วันที่ 21 - 22 เม.ย.50  ผมไปร่วมงาน "ตลาดนัดความรู้ พลังแห่งปัญญา...สู่ชุมชนเป็นสุข"  จัดโดย สรส. และภาคี  ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กำแพงแสน

         คุณทรงพล  เจตนาวณิชย์ ผอ.สรส. ขอให้ผมแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง "การจัดการความรู้กับความเข้มแข็งของรัฐบาลท้องถิ่น"  เป็นการแสดงปาฐกถาที่ผมปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ   แต่ไม่มีใครรู้เลย   ผมจึงขอประจานตัวเองให้ได้อ่านกัน

         ตอนเตรียมตัวไปบรรยาย  ผมค้น PowerPoint ในหัวข้อ "อบต. กับการสร้างสรรค์ตำบลแห่งการเรียนรู้" ที่ผมใช้บรรยายให้แก่สมาชิกของ อบต.ในหลายจังหวัดภาคกลาง ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี   ในการประชุมเรื่อง "บทบาทของ อบต. กับการพัฒนาชุมชน : เครือข่ายการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท"   เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2548  คือเมื่อเกือบ 2 ปีมาแล้ว   เอาส่วนหนึ่งของ PowerPoint ชุดนี้มาฉายซ้ำ

         ผมปล่อย "ไก่" ในการบรรยายทั้ง 2 ครั้งนี้ครับ

         เป็นการปล่อยไก่เรื่อง "คุณอำนวย" ท้องถิ่น

         ผมเสนอว่า อบต. ต้องสร้าง "คุณอำนวย"  โดยมองหาคนที่มีหน่วยก้านเอามาฝึกเป็น "คุณอำนวย"    แล้วถ้าพิสูจน์ได้ว่าทำงานได้จริง   ก็จ้างเป็นพนักงานของ อบต.เลย

         พอร่วมประชุมครั้งนี้ได้เพียงวันเดียว   วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 22 เม.ย.50 ผมก็นึกออกว่าที่ผมพูดไปทั้ง 2 ครั้งนั้นผิด

         เป็นการพูดผิดโดยไม่มีใครรู้ว่าผมพูดผิด

         ผมรู้ว่าผิดก็เพราะ จากการประชุมคราวนี้ผมเห็น "คุณอำนวย" จัดการความรู้ของ อบต.ในหลากหลายรูปแบบ   ในบาง อบต.ตัวนายกเองนั่นแหละที่สวมหมวก "คุณอำนวย" เป็นครั้งคราว   บาง อบต.มีสมาชิก อบต.บางคนทำหน้าที่ "คุณอำนวย"   บาง อบต.มีแกนนำชาวบ้านทำหน้าที่ "คุณอำนวย"   บาง อบต.มี กศน.มาทำหน้าที่ "คุณอำนวย"   บาง อบต.มีข้าราชการของกระทรวง พม. ทำหน้าที่ "คุณอำนวย"

         ผมจึงถึงบางอ้อว่า  เราไม่จำเป็นต้องหาคนใหม่มาเป็น "คุณอำนวย" เสมอไป   ในหลาย "รัฐบาลท้องถิ่น" เรามีคนทำหน้าที่ "คุณอำนวย" อยู่แล้วโดยเขาไม่รู้ตัว   และคนอื่นก็ไม่รู้ตัว   เติมทักษะในการเป็น "คุณอำนวย" ให้คนเหล่านี้อีกสักนิดก็จะไปโลด

         KM องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ยากอย่างที่คิด   หากมองในด้านเทคนิค   จุดตายคงจะอยู่ที่ใจ

วิจารณ์  พานิช
 22 เม.ย.50