monkey-money จริง ๆ แล้วไม่ได้รวดเร็วเฉพาะเรื่องเบิกจ่าย แต่เป็นความรวดเร็วของการเงินการคลังทั้งระบบ ตั้งแต่การโอนเงิน จัดสรรเงินให้หน่วยงาน การเบิกแทนกัน การกันเงินเหลื่อมปี การขยายเงินกัน การนำส่งเงิน การเบิกจ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง ระบบสินทรัพย์ การประมวลค่าเสื่อม การรายงานสถานะการใช้จ่าย เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริหารได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวในระบบเพื่อบริหารจัดการระบบการเงินการคลังของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
monkey-money เกิดขึ้นมาจากนโยบายของกรม ซึ่งท่านรองโสภณฯ กำหนดให้กองคลัง กรมอนามัย ดำเนินการจัดทำระบบควบคุมภายในเพื่อเป็นต้นแบบและเป็นคู่มือการปฏิบัติงานของกรม กองคลัง ทำ KM โดยใช้โมเดลปลาทูซึ่งกำหนดให้เรื่อง “การบริหารงานคลังและพัสดุตามระบบ GFMIS” เป็นหัวปลา ขับเคลื่อนโดยระบบควบคุมภายในซึ่งเป็น Study Group ของคุณกิจ ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในกองคลัง ทั้งนี้ ได้รับคำแนะนำจากครู ดร.สมศักดิ์ ชุณหะรัศมิ์ ประธานคณะกรรมการ KM กรมอนามัย ตั้งแต่ปี 2548 จนถึง 2549
ปี 2550 จึงเกิดหัวปลาย่อย คือ การลดขั้นตอนการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตกลงราคาจนถึงขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน ถือว่าเป็น good monkey-money เพราะเกิดการลดเวลาการปฏิบัติงานเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็วกว่าเดิม จัดได้ว่าเป็นแผน KM ตามภารกิจหลักของกองคลัง
ส่วนแผนตามยุทธศาสตร์การพัฒนางานซึ่งต้องสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง 4พ โดยใช้เกณฑ์ PMQA ทั้ง 6 หมวด คือ
- พ. ที่ 1 พึ่งตนเอง คือ ข้าราชการต้องมีความรู้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตรงกับเกณฑ์ PMQA หมวด 5, 4, 6
- พ. ที่ 2 พอเพียง คือ การทำงานต้องครอบคลุม เพียงพอ ทั้งในเรื่องของขอบเขตของงานและความครบถ้วนสมบูรณ์ ตรงกับเกณฑ์ PMQA หมวด 6, 2, 4
- พ.ที่ 3 พอดี คือ ข้าราชการต้องทำงาน ใช้ชีวิตและวางตัวอย่างพอดี พอควร โดยยึดหลักความเหมาะสมและความจำเป็นเป็นที่ตั้ง ตรงกับเกณฑ์ PMQA หมวด 1,5
- พ.ที่ 4 พอใจ คือ ข้าราชการต้องพอใจในสถานภาพของตน รวมทั้งผลงานของตน ต้องทำให้ประชาชนพอใจในผลงานของข้าราชการและประสิทธิภาพของรัฐ ตรงกับเกณฑ์ PMQA หมวด 3, 6
ใช่มั๊ยคะ ลองเปรียบเทียบดูสิ หรือใครคิดเห็นเป็นอย่างไรเข้ามาช่วยแนะนำด้วยนะคะ วันนี้ขอคุยแค่นี้ก่อนแล้ววันหน้าจะมาคุยต่อ ดีจ้า...
หลักคิด 4 พ นี้ดีมากๆ ค่ะ ชีวิตจะมีสุขและทุกข์น้อยโอกาสหน้าอยากให้เล่าเคล็ดลับการใช้โปรแกรม GFMIS บ้างจัง
หลังจากได้ไปรับความรู้เพิ่มเติม จากอาจารย์ ประพนธ์ ผาสุขยืด ..ตามรอย kM.....ย่างก้าวสู่ LO
ทำให้เกิดพลังความคิดในการขับเคลื่อน KM กองคลังว่า ในปี/2551
-ทบทวนหางปลาให้มากขึ้น เพราะเป็นคลังข้อมูลเช่นการถอดบทเรียนจากเรื่องเล่าจากความสำเร็จหรือจากการแลกเปลี่ยนการแก้ปัญหา เพราะการที่แต่ละคนมาเล่าความสำเร็จการทำงาน เป็นเรื่องที่มีความภาคภูมิใจ หน้าตามีความสุขทุกคน ไม่เชื่อ /ท้าลองได้คะ
ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเราที่ต้องแก้ไขอย่างน้อย ควรมีสัก 1 เรื่อง/เดือน เพราะส่วนใหญ่แก้ปัญหาการทำงานให้ลูกค้าในแต่ละวัน แต่ขาดการบันทึก เพื่อแบ่งปัน เรียนรู้ร่วมกัน นำไปใช้ประโยชน์ แล้วนำมาจัดเก็บจะได้สร้างความรู้ยกระดับ
-ฝึกfarcilitator (คุณอำนวย) และคุณลิขิตเพิ่ม ของแต่ละฝ่าย สร้างCopsชุมชนแนวปฎิบัติ จากคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน นำวิธีแก้ปัญหามา share กัน เช่น การบันทึกสินทรัพย์ในระบบ GFMIS
หลังจากประชุม CKO กับคุณหมอนันทา คุณหมอสมศักดิ์ อ. ประพนธ์ ทำให้คิดถึงแผนการจัดการความรู้ ปี51 เช่น ส่วนขาดที่ต้องทำต่อ เรื่องใจ ที่เป็น KM ระดับปัจเจก หรือ ระดับบุคคล มีใจอยากเรียนรู้/เนียนตามธรรมชาติ เรื่องการบันทึกเป็นคลังความรู้ เรื่องการทำ COPS ซึ่งกพร. จะเน้นในปีหน้า
-เกิดสิ่งท้าทายกับศอ.7ในการจัดแฟ้ม KM ในตลาดนัด KM ปี 51ของชาว กรมอนามัย จ๊ะ...........
2-3 August2007 ไม่เห็นหน้าหมอนนทลี นึกถึงคนเก่ง ถ่ายภาพ สรุปบทเรียนได้อย่างรวดเร็ว หันไปถามคุณหมอนันทา ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ที่ต้องเสียญาติผู้ใหญ่ แต่คุณหมอ ได้ไปขอให้เขต 5 ช่วยส่งแผ่น cd .ให้แล้ว อย่าลืมพี่เปี๊ยก ส่งให้ด้วยนะ…….
วันที่ 6 กย. 2550 ที่สุดของความภูมใจที่ได้รับคำชมจากคนมาเยือน KM ไม่ขาดปากของเพื่อนร่วมทาง 5 ฐาน คือ
1. กรมอนามัยเก่งจริง ๆ ที่มี KM ยอดเยื่ยม
2. กรมอนามัยเก่งจริง ๆ ที่มี PMQA ทุกหน่วย
3. ผ้บริหารกรมฯ เอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องและทุกระดับที่ร่วมกันทุ่มเทจนประสบความสำเร็จ ทั้ง KM และ PMQA จนเป็นที่หนึ่งเสมอ ๆ มีคำถามหยอก ๆ จากกรมสุขภาพจิตว่า ปีนี้จะคว้ารางวัลเป็นปีที่ 3 หรือไม่ ไชโย......ที่เพื่อนเชียร์แต่อย่างวางใจต้องทำต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จในวันนี้อาจกลายเป็นข้อบกพร่องในอนาคต จึงต้องปรับปรุงงาน พัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาองค์กร ส่งองค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไป อย่างต่อเนื่องตลอดไป
4. ผู้คนมาชมออกปากว่า กรมอนามัยนี้เค้าเก่งจริง จึงบอกเพื่อนว่าตั้งแต่มาทำงานที่กรมอนามัยมาจนบัดนี้ ตั้งแต่ 2521 - 2550 เป็นเวลากว่า 29 ปีเศษ นี้ พบผู้บริหารกรมอนามัยทุกระดับเป็นคนน่ารัก เก่งงาน เก่งคน ทั้งนั้นจนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรในการมุ่งมั่นผลสัมฤทธิ์ของงาน และทำงานเป็นทีมที่สุด แม้จะมีข้อขัดแย้งกันในหน่วยงานแต่ทุกคนก็รักองค์กร จนได้ยินบ่อย ๆ จากผู้คนภายนอกมักพูดว่า กรมอนามัยนี่เค้าเก่ง ๆๆ.... จริง เพราะฉะนั้นพวกเราจงสู้ ๆๆ เพื่อประชาชนจะได้รับบริการที่ดีที่สุด ที่กรมอนามัยจะมอบให้ต่อ ๆ ไป อย่างต่อเนื่องตลอดไปค่ะ
5. สิ่งที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วันนี้อีก 1 เรื่อง จากคุณวิมล ที่พากลุ่มคนมาเยือน โดย ลปรร. กับคุณหมอฟัน จากสถาบันทันตกรรมที่เล่าว่า หน่วยทันตกรรมทุกคนเป็นหมอ ทำ KM ยากมาก ทุกคนบ่นว่างานเยอะทำ KM ไปทำไมไม่มีเวลา แต่คุณวิมล บอกว่า กรมอนามัยก็มีกองทันตสาธารณสุขก็เป็นอย่างนี้ แต่เค้ามีวิธีจัดการโดยทำ KM กับหน่วยพื้นที่นอกกรมอนามัยจนสำเร็จ และกลับมาทุกคนบอกว่า แล้วทำไมไม่ทำกับกอลของตัวเองด้วยละ สำเร็จเลยล่ะมุขนี้ จึงขอให้สถาบันทันตกรรมนำไปใช้ได้แล้ว ทุกคนจะมีความสุขในการทำ KM ค่ะ
6. การเตรียมงาน KM กองคลังในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ต้องขอขอบคุณทีมงาน KM กองคลังเป็นอย่างมากที่ช่วยกันเป็นทีมอีกครั้ง เพื่อภาพลักษณ์และความสุขที่เราได้รับในครั้งนี้ค่ะ