๑๗.๐๐ น.กรัชกายมุ่งหน้าไปตลาดนัดพ่อพรหม (ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา) ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนสหศาสตร์ฯ เดิมทีนัดเปิดเฉพาะเช้าวันอาทิตย์ ปัจจุบันขยายเป็นเย็นวันพุธและศุกร์ แต่เย็นวันพุธและศุกร์ดูเหมือนจะหลากหลายมิเท่ากับเช้าวันอาทิตย์

  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            หลายปีก่อนกรัชกายเคยพักอยู่ที่ซอยเพชรเกษม ๔๔ เมื่อมีตลาดนัดหน้าซอย กรัชกายจะเดินเข้าไปใช้บริการอยู่เป็นประจำ สิ่งที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดนัดพ่อพรหมที่กล่าวถึงนี้คือ</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            ตลาดนัดกลางกรุงเช่นหน้าซอยเพชรเกษม ๔๔ เราจะเห็นของขายที่เน้นไปทางด้านเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารด่วน อาหารสำเร็จรูป ของใช้ภายในห้องพักของชาวหอประมาณนี้ แต่ตลาดนัดพ่อพรหม จะเน้นไปที่อาหารสด ทั้งปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม หมึก หอย และอาหารอื่นๆ อันเป็นของท้องถิ่นจำพวกผัก ผลไม้ ของขบเคี้ยวที่ผลิตภายในบ้านออกมาขายในตลาด เห็นแม่ค้ากำลังนั่งย่างปลาขาย (กรัชกายซื้อมา ๑ ตัว เป็นปลาซาบะ) เห็นพ่อค้ากำลังขายสะตอ เห็นแม่ค้ากำลังขายผลไม้ หลายคนเดินขวักไขว่ไปมาเพื่อหาซื้อสิ่งที่ต้องการ แต่สิ่งที่กระตุ้นให้กรัชกายต้องมาบันทึกในหน้าบันทึกนี้คือ คนขายของในตลาดนัดกลางกรุง จะไม่ใยดีอะไรกับลูกค้าข้างเคียง ลูกค้าคือลูกค้า และดูจะไม่ค่อยสนใจคู่ค้าด้วยกัน แต่เมื่อมาที่ตลาดนัดพ่อพรหม กรัชกายมีความรู้สึกว่า แม่ค้า พ่อค้า เป็นเหมือนญาติสนิท คนเฒ่าคนแก่จะให้ความเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อย่างวันนี้ กรัชกายเห็นหมูเปรี้ยว (หนาง) ที่เขาบรรจุใส่ถุงขาย ก็ยืนพูดกับเจ้าของกระเป๋าสตางค์ที่ยืนเคียงข้างว่า ทำกินเป็นไหม ได้รับคำตอบว่า ทำไม่เป็น กรัชกายถามต่อว่า แล้วแม่ล่ะทำเป็นหรือเปล่า ได้รับคำตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น แม่เฒ่าน่าจะทำเป็น จากนั้นได้ยินแม่ค้าขายผักข้างๆบอกให้ฟังว่า นอกจากนำไปปรุงตามปกติแล้ว เรายังสามารถคั่วกินได้อีกด้วย (นั้นแสดงว่าท่านได้ยินสิ่งที่กรัชกายกำลังสงสัยกันว่า เราจะปรุงกันอย่างไรเพื่อให้เป็นอาหารที่ถูกต้อง ท่านคงเป็นห่วงว่าเราจะทำกินอย่างไรให้ง่ายที่สุด) ผมรู้สึกพอใจวิถีอย่างนี้ แน่นอนว่า คนอื่นอาจไม่รู้สึกอะไร แต่กรัชกายรู้สึกว่า วิถีคนบ้านนอก เป็นอะไรที่น่าอยู่ทีเดียว จากนั้น จึงซื้อหนึ่งถุง เพื่อหวังว่าจะได้กินหมูเปรี้ยวในวันรุ่งขึ้น</p> ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๐