ดาวน์โหลด
กฎความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว สำหรับผู้อาศัยอยู่ในอาคารสูง
ของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์
เพื่อนำไปพิมพ์ติดไว้ในอาคารของคุณ

คู่มือการรับมือแผ่นดินไหว ฉบับย่อ :
ดาวนโหลด pdf
ในปัจจุบัน ภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องไกลตัวของพวกเราคนไทยอีกต่อไป
ดังนั้น จึงน่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยหากได้เรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่ออันตรายในขณะเกิดและหลังการเกิดแผ่นดินไหว
หากคุณอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เช่น แถบภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ ก็ยิ่งต้องรู้ไว้
แต่หากไม่ได้อยู่ในบริเวณดังกล่าว ก็อาจจะส่งข้อมูลนี้ให้ญาติหรือเพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตดังกล่าวได้เช่นกัน
ดูภาพ แผนที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ความละเอียดสูง
คุณควรทำตัวอย่างไร
ขณะเกิดแผ่นดินไหว?
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว คุณควรตั้งสติไว้ให้ดี อย่าตกใจ และพยายามปลอบคนข้างเคียงให้อยู่ในความสงบ
ส่วนควรจะทำตัวอย่างไรให้เหมาะสม ก็แล้วแต่ว่าคุณอยู่ที่ไหน เช่น
- ถ้าคุณอยู่ในอาคาร : ให้ระวังสิ่งของที่อยู่สูงจะตกใส่ศีรษะ เช่น โคมไฟ ชิ้นส่วนของอาคาร เศษอิฐเศษปูนที่แตกออกจากเพดาน และระวังตูหนังสือ ตู้โชว์ ชั้นวางของ โต๊ะ ทีวี ตู้เย็น และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ จะเลื่อนมาชนหรือล้มทับ คุณควรพยายามอยู่ห่างหน้าต่าง ประตู และกระจก
ถ้าการสั่นไหวรุนแรง ก็ควรหลบอยู่ใต้โต๊ะ ใต้เตียง หรือมุมห้อง ซึ่งห่างจากหน้าต่าง อย่าวิ่งออกมานอกอาคาร
- ถ้าคุณอยู่ในอาคารสูง : ให้หลบอยู่ใต้โต๊ะ อย่าวิ่งลงทางออกฉุกเฉิน เพราะบันไดอาจจะหักไปแล้ว หรือมีคนจำนวนมากแย่งกันลง
ที่สำคัญคืออย่าใช้ลิฟต์ เพราะลิฟต์อาจจะเสีย เนื่องจากไฟฟ้าดับ หรืออุปกรณ์บางส่วนได้รับความเสียหาย

- ถ้าคุณอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่มีคนจำนวนมาก : อย่าแย่งกันออกจากอาคาร เพราะคนจำนวนมากจะมีความคิดอย่างเดียวกัน คือ รีบหนีออกจากอาคาร
แต่หากเกิดไฟไหม้ หรืออาคารพัง ให้หาทางออกที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด
- ถ้าคุณอยู่นอกอาคาร : ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ห่างจากอาคารสูง กำแพง เสาไฟฟ้า และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่อาจจะโค่นล้มลงมาได้ อย่าวิ่งไปตามถนน
แต่ถ้าคุณอยู่ในรถ ให้หยุดรถในที่ปลอดภัย (ไม่มีสิ่งใดที่ล้มลงมาทับ) และอยู่ภายในรถจนกระทั่งการสั่นสะเทือนหยุดลง
อย่าจอดรถใต้สะพาน ต้นไม้ เสาไฟ หรืออะไรก็ตามที่อาจล้มทับใส่รถของคุณ

- ถ้าคุณอยู่ในเขตภูเขา : ให้ระวังก้อนหินและดินถล่ม รวมทั้งต้นไม้ซึ่งอาจล้มลงมาทำอันตรายได้

- ถ้าคุณอยู่ใกล้ชายทะเล และแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในทะเล : ให้ออกจากชายฝั่ง เพราะอาจมีคลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าหาฝั่งได้
คุณควรทำตัวอย่างไร
หลังเกิดแผ่นดินไหว?
หลังจากนาทีวิกฤติแล้ว
คุณควรปฏิบัติตนดังนี้
- ออกสำรวจโดยรอบ เพื่อสำรวจดูว่ามีใครได้รับบาดเจ็บบ้างหรือไม่ ถ้ามีคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็อย่ารีบเคลื่อนย้าย (นอกจากจำเป็นต้องหนีภัยฉุกเฉิน)
-
ระวังสิ่งต่อไปนี้เป็นพิเศษ
ได้แก่
- เศษวัสดุมีคม : คุณควรสวมถุงมือ หรือรองเท้าเพื่อป้องกันเศษวัสดุมีคมต่างๆ เช่น เศษแก้ว
- สายไฟ : อยู่ห่างจากบริเวณที่สายไฟขาดและวัตถุที่สายไฟพาดถึง
- ท่อแก๊ส : หากแก๊สรั่ว ก็ต้องปิดถังแก๊ส และอย่าจุดไฟจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
- สารเคมี : หากบริเวณไหนมีสารเคมี (เช่น ยาฆ่าแมลง) หกเลอะเทอะอยู่ ก็ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย
- อาหาร & เครื่องดื่ม : หากไม่มีฝาปิดมิดชิด ก็ไม่ควรนำมารับประทาน เนื่องจากอาจมีเศษวัสดุตกลงไปปะปนได้
- อย่าเป็น ‘ไทยมุง’ หรือเข้าไปในอาคารหรือบริเวณที่มีความเสียหายมาก ๆ
- เตรียมตัวเตรียมใจกับแผ่นดินไหวตาม (aftershock - อาฟเตอร์ช็อค) ที่อาจเกิดขึ้นอีกหลังจากนั้น
- อย่าปล่อยข่าวลือซ้ำเติมเหตุการณ์ (เช่น ข่าวลือที่ว่าเขื่อนแตก ดังเช่นที่เคยปรากฏมาแล้ว)
ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแผ่นดินไหว และการรับมือธรณีพิบัติภัยรูปแบบอื่นๆ (ได้แก่ ดินถล่ม-โคลนถล่ม หลุมยุบ คลื่นยักษ์สึนามิ) จะนำมาเสนอหากมีเพื่อนๆ ชาว GotoKnow สนใจครับ
ประวัติของบทความ
- ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Know How & Know Why นสพ. กรุงเทพธุรกิจ
- ตีพิมพ์รวมเล่มในหนังสือ รับมือธรณีพิบัติภัย เขียนโดย บัญชา ธนบุญสมบัติ, สนพ. ร่วมด้วยช่วยกัน
- ดัดแปลงและนำลงใน GotoKnow.org เพื่อประโยชน์สาธารณะ
ข้อมูล & บันทึกที่เกี่ยวข้องกับธรณีพิบัติภัย
- บันทึก บอกว่าเกิดแผ่นดินไหว...ก็ไม่มีใครเชื่อ! ของคุณสายน้ำแห่งความคิด มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (วันพุธที่ 16 พค 2550)
- บันทึก แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศไทย ของคุณสิทธิรักษ์ (วันพุธที่ 16 พ.ค. 2550)
- เหตุแผ่นดินไหวที่เชียงใหม่ กับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแผ่นดินไหว ของคุณ minisiam
- บล็อก OpenCARE ระบบข้อมูลสำหรับการจัดการภัยพิบัติ ของคุณ Conductor
ขอบคุณสำหรับวิธีการรับมือนะครับ ทั่วโลกมีแผ่นดินไหวตลอดเลย ผมชอบเข้าไปดูข้อมูลใน เวปนี้ครับ
ขอบคุณคุณเจษฎาสำหรับเว็บที่ให้มานะครับ
ผมขอเพิ่มเติมเว็บของ USGS ที่นี่ครับ http://earthquake.usgs.gov/
เคยดูสารคดี ที่ญี่ปุ่นมีหลักสูตรการหลบภัยแผ่นดินไหว ที่ต้องสอนกันตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล-ประถมกัยเลยทีเดียว แถมมีบ้านจำลองสำหรับจำลองการเกิดแผ่นดินไหวให้ได้ทดลองหลบภัยซะด้วยครับ
ใช่แล้วครับ เดอ...ลองดูที่ต่างประเทศเขาสอนเด็กๆ กันสิครับว่า ระหว่างเกิดแผ่นดินไหวควรทำตัวอย่างไร
แล้วเมื่อไหร่เมืองไทยจะสอนหล่ะครับ แผ่นดินไหวไม่ได้ไกลตัวเราเลยนะครับทุกวันนี้ อย่างน้อยก็สอนการหลบภัยจากฟ้าผ่าก่อนก็ยังดีครับ เพราะใกล้หน้าฝนแล้ว สงสัยต้องให้เด็กๆมาอ่านบันทึกเรื่องฟ้าผ่าของพี่ชิวซะแล้วครับ อิอิ
ในเรื่องไฟไหม้ในห้างสรรพสินค้านะคะ พ่อเคยสอนไว้ว่า ถ้าห้างไฟไหม้ คนส่วนใหญ่จะหนีไปตามทางหนีไฟ แต่ถ้าเราทำได้ ให้หนีทางลานจอดรถค่ะ (ตอนนั้นพ่อยกตัวอย่าง อาคารของห้างมาบุญครอง ลานจอดรถจะอยู่ข้างตึก ไม่ใช่ใต้ดิน) ไม่น่าเชื่อว่า แล้ววันหนึ่งมาบุญครองก็มีไฟไหม้จริงๆ ด้วย
สวัสดีครับ คุณ minisiam
ใช่แล้วครับ ในห้างสรรพสินค้านี่ ต้องหาทางหนีทีไล่ให้ดี และเห็นด้วยว่า หากไฟไหม้ขึ้นมา ลานจอดรถน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง
ห้าง 'มาบุญครอง' นี่เคยไหม้ไปอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนหน้านี้แล้วครับ หลายปีมาแล้ว เข้าใจว่าในส่วนตลาดนัดติดแอร์หรือไงนี่ละครับ
สวัสดีค่ะ ^_^
เพิ่งอ่านเรื่องนี้จบจากในหนังสือ พอเปิดบล็อกก็มาเจอเรื่องนี้พอดี เลยอ่านอีกรอบ รูปภาพเปลี่ยนไป ^_^
ยังจำเหตุการณ์เมื่อ 26 ธค. วันที่เกิดสึนามิ วันนั้นก็เปิดแผ่นดินไหวขึ้น k-jira ไม่ได้เข้าเวรค่ะ นอนอยู่ที่ห้อง คนที่เข้าเวรเช้าเล่าให้ฟังว่า เห็นชัดเลยว่าตึกมันเอียง (ตอนนั้นวอร์ดอยู่ชั้น 11 ค่ะ) แล้วเอนไปเอนมา เจ้าหน้าที่อยู่บนตึกงงกันค่ะ จนได้ยินเสียงบอกว่าแผ่นดินไหว ตอนนั้นกลัวมันจะไหวมากขึ้น จึงไปดูคนไข้กันเพื่อจะย้ายลงข้างล่าง ปรากฏว่าหลายห้องหนีลงไปอยู่ชั้นล่างตอนไหนไม่ทราบ เร็วกว่าพยาบาลซะอีก อิอิ
k-jira มาเข้าเวรเวรบ่าย เลยเพิ่งรู้ว่าแผ่นดินไหว (ประมาณว่านอนไม่รู้เรื่องเล้ย พ่อโทรมาบอกเรื่องคลื่นยักษ์ ก็นึกว่าคลื่นโตๆในทะเล แบบที่ตอนเกิดพายุ ตอนนั้นไม่รู้จักสึนามิเลย)
แต่แผ่นดินไหวที่เจอเข้าจังๆ คืออีกครั้งเมื่อประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นย้ายมาอยู่ชั้น 4 แล้ว กำลังเข้าเวรบ่าย อยู่ๆก็รู้สึกหวิวๆ เหมือนเก้าอี้มันจะเอียงได้ แล้วมันก็สั่นๆบอกไม่ถูก ลุกเดินมันรู้สึกแปลกๆ ตอนนั้นบอกกับตัวเองทันทีเลยว่า ...แผ่นดินไหวแน่ๆ
ญาติคนไข้ที่นอนอยู่ในห้อง บางคนเปิดประตูออกมาข้างนอกถามว่าเกิดแผ่นดินไหวใช่ไหม แต่บางคนนอนนิ่งอยู่ในห้อง ซึ่งคนที่อยู่ในห้องไม่รู้ว่าเกิดแผ่นดินไหว แต่เข้าใจว่าโดน "ผีผลัก" เขาเล่าว่า นอนๆอยู่ที่เตียงญาติ แล้วเหมือนถูกผลักจนกลิ้งเกือบตกเตียง ทีนี้พอมาอยู่ รพ.ก็เลยกลัว เข้าใจว่าเป็นเรื่องอย่างนั้น เลยนอนตัวแข็งไม่กล้าลุก เพิ่งมาเล่าให้พยาบาลฟังตอนเช้า ทีนี้พอรู่ว่าแผ่นดินไหว ค่อยโล่งใจ ( หุหุ นัยว่ากลัวผี ยิ่งกว่าแผ่นดินไหวไง)
คืนนั้นลงเวรกลับถึงห้องตอนตีหนึ่ง ก็เปิดทีวีรอฟังข่าว ถึงรู้ว่าเกิดแผ่นดินไหวที่อิยโดนีเซีย หวั่นๆสึนามิมาก แต่โชคดีที่มันไม่เกิดขึ้นอีก
พูดถึงการดูแลคนไข้สึนามิ เป็นอะไรที่เหมือนฝันร้ายจริงๆ จริงอยู่..ผู้ประสบภัยล้วนต่างน่าสงสาร แต่ในฐานะคนทำงาน ก็เป็นอะไรที่กดดันมากๆ เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเรื่องการดูแลคนไข้ประสบเหตุจำนวนมากเลย แต่แล้วอยู่ๆที่วอร์ดก็ถูกสั่งให้ย้ายคนไข้ "จากสึนามิ" ชาวต่างชาติ ที่ refer มา เพื่อจะเอามารอส่งกลับประเทศที่นี่ ห้องพิเศษหนึ่งห้อง บางห้องรับไว้ทั้งครอบครัว จากเดิมที่เปิดห้อง (เพราะตอนนั้นเพิ่งเปิดวอร์ด) เพียง 13 ห้อง รับคนไข้ไม่เกิน 13 คน ก็เปิดรับทันทีถึง 30 กว่าคน ในขณะที่คนทำงานเท่าเดิม (หนึ่งเวรมีพยาบาล 2 คน) คนไข้แต่ละคนก็ล่วนมีบาดแผลเต็มตัว เดี๋ยวคนโน้นกดออดเรียก เดี๋ยวห้องนี้เรียก วิ่งกันให้พล่านไปเลย
ประการสำคัญ.. ภาษาอังกฤษข้าพเจ้าก็หาได้คล่องไม่ ยิ่งบางคนเยอรมันบ้าง เนเธอแลนด์บ้าง อังกฤษบ้างสวีเดนมีมากที่สุด ฯลฯ
ดีที่ต่อมามีล่ามหนุ่มชาวไทยคนหนึ่ง ที่มาเฝ้าแฟนสาวชาวอังกฤษ (ใครที่ติดตามข่าวรักข้ามฟ้า หนุ่มไทย-กับสาวน้อยอังกฤษ นาม "นาโอมิ" น้องสาวคนนั้นก็มา admit อยู่ที่วอร์ดของ k-jira เองล่ะ ได้ยินมาว่าออกข่าวสัมภาษณ์ในทีวีรายการตีสิบ หรือ เจาะใจ นี่แหล่ะด้วย แต่เสียดายไม่ได้ดู ^_^
ตอนนั้นก็ได้ล่ามหนุ่มคนนี้ ช่วยสื่อภาษาให้บ้าง
แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่มัน "ทุกข์ เหนื่อยยาก แสนสาหัส" ตอนกำลังเกิดเรื่อง แต่หลังจากที่เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ได้อะไรๆจากเหตุการณ์นี้เยอะเลยนะ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย
อีกทั้งยังได้รู้ซึ้งถึงภาษิตที่ว่า "เรือเมื่อถึงร่องน้ำ ย่อมมีทางไป" ( เอ..ไม่รู้เขียนถูกมั้ยนะ ถ้าจำมาผิดพลาด รบกวนช่วยบอกเล่าแก้ไขด้วยนะคะ แต่ k-jira จำมาแบบนี้) นั่นคือปัญหา และความทุกข์ยากลำบากทุกอย่าง มันย่อมมีทางออกและทางไปของมัน เพียงแค่ประคองเรือไว้ ประคองตนเองไว้อย่าให้ล้ม อย่าท้อแท้ แล้วเราก็ต้องผ่านมันไปได้
ขอบคุณที่ยกเรื่อง "แผ่นดินไหว" ขึ้นมาค่ะ ทำให้มีเรื่องคุยเยอะอีกแล้ว แหะๆๆ.. เจ้าของบันทึก (อ.ชิว) จะค้อนที่ k-jira พูดมากไหมเนี่ย 5555
ขอขอบคุณอาจารย์ ดร.บัญชา...
กาชาด..
เรียนเสนอให้มีเรื่อง "รับแผ่นดินไหวจากผู้บริหารหน่วยงาน" ครับ...
สวัสดีครับ คุณ k-jira
ประสบการณ์การดูแลผู้ประสบภัยสึนามิของคุณ k-jira เป็นประสบการณ์ตรงที่มีค่ามากครับ น่าจะหาโอกาสบันทึกเอาไว้ ในมุมที่คนอื่นอาจจะยังไม่เคยได้ยิน ได้ฟัง
แอบขำเล็กๆ เรื่อง "กลัวผียิ่งกว่ากลัวแผ่นดินไหว" ครับ :-)
ชอบคำพูดที่ว่า "เรือเมื่อถึงร่องน้ำ ย่อมมีทางไป" เพราะตรงกับชีวิตจริง เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม สถานการณ์ต่างๆ จะคลึ่คลายไป (ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ดีหรือร้าย) ตามหลักอนิจจัง
สวัสดีครับ อาจารย์หมอวัลลภ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เดี๋ยวผมขอคิดวิธีการปรับปรุงบันทึกนี้ให้ละเอียดขึ้นอีกครับ :-)
สวัสดีครับ อาจารย์เก๋
ใช่แล้วครับ บ้านเรานี่เขย่าทีก็ตื่นขึ้นมาให้ข้อมูลกันที แถมยังชอบมีพวกนักกวนเมืองคอยหาผลประโยชน์ด้วย
ที่กล้าพูดอย่างนี้เพราะพี่เกาะติดเรื่องนี้มาระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างดีกว่า:
ก่อนเกิดสึนามิราว 1 สัปดาห์ นสพ. ฉบับหนึ่งลงข่าวหน้า 1 ว่า นักการเมืองของบ 3 พันล้าน เพื่อทำให้อันดามันเป็นแหล่งท่องเที่ยว
หลังสึนามิราว 1 สัปดาห์เช่นกัน คราวนี้ นสพ.ฉบัลเดียวกันลงว่า นักการเมือง ของบฟื้นฟูอันดามันหลายพันล้าน
พี่ยังเก็บ นสพ. 2 ฉบับนี้ ไว้เลย ดูแล้ว "ขำปนขม" ครับ :-P
ดิฉันอยู่ไต้หวันค่ะ..
ตอนมาใหม่ๆ เจอแผ่นดินไหว.. ก็นั่งหันซ้ายหันขวา ล่อกแล่ก.. เพราะก็เคยได้ยินมาว่าถ้าแผ่นดินไหว..ให้ปฏิบัติตัวอย่างงี้ๆๆ.. แต่เห็นคนอื่นเค้าก็ทำงานกันต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..ฮ่าฮ่า..
อยู่ๆ ไป.. ก็เลิกตื่นเต้นค่ะ.. เหมือนว่ามันชินไปเอง.. ไหวบ่อยเหลือเกิน.. ไหวครั้งนึงก็ไม่ถึงหนึ่งนาที.. บางทียังงงๆ ว่าแผ่นดินไหว หรือเราเวียนหัวอยู่กันแน่.. ต้องมองคนรอบข้างว่าเค้ามีปฏิกิริยาหรือเปล่า..
เคยไหวแรงๆ แบบมีของหล่นลงมา.. ยังไม่ทันวิ่งไปหลบไต้โต๊ะ..มันก็หยุดแล้วค่ะ -_-"
สรุปแล้ว.. ยังไม่เคยได้ใช้วิชาหลบภัยเสียที (และหวังว่าคงไม่ต้องใช้..)
สวัสดีครับ คุณแม่น้องธรรม์
ใช่แล้วครับ ไต้หวันนี่เจอแผ่นดินไหวเยอะ (ไม่แพ้ญี่ปุ่น) คนที่นั่นอาจจะเคยชิน
เคยดูสารคดีเรื่องหนึ่งบอกว่า การออกแบบตึก Taiwan 101 (ชื่อถูก?) ที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้ มีการใส่ลูกตุ้มไว้ชั้นบนสุด เพื่อให้ลูกตุ้มคอยหน่วงการสั่นไหว น่าทึ่งดีครับ :-)
ตอนเด็กๆ ผมเคยเจอแผ่นดินไหวตอนกำลังอาบน้ำอยู่ นึกว่าเวียนหัวเหมือนกันครับ พอลงมาข้างล่าง แม่ก็บอกว่า แผ่นดินไหว ถึงได้อ๋อ! เราไม่ได้เวียนหัวนี่นา ;-)
อย่างไรก็ดีวิชาหลบภัยนี่ ก็น่าจะรู้ไว้ครับ เพราะบางครั้งอาจจะได้ใช้ และอาจจะช่วยลดความเสี่ยงได้
เคยเจอแผ่นดินไหวด้วยตัวเองตอนอยู่ญี่ปุ่นค่ะ พบว่าคนญี่ปุ่นตื่นตัวที่จะรับรู้ถึงแผ่นดินไหว แต่ไม่ตื่นตระหนกกันค่ะ คงเป็นเพราะว่าที่ญี่ปุ่นเรียนรู้วิธีการรับมือกันตั้งแต่เด็ก เพราะคนญี่ปุ่นรู้ว่าไม่สามารถหนีภัยธรรมชาติได้ แต่หาวิธีที่จะช่วยลดความเสียหายให้น้อยลงได้
บ้านเราเองก็น่าจะมีการเรียนรู้เรื่องภัยธรรมชาติจากรอบโลกนะคะ (ใครจะไปคิดว่าเมืองไทยจะมีสึนามิและกรุงเทพจะรับรู้ถึงแผ่นดินไหว...ใช่ไหมค่ะ) จะได้เรียนรู้และรู้วิธีป้องกันตนเอง ไม่ตื่นกลัวจนเกินไป
สวัสดีครับคุณยิ้ม (บก. Science World)
ใช่แล้วครับ บ้านเราก็มีภัยธรรมชาติหลายอย่าง แต่ดูเหมือนคนไทยจะตื่นตัวกันก็ต่อเมื่อเจอเหตุการณ์จริงๆ พอเวลาผ่านไป ก็ลืมๆ กันไป เพราะมีเรื่องวุ่นๆ มาให้ปวดหมองอยู่เรื่อยครับ ;-)
อย่างไรก็ดี ผมว่าช่วงที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่ ก็น่าจะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ เป็นการเตรียมพร้อม เพราะภัยอย่างเช่น แผ่นดินไหวนี่ แม้จะทำนายไม่ได้ แต่ก็อาจจะพอรู้ว่าที่ไหนมีโอกาสเกิดได้มาก
น่าสนใจครับ
ผมว่าเรื่องนี้ใกล้ตัวมากเลยนะครับ
จะลองศึกษาไปเรื่อยๆ ครับ
สวัสดีครับ
ใช่แล้วครับ เรื่องแผ่นดินไหว นี่ใกล้ตัวคนไทยมากทีเดียว
นับตั้งแต่เหตุการณ์สึนามินี่ คนไทยตื่นตัวขึ้นมากเลยครับ
เมื่อดวงดาวบาปเคราะห์มาถึง ย่อมต้องรับกรรมที่สั่งสมกันมา แล้วแต่บุญเวรกรรม ของแต่ละบุคคล
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้(ภายใน3-5ปีนี้)