวดบ้าง ใส่ถุงบ้าง     ยังไม่ใส่ถุงทั้งหมดอย่างเวลานี้     คนไข้ที่ได้รับเลือดผิดขวดจะเริ่มมีอาการหนาวสั่น เราเรียกเป็นภาษาเทคนิคว่า ชิล (chill = หนาวสั่น)     ต่อมาปัสสาวะดำ และไตวาย  อาจถึงตาย     หมอที่ทำผิดแบบนี้จะเสียชื่อมาก     เป็นที่โจษจันกันไปทั่ว   

          สิ่งที่เรากลัวกันมากอีกอย่างหนึ่ง คือกลัวผีครับ     ลือกันว่าที่ธนาคารเลือดมีผีบาทหลวง     ดังนั้นตอนกลางคืนเมื่อโดนตามไปที่ธนาคารเลือดด่วน     ผมก็จะเสียวมาก     แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เคยเจอผีสักครั้งเดียว  จนเดี๋ยวนี้  ภรรยาเขาบอกว่าผมเที่ยวดุคนไปทั่ว     จนผีก็กลัวว่าถ้ามาหลอกผม จะโดนผมดุ

           การไปรับบริจาคเลือดที่เรือนจำ เป็นประสบการณ์ที่หายาก     ทำให้เราได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ     ที่ประทับใจไปนาน     แต่ตอนนี้ผมนึกไม่ออกแล้วว่าสภาพเป็นอย่างไร

          เพิ่งนึกออกว่า ผมได้เรียนรู้เรื่อง อีคิว (EQ = Emotional Intelligence) จากการเวียนไปทำงานที่คลังเลือดนี้มาก     แต่เป็นการเรียนรู้แบบเก็บเกี่ยวข้อมูลเชิงประสบการณ์ที่เป็นข้อฉงนหรือสนเท่ห์ไว้ในใจ     พอได้เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ๆ ก็เอา "ข้อมูล" (data) นี้มาเทียบ     พอผมรู้จัก อีคิว ผมก็เอาประสบการณ์ตอนทำงาน ๓ สัปดาห์ที่ธนาคารเลือดนี้มาทบทวนเชิง reflection กับตัวเอง     เอาเรื่องราวของความขัดแย้งเชิงอารมณ์ระหว่างธนาคารเลือดกับหน่วยงานอื่นๆ มาศึกษาด้วยตนเอง     เพื่อจะได้สังเคราะห์เป็นความรู้ฝังลึกเฉพาะตน เอาไว้ใช้ในการทำงานบริหาร

วิจารณ์ พานิช
๗ เม.ย. ๕๐
แก้ไขปรับปรุง ๒๑ เม. ย. ๕๐