..เรื่องหมวกกันน็อคนี่ก็ดีครับ ถ้าคนดีสวมใส่ประจำ แต่ถ้าคนโง่สวมหมวกกันน็อค ก็สงสัยว่าเราจะป้องกันก้อนสมองโง่ๆไปทำไม? จะอื๊อยยย!!

  

เด็กหัวแหลมที่ว่านี้ไม่ใช้ผมอุโลกเรียกให้มันดูแปลกๆ คำว่าเด็กหัวแหลม เป็นชื่อโครงการที่มีตัวตนจริง เป็นชื่อเรียกทางการเสียด้วย จากจดหมายติดต่อเป็นหลักฐานได้ .. ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ  สำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้  สำนักนายกรัฐมนตรี  ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา บุรีรัมย์ เขต ๒ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา บุรีรัมย์ เขต ๓ จะจัดให้มีการเข้าค่ายนำร่องเด็กหัวแหลมภาคฤดูร้อน ในวันที่  ๑๘- ๒๙  เมษายน  ๒๕๕๐   ที่ ศูนย์เสาะหา และพัฒนาเด็กหัวแหลมในท้องถิ่น  โรงเรียนอนุบาลนางรอง(สังขกฤษณ์อนุสรณ์) อำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์ 

  

หนึ่งในกระบวนการพัฒนาเด็กหัวแหลม ที่จะมีส่วนในการเติมเต็มการพัฒนาอย่างเชื่อมโยงและเป็นองค์รวมทั้ง๘ด้าน คือ ด้านร่างกาย, จิตใจ, คุณธรรม/จริยธรรม, ทักษะชีวิต, ทักษะสังคม, ทักษะการคิด, ความสามารถพิเศษเฉพาะด้านของแต่ละบุคคล และการเติมเต็มความสุขในการดำเนินชีวิต   ซึ่งเป็นไปตามแผนดำเนินการของศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ  คือการเสาะหาเด็กหัวแหลมแบบกระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ  มาใช้ชีวิตร่วมกันในค่ายนำร่อง เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างเด็กหัวแหลมด้วยกัน  และพัฒนาทักษะตามกลุ่มการเรียนรู้ที่เด็กสนใจ  และเติมเต็มในด้านภาษา  สุขภาพ  ดนตรีและจินตนาการ 

  

เมื่อมันเป็นความจริงเช่นนี้ก็ยุ่งละสิ ..คนหัวทู่อย่างผมจะเอาอะไรไปคุยกับเด็กหัวแหลม เมื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก็ทราบว่าเขาตั้งประเด็นมาด้วย..เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ตามโครงการ รวมทั้งเป็นการแนะนำจังหวัดบุรีรัมย์    ให้นักเรียนได้รู้จักศึกษาแนวทางในการใช้ชีวิตการทำงานของนักปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งเป็นเนื้อหาหนึ่งในหลักสูตรบุรีรัมย์ศึกษา จึงขออนุญาตนำนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จำนวน ๒๐ คน พร้อมด้วย ครูจำนวน  คน  เข้าเยี่ยมคารวะ สนทนาซักถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนให้เด็กๆได้ร่วมลงมือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง จากท่าน 

และขอความอนุเคราะห์วิทยากร  ให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการKMธรรมชาติ  เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้วิถีชีวิตจากอดีต ถึงปัจจุบัน  สู่อนาคต ในวันจันทร์ที่  ๒๓  เมษายน  ๒๕๕๐   เวลา ๐๙.๐๐ ๑๔.๐๐ น. ถ้าดูตามลายแทงนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเด็กหัวแหลมจะเดินทางมาถึงแล้ว ผมก็รับแขกมาพอสมควรนะครับ แต่ยังไม่เคยได้ต้อนรับใครๆที่มีหัวแหลม ก็คิดหนักเหมือนกัน  

ตอนย่ำรุ่งมานั่งทำPower Point เรื่อง เมื่อตาแก่หัวทู่ เจอเยาวชนคนหัวแหลมเปี๊ยบ พยายามที่จะสอดใส่เรื่องสนุกๆ ก็เกรงว่าพวกปัญญาเลิศมองว่าอีตาแก่นี้เลอะเลือน ครั้นจะใส่รายละเอียดหนักๆก็เกรงว่า พวกหัวแหลมจะพะอืดพะอม  ดีว่าผมเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิอาจารย์แป๊ว  ผมก็เอารูปดอกไม้ รูปกิจกรรมต่างๆที่ถ่ายระยะใกล้ ใส่ลงเป็นพื้นเบื้องหลังข้อความ อัดเสียงบรรยายใส่เข้าไป อ้อ!..ไปคัดเอาข้อความที่เจ้าพ่อดงหลวงเขียนถึงวิถีไทยที่แถกไถกันงานพัฒนาที่ช้ำเลือดช้ำหนอง ท่านบางทรายเขียนได้โดนใจจริงๆ..ขออนุญาตเอาไปโม้ต่อตรงนี้เลยนะครับ  

เมื่อบ้านเมืองเรามีโครงการดีๆอย่างนี้ ใครมีบุตรหลานที่คลอดใหม่ๆ  พยายามพลิกตัวลูกบ่อยๆ ทำร่องหมอนให้ปลายด้านหนึ่งเหมือนกรวย จะได้บังคับกะโหลกศีรษะให้แหลมเรียวแบบมนุษย์ต่างดาวไว้ตั้งแต่เล็กๆ แต่ข้อเสียก็จะตามมาอีก เมื่อโตขึ้นอีตอนสวมหมวกกันน็อคนี่สิครับ ..เรื่องหมวกกันน็อคนี่ก็ดีครับ ถ้าคนดีสวมใส่ประจำ แต่ถ้าคนโง่สวมหมวกกันน็อค สงสัยว่าเราจะป้องกันก้อนสมองโง่ๆไปทำไม? จะอื๊อยยย!!