เมื่อทีม (ผมคนเดียว) Mobile-KM ไม่มีห้องเฉพาะ ผมก็ต้องเดินไปมาเป็นหนูติดจั่น

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2550 (ช่วงเช้า)

      6.30-7.30 น. คือเวลารับประทานอาหารเช้าของพวกเราชาวโมบาย ซึ่งรายการอาหารนับว่าพอใช้ได้ แต่ว่าเรื่องรสชาติ ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านครับ

      7.30-8.30 น. เราก็เดินทางไปถึง "โรงเรียนบ้านศิลา" อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากที่พักไปตามเส้นทางหล่มสัก-เลย และแยกไปทางขวารวมระยะทาง 50 กิโลเมตร

      มีการประกาศในรถว่า ห้อง Common Room ที่จัดไว้ "ยกเลิก" และย้ายคณะเกษตรศาสตร์ฯ มาประจำที่ห้องนี้แทน..

      หลังจาก คณะของพวกเรา (Mobile Unit) เดินทางมาถึงโรงเรียนเรียยร้อยแล้ว ขนสัมภาระไปตามห้องที่จัดไว้.. ภาพที่เห็นเด่นชัดคือ ค้นไข้ที่รีบมา ห้องคณะแพทย์อย่างรวดเร็ว สักครู่เดียว คนไข้ก็เต็มหน้าห้อง..  เห็นภาพของคุณหมอโรคผิวหนัง (พญ.ศศิมา) และผู้ช่วยหญิงอีก 2 ท่าน ต้องช่วยกันยกโต๊ะจัดห้องด้วยตนเอง (ก่อนที่จะลืม คุณหมอท่านขอม่านกั้น..เวลาตรวจคนไข้ด้วย เพราะโรคผิวหนังบางครั้งต้องเปิดเลิกเสื้อผ้าคนไข้ เข้าไปดูที่ผิวหนัง)  

     ทางทีมงานได้มาช่วยตัดคิวชาวบ้าน ให้เหลือในช่วงเช้าประมาณ ๕๐ คน และช่วงบ่ายจะมีคนไข้รออีกประมาณ ๖๐ คน (เหนื่อย)  เหตุที่คนไข้มามากเพราะว่าคุณหมอมาทำงานได้วันเดียว วันรุ่งขึ้นติดภาระกิจสำคัญต้องกลับไปก่อน... เล่าตรงนี้ว่าถึงแม้จะเตรียมการอย่างดีเพียงใด ก็มีคนไข้โรคทั่วไปหลงมาใช้บริการบ้าง และมีเสียงบ่นๆ แต่ก็ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันไป.. อยากเล่าวิธีการที่ผู้ประสานงานมาทำงานตอนสำรวจค่ายว่า ได้ประสานงานกับท่านหัวหน้าสอ. (ทราบชื่อภายหลังว่า นายจินดา แก้วทอง) สงเปลือย หมู่ ๘ ต.ศิลา อ.หล่ม เก่า จ.เพชรบรณ์ 67120 ว่า ให้ช่วยคัดกรองคนไข้ที่ควรต้องมาพบแพทย์ให้หน่อย

     เมื่อทีม (ผมคนเดียว) Mobile-KM ไม่มีห้องเฉพาะ (เป็นข้อดีคือ เป็นเจ้าไม่มีศาล) ผมก็ต้องเดินไปมาเป็นหนูติดจั่น แต่กลุ่มเป้าหมาย KM จริงๆ ของเราอยู่ที่ห้องคณะพยาบาล เราก็ต้องเข้ามาฝังตัวที่ห้องพยาบาลด้วย... มีปัญหาขลุกขลักเล็กน้อย คือห้องคณะพยาบาลกับห้อง GIS สลับกัน ทีมงานประสานงานเข้ามาเคลียร์สักครู่ก็ลงตัว ห้องคณะพยาบาลจึงอยู่ชั้น ๒ ติดกับห้องคอมพิวเตอร์ของคณะศึกษาศาสตร์

      ห้องชั้นสองของคณะพยาบาล เป็นคล้ายๆ ห้องประชุม ๑๒-๑๖ ที่ มีเก้าอี้รับแขก เหมาะสำหรับเป็นห้องสกัดปัญหาและแก้ไขปัญหาชุมชน ๙ โมงกว่า ยังไม่มีลูกค้า (ผู้นำชุมชน)  ห้องนี้ทางคณะสาธารณสุขจะต้องมาใช้บริการด้วย (บริการเรื่องท่านวดแผนไทย ๔๑ ท่า)

     ผมเดินไปดูการประชุม อสม. โดยคุณวิภา (มีท่านหัวหน้าสอ.จินดา ยืนดูอยู่ใกล้ๆ) ที่เต้นท์สนามฟุตบอล เพื่อแบ่งงานให้ อสม. ไปช่วยตามห้องต่างๆ  อสม.ที่เหลือให้ไปเข้าห้องของคณะพยาบาล

     คุณวิภาให้เอกสารมาปึกหนึ่ง (แต่ผมมักไม่ใช้เอกสาร) ผมนำพาอสม. มาที่ห้องพยาบาล แล้วไปเที่ยวหาห้องที่จะฉาย VCD พบว่ามีอยู่ห้องเดียว คือ ที่ห้องของคณะสังคมศาสตร์ (ห้องใหญ่ดีทีเดียว)

     พอจะกลับมาที่ห้องพยาบาล ผ่านห้อง GIS พบ อ.วิชาญ (ตามมาทีหลัง) ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีอวกาศ กำลังล้งเล้งตามสไตล์อยู่ ผมก็แวะเข้าไปทักทาย  แกบอกว่าห้องสว่างเกินไป ฉาย Projector มองไม่เห็นและไม่มีฉาก.. ผมก็แนะนำให้ไปขอกระดาษที่ห้องคณะพยาบาล (สร้างความสัมพันธ์แบบ KM-Insite คือ ผมไม่ไปขอให้ แต่ให้ผอ.ไปขอเอง) พอกลับมาแก้ปัญหาเรื่องห้องฉายได้ ปัญหาใหม่ตามมาคือ "ไม่มีลูกค้า ทำอย่างไรดีล่ะ"  ผอ.มาทั้งที ไม่มีลูกค้าเป็นไปได้อย่างไร อ.วิชาญ นำของที่เตรียมมา มาโชว์ ผมก็ถ่ายรูปเอาไว้ แล้วบอกว่า เดี๋ยวผมจัดการลูกค้าให้

     ต่อไปคือเรื่อง "บริหารจัดการลูกค้า" ครับ... ลูกค้าของหน่วย Mobile ที่สำคัญคือชาวบ้าน และผู้นำชุมชน ชาวบ้านก็ไปใช้บริการในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ  ส่วนผู้นำชุมชนถูก Lock ไว้ที่ห้องคณะพยาบาลเพื่อสกัดปัญหาชุมชน แต่พบว่าห้องอื่นๆ ก็ต้องการลูกค้าที่เป็นผู้นำชุมชนด้วย

      ผมกลับมาที่ห้องพยาบาลเพื่อจะสังเกตการณ์ พบว่าอาจารย์สาธารณสุข ๒ ท่าน ออกมาตั้งโต๊ะนอกห้อง (ใช้ในห้องไม่สะดวก)  ต้องการลูกค้าสัก ๑ ชั่วโมง เพื่อไปฝึกท่านวดตัวเอง

     ภายในห้องพยาบาล อ.นงนุช โอบะ กำลังคุยกับ อสม. เพื่อสร้างความคุ้นเคย  พอมีผู้นำชุมชนทยอยมา ห้องเริ่มแน่น (ห้องรับได้ไม่เกิน ๒๐ คน)  อ.นงนุช ก็ขอให้ทางอสม. ย้ายออกด้านนอกไปใช้บริการของสาธารณสุข.. ทางสาธารณสุขก็ไม่มีพื้นที่ ก็ไปขอใช้ห้องของคณะศึกษาศาสตร์ อบรมการนวดพื้นฐาน (๑ ชั่วโมง-ขณะนั้น ๙ โมงครึ่ง)

ทีมอสม.มาห้องที่๒ มาใช้บริการสอนนวดตัวเองโดยวิทยากรจากคณะสาธารณสุข 
 

     ผมกลับมาตกลงกับอ.นงนุชว่า จะขอลูกค้าซึ่งเป็นผู้นำชุมชนตอน ๑๑ โมงครึ่ง เพื่อไปห้องฉาย VCD ให้ชม  แต่อ.วิชาญต้องการลูกค้า ผมเลยต้องเปลี่ยนแผน ขอให้กลุ่มนี้ ไปเป็นลูกค้าของ อ.วิชาญแทน

ที่ห้อง GIS คุณทวีสินกำลังสาธิตโปรแกรมฯ ให้หัวหน้าสอ.สงเปลือยชม 
 

    กลับไปดูความเรียบร้อยของห้อง GIS พร้อมแล้ว อ.วิชาญบอกว่า Slide มีตั้งร้อยกว่าภาพ ฉายได้ถึงครึ่งวัน แต่ฉายเบื้องต้นเพื่อแนะนำ GIS เพียง ๑๐ นาที พร้อมทั้งมีเกมส์ให้ตอบปัญหาชิงรางวัลด้วย

อ.วิชาญกำลังโฆษณาของที่จะแจกให้ลูกค้า GIS อันนี้เป็นเสื้อ ของแจกชิ้นต่อไปเป็นกระเป๋าครับ 
ที่ติดรถและพัด ปฏิทินตั้งโต๊ะ

     ผมกลับไปที่ห้องพยาบาล กำลังดำเนินการสกัดปัญหาชุมชน โดยใช้ CARD ได้ปัญหามาเยอะมาก กำลังเขียนลง Chart  และพบว่าทางห้องสาธารณสุข สอนนวดจวนเสร็จแล้ว   ผมเลยขอให้อสม.ไปต่อที่ห้อง GIS หน่อย แล้วส่งสัญญานไปที่ห้อง GIS

อ.นงนุชยืนอยู่หน้าห้องของผู้นำชุมชนกำลังมองอะไรไปทางหน้าห้อง บรรยากาศของผู้นำชุมชนในห้อง 
ภาพถ่ายให้เห็นว่า ที่หน้าห้องนั้นกำลังสกัดปัญหาชุมชนโดยให้เขียนลงใน Card ปัญหาชุมชนถูกเขียนลงบนกระดาษชานอ้อยโดยเจ้าหน้าที่ของคระพยาบาล

บรรยากาศภายในห้องคณะพยาบาลซึ่งทำให้มองเห็นภาพกิจกรรมที่ทำ คือ สกัดปัญหาของชุมชนออกมมา 
 

    พอ อ.วิชาญ ได้ลูกค้า กลุ่มแรก เป็นอสม. รู้สึกว่าพอใจมาก ที่ได้ดำเนินกิจกรรม ตอน ๑๐ โมงกว่า ห้อง GIS คึกคักขึ้นมาทันที.. คราวนี้ผมก็ไปเตรียมการห้องของผม  ไปกระซิบอาจารย์ที่ห้องคณะสังคมศาสตร์ (ทีแรกนึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เพราะหน้าตายังละอ่อนอยู่ แต่ความจริงแกเป็นอาจารย์ ชื่อ อาจารย์สน ครับ) ว่าอีกสักครู่ขอมาฉาย VCD ได้ไหม ในห้องมีเด็กๆ กับลังชม VCD กันอยู่ คำตอบคือหนังเหลืออีกครึ่งชั่วโมงจะจบ ให้มาใช้ห้องได้ตอนนั้น

    ผมกลับมาห้อง GIS อ.วิชาญ ทำกิจกรรมกับทีม อสม. กำลังจะจบ กำลังตอบปัญหากัน แจกตุ๊กตาให้ผู้ตอบปัญหา  พอเสร็จกิจกรรมห้องนี้ ผมพาอสม. ไปเที่ยวที่ห้องสังคมศาสตร์ ดู VCD เรื่อง "การแก้ปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผักที่พิจิตร" ตอน ๑๐ โมง ๔๐  พอหนังจบ ผมก็ขอให้อสม. ช่วยพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาสารพิษตกค้าง และนำปัญหาของชุมชนที่นี่เรื่องสารพิษตกค้างมาเล่าสู่กันฟัง

อสม.และท่านหัวหน้าสอ.มาดู VCD การแก้ปัยหาสารพิษที่พิจิตร 
 

    สิ่งที่ผมได้รับทราบคือ ที่นี่มีการปลูกข้าวโพด และพริก มีการใช้สารเคมีกันมากพอสมควร  อสม.(ซึ่งเป็นเกษตรกรด้วย) เล่าว่า พริกที่นี่ราคาตกต่ำ ถุงหนึ่งหนัก ๑๐ กิโลกรัม ขายได้ ๕๐ บาท  เวลาทำพริกต้องฉีกฮอร์โมนผสมสารฆ่าเพลี้ย ๒ ชนิดเป็นการป้องกันไปด้วย พริกถึงจะงาม... ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องสารพิษ ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของชาวบ้าน (คือเปลี่ยน Paradigm เรื่องวิธีการคิด แต่ใครละที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง)

    ผมถามเรื่องพริกว่า ชาวบ้านปลูกแล้วรับประทานเองไหม เขาบอกว่าเก็บไว้ทานด้วย แล้วผมถามว่าแล้วทำให้สารพิษเจือจางลงได้อย่างไร เขาบอกว่าให้ล้างด้วยน้ำเกลือ เช่น เอาพริกสดมา ๑ กิโลกรัม ล้างน้ำสะอาดแล้ว แช่น้ำพอท่วมพริก เติมเกลือไป ๑ กำมือ แช่ทิ้งไว้ ๑๐ กว่านาที ล้างเกลือออก แล้วผึ่งให้แห้ง เก็บใส่ถุงไว้ใช้ได้อีกนาน

     พอ ๑๑ โมง ผมฉายหนังอีกเรื่อง ให้เลือกระหว่าง "เสียงกู่จากครูใหญ่" กับ "มูลนิธิข้าวขวัญ" ว่าจะเอาเรื่องไหน  คำตอบคือ เรื่องหลัง พอฉายจบ ก็สรุปให้ฟังเล็กน้อย พอจะอภิปรายกันต่อ มีเสียงกระซิบว่า หิวข้าวแล้ว ผมจึงให้ปรบมือพร้อมกัน แล้วร้องว่า.. เฮ่ (ทำสามครั้งถึงจะพร้อมกัน)  แล้วก็แยกย้ายกันไปทานข้าว

     ทราบภายหลังว่า ท่านอาจารย์วิชาญก็ได้ลูกค้า กลุ่มผู้นำชุมชน และแจกของหมด Happy Ending พอบ่ายสองก็ขับรถกลับพิษณุโลก..

     เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามในบันทึกถัดไปครับ

beeman by Apinya