ความสุข

ใครๆ ก็คงจะรู้ว่าเมื่อเราเกิดมาเราไม่ได้อะไรติดตัวมาเลยสักชิ้น เวลาคนตายไปก็ไม่ได้เอาอะไรไปสักชิ้นเดียว ดูเหมือนทุกคนจะทราบกัน เพราะศาสนาสอนไม่ให้ยึดติดกับสิ่งใด ทางสายกลางหรือรู้จักความพอเพียง  แต่เมื่อถึงเวลาในการปฏิบัติหรือดำเนินชีวิตเราทุกคนจะพยายามแสวงหาสิ่งที่อยากจะได้มา และต้องรักษาทรัพย์ เป็นห่วงหรือหวงทรัพย์ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ อย่าว่าแต่ทรัพย์สินเงินทองเลยแม้แต่ชีวิตของคนเราเรายังพากันคิดว่าเราเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิตใครต่อใคร เช่น บุตร สามี หรืออีกหลายคนรอบข้าง เมื่อเกิดความสูญเสียบางคนถึงกับทำใจไม่ได้ ทุกข์ที่ต้องสูญเสีย ถึงแม้ว่าการสูญเสียจะเป็นการจากไปที่ไม่ใช่ความตายนี่ก็ทุกข์ ขณะที่ได้เขียนเรื่องนี้ผู้เขียนกำลังคิดหาวิธีที่จะดำรงชีวิตอย่างไรให้มีความสุขมากกว่าทุกข์ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนร่ำรวยเงินทอง หรือเคยสูญเสียใครๆให้รูปแบบใด แต่สิ่งที่ได้เล่าให้ฟังเกิดจากการพบเห็นกับชีวิตผู้อื่น เพราะคิดว่าเค้าคงทุกข์หนอ แล้วชีวิตเราจะทุกข์ให้น้อยที่สุดจะทำยังไง อย่าพยายามยึดติดกับสิ่งใดให้มากเกินไป  การที่ดิฉันได้มีโอกาสไปทำบุญทำให้จิตใจผ่องใส กับการที่ได้อ่านหนังสือธรรมมะทำให้รู้สึกดีขึ้น คนเราเกิดมาก็เท่านี้