GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน

เทคนิคการเรียนรู้โดยใช้การวิจัย

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (Research- Based Instruction )

             ๑.ความหมาย  เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ คิดค้นหาคำตอบ และตัดสินใจในการเรียนรู้ของตนเอง

             ๒.หลักการ   จัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และเรียนตามศักยภาพของตนเอง

                                กระบวนการวิจัย ประกอบด้วย ๑)การกำหนดปัญหา ๒)การตั้งสมมติฐาน

                                ๓)การเก็บรวบรวมข้อมูล ๔)การวิเคราะห์ข้อมูล ๕)การสรุปผล

             ๓.แนวทาง    มี ๔ แนวทาง

                                  ๓.๑ ผู้สอนใช้ผลการวิจัยในการเรียนการสอน

                                  ๓.๒ ผู้เรียนใช้ผลการวิจัยในการเรียนรู้

                                  ๓.๓ ผู้สอนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนการสอน

                                  ๔.๔ ผู้เรียนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนรู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 9197
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 39
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (39)

เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่ดีมาก  เมื่อไหร่ท่านจะใส่รายละเอียดให้มากกว่านี้ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของวงการศึกษาไทยต่อไป.

กำลังคอยอ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ เมื่อไหร่จะเพิ่มเติมเนื้อหา

กำลังคอยอ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ เมื่อไหร่จะเพิ่มเติมเนื้อหา

ได้เข้ามาอ่านข้อมูลแล้วเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ถ้าโรงเรียนได้นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน

อ่านแล้วดีมาก

       ขออนุญาตมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่อง  การวิจัยในชั้นเรียนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนการสอน  ซึ่งถ้าครูนำกระบวนการวิจัยมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน  หรือนำผลมาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี       

       การวิจัยในชั้นเรียนเกิดจากครูผู้สอนในห้องเรียน  ทำการแสวงหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน  ในขณะที่การเรียนการสอนกำลังเกิดขึ้น  ด้วยวิธีการวิจัยที่มีวงจรการทำงานแบบ   PAOR  คือ P (Plan) ,A (Action) , O (Observe) , R(Reflect)  ขั้นตอน  Reflect (สะท้อนกลับ ) เป็นขั้นตอนที่เด่นทำให้การวิจัยในชั้นเรียนต่างจากการวิจัยอื่น การวิจัยในชั้นเรียนเป็นกระบวนการวิจัยที่ทำได้รวดเร็ว  โดยครูผู้สอนนำวิธีการแก้ปัญหาที่ตนเองคิดขึ้นไปทดลองใช้กับผู้เรียนและสังเกตผลการแก้ปัญหานั้น  มีการสะท้อนผลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนครู เป็นการวิจัยแบบร่วมมือ ( Collaborative research ) ทั้งนี้จุดหมายสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียนก็คือพัฒนาการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

      หากผิดพลาดหรือไม่เหมาะสมประการใด  อาจารย์โปรดชี้แนะจักขอบพระคุณยิ่ง

       

      อ่านแล้วหลายครั้ง มีประโยชน์มาก เสียดายรายละเอียดมีน้อยไปหน่อย   

          ท่านเป็นครูที่สมควรได้รับการยกย่อง    ดั่งคำขวัญวันครูประจำปี 2549 ที่ว่า " ครูดีเป็นศรีแผ่นดิน  ศิษย์ทั่วถิ่นศรัทธาบูชาครู " (พรรณา  คงสง จังหวัดตรัง  ) เนื่องในโอกาสวันครู  16 มกราคม  2549  ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข  ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป  เพื่อเป็น"ครูดี"  และ "เป็นศรีแผ่นดิน" ไปตราบเท่านาน                                                                                                                         

ติดตามผลงานของท่านมาตลอดตั้งแต่ ปี 2548 ได้พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แต่สิ่งที่อยากเห็นมากกว่านี้คือการเคลื่อนไหว การโต้ตอบของเจ้าของผลงานและผู้ที่เข้าชม อยากให้นักวิชาการทั้งหลายได้แสดงความคิดเห็นเยอะ ๆ ทั้งนี้ก็หวังว่าจะได้เพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองทุกครั้งที่เข้ามาเยี่ยมชมใน เว็บไซด์นี้

วันนี้ผมสอบวิชาทักษะการจัดการในสถานศึกษา
เสร็จแล้วครับ
เรื่อง SBM ผมชอบมากครับ
อยากอ่านงานวิจัยของอาจารย์ชิ้นนี้
ผมหาไม่เจอซักที

เข้ามาอัพบล็อกเยอ ๆ นะครับ
---> http://learners.in.th/blog/yusuf

ดีมากเลยครับอาจารย์ ได้ km มากมายครับ เยี่ยมครับ

                                               รอมือลี มัสกอตอ

  สวัสดีครับอาจารย์

 

อยากรู้เทคนิคดีๆสำหรับ "ผู้สอนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนการสอน"จังเลยค๊าบ

สุดยอดๆๆๆๆๆๆ

ขอขอบพระคุรอาจารย์ที่ให้การอบรมสั่งสอนศิษย์มาหลายรุ่นแล้ว ขอให้อาจารยืมีความสุขมากๆ งานวิจัยนั้นมีความสำคัญมากสำหรับนักบริหารการศึกษาทุกคน

น่าจะยกตัวอย่างประกอบ  และเพิ่มเติมเนื้อหาอีก

   ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะค่ะ จากที่หนูได้อ่านเนื้อหาที่อาจารย์ส่งม่รู้สึกว่าเป็นความรู้ใหม่ที่น่าสนใจมากเพราะว่าในฐานะที่หนูก็เป็นครูผู้สอนที่อยากทำการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อให้เกิดผลกับผู้เรียน และเนื้อหาที่อาจารย์นำเสนอเป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่น่านำไปใช้ในโรงเรียนได้ดีทีเดียว และหนูหวังว่าอาจารย์คงจะมีอะไรดีๆมาแนะนำอีกนะค่ะ   

ลาวน้อย......

เป็นความรู้ใหม่และน่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพของครูและนักเรียนต่อไป

ขอให้อาจารย์นำความรู้ใหม่ ๆ มาถ่ายทอดบ่อย ๆนะค่ะ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับผู้ที่ไม่รู้สามารถนำไปใช้ประโยชน์

ดิฉันจะติดตามผลงานของอาจารย์ทางเว็บนี้น่ะค่ะ

หากบุคลากรในสถานศึกษารู้ถึงความสำคัญของการวิจัย ผลผลิตของสถานศึกษานั้นย่อมเป็นที่ต้องการ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหน่วยงาน หรือองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้อให้ความรู้  และการสนับสนุนอย่างเต็มที่

ความรู้ที่ได้เป็นประโยชน์มากเลยคะ จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป

ผมมีความคิดเห็น ในขั้นสุดยอด จะเล่าให้อาจารย์ฟังครับ

ถูกต้องนะคร๊าบ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เป็นความรู้ที่น่าสนใจมากค่ะ  บอกรายละเอียดทั้งความหมาย  หลักการและแนวทาง   และหวังว่าอาจารย์จะนำความรู้ใหม่ๆมาบอกต่อนะคะ  

ก๊อบแก๊บ..

ถูกต้องนะค่ะ

ขอบคุณมากสำหรับควารู้ที่ได้รับวันนี้ค่ะ เป็นประโยน์ต่อการเรียนมากค่ะ

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ฐานการวิจัยเป็นฐานกับ KM ต่างกันอย่างครับ

สวัสดีครับอาจารย์  kotoknow  นี้คือแหล่งความรู้ที่สำคัญสำหรับนักการศึกษา ซึ่งเป็นความรู้ที่ได้รับจากความรู้ที่มีอยู่ในตัวคนที่แสดงออกมาจากความรู้ที่ไม่เคยเผยแพร่ออกมาเป็นหนังสือ  เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนที่เราได้พูดคุยด้วย  จากที่เราไม่รู้ ได้รู้  จากที่เรารู้และรู้มากขึ้น

เห็นด้วยกับแนวคิของท่านอย่างยิ่ง

มาแล้วค่ะ นึกว่าไม่ทันซะแล้ว

เยี่ยมจริงๆๆลูกพีผมเอง

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน  เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ  และมีประโยชน์มากค่ะ

การจัดการเรียนการสอนที่ใช้วิจัยเป็นฐาน เป็นนวัตกรรมใหม่  พวกเรานักบริหารการศึกษา ม.อ. ตานี 49ยังรอคอย รายละเอียดในเรื่องนี้จากท่านอาจารย์อยู่  นะครับ.....ชื่นชมท่านที่มีสิ่งใหม่มานำเสนอ

อ่านแล้วทำให้เข้าใจการทำวิจัยมากขึ้น

I would like to say that I am very glad to have an opportunity to study with you. Today I have got so many useful ideas that I can take home. Thanks for your best knowledges that you given us.

ต่อไปจะตั้งใจทำวิจัยให้ดีที่สุดค่ะ

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิจัยเป็นฐาน เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ อ่านแล้วรู้สึกดีมาก ๆ เลยค่ะ คิดว่ามีประโยชน์มากสำหรับนักศึกษาและผู้ที่สนใจ ขอบคุณมากค่ะ

การวิจัยนี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจเกี่ยวกับสภาพการจัดการศึกษาพิเศษในปัจจุบันแล้ว ยังทำให้เกิดแนวคิด จากการเปรียบเทียบการจัดการศึกษาพิเศษระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ ซึ่งอาจนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาการศึกษาพิเศษของไทยให้ดีขึ้น โดยไม่ทำผิดซ้ำอีกเหมือนดังที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักการศึกษาชั้นนำ นักบริหารชั้นสูง นักกฎหมาย นักการเมือง ตลอดจนผู้ปกครองและผู้สนใจ ที่จะนำผลการศึกษาครั้งนี้ไปสู่แนวคิดและกรอบของการนำไปสู่การออกกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษขึ้นมาบังคับใช้ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษอีกหลายแสนคนทั่วประเทศมีโอกาสได้รับการศึกษา

การบริหารงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา คือ การแก้ปัญหาหรือพัฒนากระบวนการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 ได้กล่าวถึง การจัดการศึกษาต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การส่งเสริมสนับสนุนให้ครูทำการวิจัย ตามมาตรา 30 นับว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่ผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริมให้ครูศึกษาวิเคราะห์ วิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้แล้วนำผลการวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพตามที่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรสถานศึกษากำหนด จากการบริหารงานการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ผ่านมา ครูที่ทำการวิจัยส่วนใหญ่ ทำเพื่อมุ่งการปรับปรุงตำแหน่งของตนมากกว่าการพัฒนาประสิทธิภาพของงาน ขาดการเสริมแรงหรือแรงจูงใจ ทั้งนี้อาจเนื่องจากทิศทางสนับสนุนการทำวิจัยของสถานศึกษาไม่ชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้ว่าสถานศึกษามีการรองรับสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อเป็นทุนอุดหนุนในการทำวิจัยภายในสถานศึกษาน้อยมาก และไม่มีการจัดหาทุนจากภายนอกหน่วยงานเพื่อการวิจัยในสถานศึกษาโดยเฉพาะ ครูที่จะดำเนินงานวิจัยต้องอาศัยงบประมาณของตนเอง ไม่มีการจัดตั้งศูนย์บริการให้ความช่วยเหลือทางด้านการวิจัยและด้านประเมินผลการวิจัยที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน

ปัญหาจากการบริหารงานการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยังส่งผลกระทบให้สถานศึกษามีปัญหาในการบริหารงานพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา และปัญหาการบริหารงานพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามไปด้วย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการประเมินคุณภาพทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET)

น่าสนใจมาก อยากเห็นแนวทางหรือตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิจัยเป็นฐาน