ครูรุ่นเก่ามักจะมีความคิดแบบนี้ที่จะต้องสอนให้ทัน คำว่าสอนให้ทันนั้น หมายถึง การสอนตามหนังสือเรียนที่นักเรียนถืออยู่นั่นเอง
วิทยากรที่อบรมพวกเรา ได้ขอดูหนังสือเรียนที่เราใช้สอนกันในโรงเรียนในแต่ละโรงเรียน
ซึ่งพวกเราก็นำมา และวิทยากร ก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่ง ขึ้นมาแสดงให้เห็นถึงความน่าเบื่อในหนังสือเรียนเล่มนั้น
ความน่าเบื่อ หมายถึง ไม่ได้มีความชวนเชิญให้นักเรียนสนใจ ควรจะจัดสิ่งที่น่าสนใจให้กับนักเรียน
จะรู้ได้อย่างไรว่านักเรียนสนใจ ซึ่งครูผู้สอนทุกท่านต้องถาม
เมื่อถามนักเรียนก็จะตอบว่า...หนู ผม อยากไปเรียนที่นั่นที่นี่ที่โนน อยากทำนั่นทำนี่ทำโน่น อย่างนี้เป็นต้น
แต่ทำไมเราไม่ทำอย่างนั้น หรือว่าหลายๆคนทำอย่างนั้นไมได้
สักครู่หนึ่ง ก็จะมีคำตอบว่า...เดี๋ยวสอนไม่ทัน
สอนอะไรไม่ทันอะไร....เป็นคำถามที่ตามมาเช่นกัน
และก็จะมีเสียงดังตอบมาว่า..ก็ไม่ทันหนังสือเรียนนะสิ
นี่นก็แสดงว่า ท่านสอนหนังสือ ไม่ได้สอนนักเรียน
ในความเป็นจริงนั้น ไม่ได้ยึดติดกับหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ต้องพิจารณากันให้ชัดเจนกันก่อนว่า หนังสือเรียนแต่ละสำนักพิมพ์ซึ่งผลิตออกมามากมายนั้น เล่มใดเหมาะสม ซึ่งแต่ละเล่มก็จะมีข้อบกพร่อง ซึ่งนามาเติมเต็มให้กันและกัน ไม่มีเล่มใดเลยที่จะสมบูรณ์ เพียงแต่ต้องเลือกหนังสือเรียนที่ดีที่สุดให้นักเรียนได้นำมาใช้ ได้ไปทบทวนที่บ้านเท่านั้นเอง
ไม่ได้หมายความว่า...จะต้องสอนให้ทันในหนังสือ แล้วสอนอย่างไร ยึดอะไรเป็นหลัก
คำตอบก็คือ...หลักสูตร เราต้องยึกหลักสูร ที่รวมไปถึงมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละช่วงชั้นและรายปี
ซึ่งท่านจะต้องัดทำหลักสูตรสถานศึกษา กำหนดสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน.....
และอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งท่านก็คงได้จัดทำกันมาอย่างสมบูรณ์และชัดเจนกันแล้ว