ที่บ้านของเราก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเลย ประสบการณ์ชีวิตภาษาอังกฤษไม่ได้เข้ามาแตะเลย เพราะกลัวเรตติ้งตกต่ำ คนไทยจะไม่เปิดไปดู เลยไม่ทำหนังพูดภาษาอังกฤษ เพื่อสอนให้พูด
ในขณะที่อบรมการเพิ่มประสิทธิภาพของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น   ก็ต้องมีกิจกรรมที่ให้พวกเราปฏิบัติ   และนำไปใช้ 
เมื่อเราปฏิบัติกิจกรรม  หรือที่เรียกว่า  ทำกิจกรรมเสริมเนื้อหานั้นเสร็จแล้ว   วิทยากรก็มีคำถามทุกครั้งว่า....เรานำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ในชั้น ป..... ได้ไหม   หลายๆคนก็ตอบว่าได้   และอีกหลายๆคนก็ตอบว่า...ไม่ได้...
คำตอบที่ว่า....ไม่ได้.....ก็มีครูอ้อยคนหนึ่งล่ะที่ตอบว่าไม่ได้   เพราะในตอนนั้น   ตัวครูอ้อยเอง  ยังสับสนกับการใช้ Wh-Question  กับเนื้อหาเพียงสั้น ๆ 6 - 7 บรรทัด  กับกิจกรรมถามตอบเป็นคู่ 
อย่าว่าแต่การเอาหลังชนกันถามเลย..ต่อให้นำคำถามนั้นมานั่งคุยกันยังตอบกันไม่ได้เลย.....
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น   ไม่ใช่นักเรียนของเราไม่เก่งนะคะ  และไม่ใชนักเรียนของเราไม่รู้   
แต่เพียงแต่ว่า....เราเสียเปรียบเขาตรงที่.....เรามาเรียนภาษาอังกฤษในชั่วโมงสอนเท่านั้น   ซึ่งบางโรงเรียนก็ใช้เวลาเรียน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  บางโรงเรียนก็  3  ส่วนโรงเรียนของครูอ้อย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  
อย่ามาพูดกันเรื่องชั่วโมงเลย   อย่างไรเราก็เสียเปรียบอยู่ดีนั่นหล่ะ   เพราะเราไม่มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตเลย   หมายความว่า  เราส่วนใหญ่นั้น  ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษที่บ้าน   แล้วจะเกิดทักษะในการพูดได้อย่างไร 
ในขณะที่อบรม  ครูออยนั่งข้างหน้า  และจะหันหลังไปมองเพื่อนที่เข้ารับการอบรม....ขนาดถือคำถามอยู่ในมือ...ยังพูดไมได้เลย  
  Wh-Question.....อย่างน้อยต้องเข้าใจบริบท  หรือว่าเข้าไปอยู่ในบริบทจึงจะมี clue ที่จะถามได้  หรือตอบได้อย่างคล่องแคล่ว 
ที่บ้านของเราก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเลย  ประสบการณ์ชีวิตภาษาอังกฤษไม่ได้เข้ามาแตะเลย  เพราะกลัวเรตติ้งตกต่ำ  คนไทยจะไม่เปิดไปดู  เลยไม่ทำหนังพูดภาษาอังกฤษ  เพื่อสอนให้พูด 
ต่อให้แก้ปัญหากันทั้งชาติ  ก็แก้ไม่ตก  กับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ 
เพราะชีวิตของเราเป็น....ไทยแท้  
สรุป...โธ่เอ๊ย ! เราจะทำอย่างเขาได้อย่างไร