แม้ศาสนาคริสต์จะเน้นการภาวนา ก็เป็นการตามจิตได้
อันนี้คิดได้ตอนขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน การตามจิตของทางพุทธจะเป็นการรู้ว่ากำลังคิดอะไร รู้สึกอะไร แต่การตามจิตของคริสต์ คนส่วนใหญ่จะคิดว่าไม่มี แต่โดยส่วนตัวคิดว่า การภาวนาก็เป็นการตามจิตอย่างหนึ่ง แต่เป็นการตามจิตชนิดที่มีการบังคับ (บทสวด) โดยให้จิตเพ่งไปที่บทสวด ก็คิดได้แบบนี้ ไม่แน่ใจด้วยว่าที่คิดนี่ผิดหรือถูกอย่างไร ก็ขอรบกวนผู้รู้ทั้งหลายช่วยแจ้งด้วย
ทราบมาว่าทางคริสต์มี quiet time แล้วก็มีการเจริญสติแบบใช้ลูกปัดมาเป็นตัวช่วย (ภาษาอังกฤษที่ใช้คือคำว่า contemplation?)
การคิดทบทวนเหตุการณ์ในวันนั้นๆ มัทเข้าใจว่าเมื่อได้ทบทวนคุยกับพระเจ้าบ่อยๆ ก็เหมือนกับการคุยกับตัวเอง
เหมือนการเอาจิตออกเป็นผู้สังเกตการณ์อย่างไม่มีอคติ
การใช้ชีวิตเหมือนมีพระเจ้ารับรู้มองดูอยู่เสมอ ก็คือการที่มีผู้สังเกตการณ์ไงค่ะ มันก็เหมือนการส่งจิตออกมาดูตัวเรา : )
ถ้ามี quiet time วันละนิดหน่อย ก็เหมือนการฝึกฝน
ถ้าทำได้ตลอดเวลา ก็เหมือนการมีสติตลอดเวลานั่นเองค่ะ
นี่คือความเข้าใจของมัทที่ได้ฟังท่าน Bishop Desmond Tutu คุยกับท่าน Dalai Lama มาค่ะ
Dalai Lama พูดว่า นับถือศาสนาอะไรก็ได้ แต่ทำให้ดีที่สุด ถ้านับถือพระเจ้าก็จงใช้ชีวิตเหมือนพระผู้เป็นเจ้า อยู่กับคุณตลอด 24 ชม. : ) ไม่ใช่ภาวนาหาท่านเฉพาะเวลามีปัญหา
ขอบคุณ คุณ
มัทนา มากเลยค่ะ
ธรรมะสวัสดีครับ
The Lost Years of Jesus:The Life of Saint Issa

Jesus the teenage years
the tomb of jesus
Religions Revolution!!!!!!