ช่วงปี ๒๕๑๐ เด็กคลอดที่ศิริราชวันละประมาณ ๗๐ คน     น้อยกว่าที่โรงพยาบาลหญิง (เวลานี้ชื่อโรงพยาบาลราชวิถี) ซึ่งคลอดวันละกว่า ๑๐๐ คน     ที่ห้องฝากครรภ์ของศิริราช คนแน่นมาก     และที่ห้องคลอดก็จะคึกคักกันตลอดวันตลอดคืน     เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ เสียงเบ่ง     และบางครั้งก็มีเสียงด่าทอสามี  

          วันหนึ่งพยาบาลห้องคลอดมากระซิบบอกผมว่า     วันนี้ผมจะได้ฟังรายการด่าสามี     เธอจำได้ว่าผู้หญิงที่มาคลอดคนหนึ่งเพิ่งมาคลอดเมื่อปีที่แล้ว     ตอนเจ็บท้องมากๆ เธอจะคร่ำครวญว่าเข็ดแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ท้องอีกแล้ว     และด่าทอสามีที่เป็นตัวการให้เธอต้องมาทรมานเจ็บท้องคลอดอย่างนี้      พยาบาลและหมอรุ่นพี่บอกว่ารายไหนรายนั้น ถ้าร้องครวญครางแบบนี้ ลูกดก     แล้วผมก็ได้ฟังเสียงคร่ำครวญด่าทออย่างที่พยาบาลบอกจริงๆ   

          เราเป็น อินเทิร์น ใหม่ๆ ทำคลอดเก่งสู้พยาบาลไม่ได้     แต่เวลาเย็บแผล ที่เราตัดปากช่องคลอดให้กว้าง     (ช่วยให้ปากช่องคลอดไม่ฉีกขาดยับเยิน)     หมออินเทิร์นต้องเป็นผู้เย็บ     ผมเป็นคนที่ฝีมือทางผ่าตัดไม่ดี    แต่อยู่ไปไม่กี่วันก็ทำได้คล่อง ครั้งหนึ่งผมทำเข็มเย็บหักคาอยู่ในกล้ามเนื้อ     หาอยู่นานกว่าจะพบและเอาออกมาได้     อีกครั้งหนึ่งผมทำคลอดให้คุณบุษยา รังสี (ชื่อนักร้อง ไม่ใช่ชื่อจริงซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว) ซึ่งเป็นนักร้องวงสุนทราภรณ์ อายุประมาณ ๒๕ ปี เท่าๆ กับผม     เธอมาฝากครรภ์และคลอดแบบคนไข้ธรรมดา ไม่ได้ฝากเป็นคนไข้พิเศษของอาจารย์     ผมถามเธอว่าทำไมไม่ฝากท้องกับอาจารย์ จะได้มีหมอใหญ่ทำคลอด     เธอตอบว่า ที่คุณหมอทำให้อยู่นี่ก็ดีมากแล้ว เธอพอใจ     น่าเสียดายที่เธออายุสั้น เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อหลายปีมาแล้ว

          ตอนเป็น นศพ. ผมเคยแสดงอภินิหาริย์ (ในทางไม่ดี) คือเฝ้าคนไข้เบ่งลูกจนมดลูกแตก    เป็นที่โจษจันกันไปทั่วแผนกสูติในตอนนั้น    ยังโชคดีที่คนไข้ไม่เสียชีวิต แต่เด็กเสียชีวิต   

วิจารณ์ พานิช
๗ เม.ย. ๕๐