๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ เวลา ๑๙.๓๐ น. เราไปกันที่วัดท่าเคียน เป้าหมายคือบัว (ที่บรรจุอัฐิบรรพบุรุษ) ตั้งแต่ประตูหน้าวัดตลอดไปจะเห็นแสงไฟจากเปลวเทียนที่ลูกหลานมาจุดปักไว้ บางบัวจะสว่างไสว บางบัวจะริบหรี่ สิ่งที่เราพิจารณาได้คือ บัวใดมีแสงเทียนสว่างมากหรือหลายเล่ม นั่นแสดงว่าลูกหลานมาที่บัวแล้วหลายครอบครัว แต่ละบัวผ่านการทำความสะอาดมาแล้ว (ทำความสะอาดปีละครั้ง) ซึ่งจะเห็นได้จากร่องรอยของสีที่บัว และลานบัวแต่ละลาน

  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            เมื่อไปถึงเป้าหมาย เราจึงจุดเทียนและธูปเพื่ออธิษฐานจิตถึงบรรพบุรุษ จากนั้นไปเอาอัฐิที่บนศาลาการเปรียญชั้น ๒ (อัฐิที่ยังไม่สามารถสร้างบัวได้) มาตั้งไว้บนศาลาพิธีเพื่อรอให้พระสวด อภิธรรม ๗ คัมภีร์ในเวลา ๒ ทุ่มตรง</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ระหว่างที่รอพระ เรามายืนคุยกันที่บัวในเป้าหมาย ทำเลดีมากเพราะอยู่ใต้ร่มไม้ เป็นบัวเก่าแก่ตั้งแต่สมัยคุณปู่ของปู่ จากที่คุยกันนั้นทราบว่า สมัยก่อนเป็นป่าดงดิบ ไม่มีใครกล้าเข้ามา ต่อมาเริ่มมีการบุกเบิกเพื่อทำสาธารณะประโยชน์โดยเฉพาะป่าช้า ปัจจุบันก็คือวัดท่าเคียน</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คุยไปคุยมา ทำให้ผมได้ความคิดบางประการ</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">๑.    การมีบัวเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะลูกหลานที่ไม่รู้จักกันในรุ่นหลังๆ จะมารู้จักกันก็วันว่างนี่เอง</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">๒.  วันว่างคือวันที่ลูกหลานจะได้ระลึกถึงบรรพบุรุษที่อุตส่าห์บุกเบิกทุกสิ่งทุกอย่างให้ ทุกอย่างที่เป็นมรดกตกทอดล้วนแต่เกิดจากกำลังกายกำลังใจของบรรพบุรุษ โปรดระลึกถึงให้จงดี</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">๓.  สำหรับผู้เป็นนักบวชในพุทธศาสนาที่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการวัด วันนี้มีข้อหนึ่งที่เพิ่งระลึกได้ หากไม่มีโอกาสมาเป็นสก เป็นสิ่งที่ยากแท้ นั้นคือ บัวแต่ละบัว ล้วนเป็นสถานที่บรรจุกระดูกบรรพบุรุษ อันเป็นที่รักและบูชาของลูกหลานเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นอย่าพึงทำลายน้ำใจของลูกหลาน ด้วยเหตุที่ ก่อนที่พระภิกษุจะมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ บรรพบุรุษของลูกหลานเหล่านี้ผู้มีศรัทธาได้สร้างไว้ และจะเป็นสิ่งที่ดีเพราะลูกหลานเหล่านี้ที่มาคารวะอัฐิบรรพบุรุษล้วนแต่เป็นคนดี (สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา) การบริหารจัดการวัดเพื่อให้สวยงามโดยขอย้ายบัวออกไปรวมกันที่อื่นๆ เพื่อให้ดูเป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน บางครั้งกระทบกับจิตใจของลูกหลานเจ้าของบัว อาจสร้างความเดือดร้อนใจได้หากลูกหลานเหล่านั้นไม่ได้เข้าใจกับการจัดการวัดสมัยใหม่ เขาอาจขอย้ายและไม่ยุ่งเกี่ยวกับวัดอีก อันที่จริง บัวแม้จะอยู่ต่างที่ นั้นคือความสวยงามแล้ว ความสวยงามในความหลากหลายบัวคือเจดีย์ เป็นหน้าที่อันหนึ่งที่นักบวชควรให้ความดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เนื่องจากเราต้องอาศัยกำลังของชาวบ้านเพื่อการมีชีวิตอยู่</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เมื่อถึงเวลา ๒ ทุ่ม เสียงระฆังดัง พระภิกษุนำโดยเจ้าอาวาสได้ลงมายังศาลาประกอบพิธี ไม่นานจึงเข้าสู่พิธีกรรมทางศาสนาแบบชาวบ้าน คือชาวบ้านที่มาร่วมพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล และอาราธนาธรรมเป็นทำนองสรภัญญะ จากนั้นพระจึงเริ่มสวดอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ตามด้วยบังสุกุลและให้พรเป็นภาษาบาลี ก่อนพระให้พรเป็นภาษาบาลีนิดหนึ่ง ชาวบ้านกรวดน้ำอิมินาใหญ่ เมื่อสิ้นสุดอิมินาเล็ก พระจะเริ่มกล่าวยถา เมื่อสิ้นสุดอิมินาใหญ่ ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรับสัพพีของพระพอดี ฝ่ายชาวบ้านก็จะรับพรพร้อมเพรียงกัน ลำดับสุดท้ายคือการแผ่เมตตาและกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยก่อนลากันกลับบ้าน</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วันรุ่งขึ้นของวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ หลังจากที่แต่ละบ้านจัดเตรียมอาหารคนละปิ่นโต สิ่งที่ขาดไม่ได้นอกเหนือจากอาหาร ๑ ปิ่นโตหรือมากกว่านั้นคือ ขนมจีน โดยนำไปถวายทานที่วัด ด้านของลำดับพิธีกรรมเริ่มต้นจากฝ่ายพระทำการเทศน์ สวดมาติกา บังสุกุล สวดพาหุง (ระหว่างนี้ ชาวบ้านนำข้าวไปใส่บาตรที่วางเรียงอยู่หน้าศาลาพิธีกรรม) ฉันภัตตาหาร ให้พร ฝ่ายชาวบ้าน บูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล กรวดน้ำอิมินาใหญ่ ตักบาตร แผ่เมตตา กล่าวคำลาพระรัตนตรัย (บูชาพระรัตนตรัยหลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาแบบชาวบ้าน) เก็บปิ่นโตใส่อาหารที่พระฉันแล้วคืน และไปประจำอยู่ที่บัวเพื่อรอให้พระมาบังสุกุล ครั้นพระมาถึง ลูกหลาน เหลน โหลน ฯลฯ จึงนั่งประนมมือจนกว่าพระจะบังสุกุลบัวเสร็จเรียบร้อย จึงเก็บอัฐิซึ่งเอามาตั้งรวมกันไว้ที่บัว (อัฐิที่ยังไม่สามารถทำบัวได้) ไปไว้ที่ที่ตนเคยเก็บไว้ก่อน เห็นจะมีอยู่มากบนศาลาการเปรียญของวัด จากนั้นจึงกลับบ้านของตนไปรับประทานอาหารร่วมกัน บางครอบครัวยังไม่กลับก็รับประทานอาหารภายในบริเวณวัดนั่นเอง</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วันนี้คือ วันว่าง ชาวบ้านที่มีความกตัญญูกตเวที สำนึกในบุญคุณบรรพบุรุษและมีความเชื่อว่าจิตวิญญาณของบรรพบุรุษมีอยู่ จะหยุดงานทุกประเภท (ทำตัวให้ว่างจากงานทุกประเภท) และให้เวลาบัวเป็นสำคัญ เราอาจมองว่า วันนี้น่าจะเป็นวันครอบครัว หรือวันพบญาติก็ได้ </p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อนึ่ง เมื่อขึ้นไปบนศาลาการเปรียญ ที่ชาวบ้านมักจะนำโกฏิบรรจุอัฐิไปไหว้ จะเห็นโกฏิอีกจำนวนมากที่ถูกปล่อยปละละเลยไว้ นั่นแสดงว่า จารีตเช่นนี้กำลังถูกลืมเลือนไปกับความก้าวหน้าของยุคสมัยบ้างแล้ว การให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษกำลังน้อยลงเต็มที</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ช่วงเที่ยง หลังจากทานข้าวเสร็จกรัชกายและคนอื่นๆ ได้ร่วมกันรดน้ำ (ไม่ดำหัว) เพื่อขอพรจากบุพพการี (ผู้ทำอุปการะก่อน) มีย่าและอาเป็นต้น</p>  <p> </p>