นามนั้นสำคัญจริงๆ เรากำลังจะกล่าวถึง ยี่ห้อของสินค้าหรือ Brand Name

Wisdom%20on%20design

            มีคำกล่าวที่เราคุ้นหูกันเก่แก่ คือ  นามนั้น สำคัญไฉน  แต่ประมาณ 20ปีมานี้ คำกล่าวนี้  ไม่ค่อยมีคนใส่ใจแล้ว     ยิ่งมาถึง ปัจจุบัน คำกล่าวนี้ ล้าสมัยโดยสิ้นเชิง 

         นามนั้นสำคัญจริงๆ    ทำไมจะไม่สำคัญ     เรากำลังจะกล่าวถึง   ยี่ห้อของสินค้าหรือ   Brand  Name  ซึ่งจะเป็นชื่อคน   หรือจะเป็นเจ้าของลายเซ็น  ชื่อจะสะท้อนบุคลิกภาพ  หรือจะตั้งให้บ่งบอกประโยชน์หรือหน้าที่ ของสินค้า ก็ได้           การสร้างแบรนด์ เป็นหัวใจของการทำการตลาด  แบรนด์เป็นสิ่งบ่งบอกถึงตัวตน ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า แต่เป็น แรงบันดาลใจที่มีลักษณะเฉพาะตัว  เลียนแบบกันยาก นี่คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง  แบรนด์จะถูกจารึกไว้ในจิตใจของคน และจะคงอยู่ตลอดไป นานมาก    ถ้าสินค้านั้น ได้รับการเอาใจใส่พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดไป

            ในช่วงที่ดิฉันทำอุตสาหกรรมอาหารอยู่ เราคิดแบรนด์ ขึ้นมาในตอนแรก 2แบบ คือแบรนด์สำหรับขายต่างประเทศ ซึ่งต้องเป็นคำที่ ชาวต่างประเทศชินหูอยู่แล้ว และรู้จักดีมาก   ส่วแบรนด์ในประเทศ ดิฉันเดินเล่นตอนเย็นในลานหน้าบ้าน ก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา  โดยตั้งตามคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ และไปจดชื่อไว้ที่กระทรวงพาณิชย์ในวันรุ่งขึ้น 

       ไม่ใช่แค่นี้นะคะ ต้องคิดเพิ่มอีก 3-4 ชื่อ  แล้วไปจ้างบริษัทมืออาชีพ เสียเงินไปเยอะ  ทำการsurvey ว่า ชื่อไหน จะโดนใจคนมากที่สุด  แล้วจึงตัดสินใจ ทำการตลาดในชื่อนั้น  เรื่องอย่างนี้ สำคัญมาก รีบไม่ได้เลยค่ะ 

      ต่อมาคิดเพิ่มอีก2-3 แบรนด์ เพราะมีสินค้าเพิ่ม  แตก Line  ออกไปอีก  และทุกแบรนด์ ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน 

         แบรนด์ทุกแบรนด์เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงค่ะ ถ้าติดตลาดแล้ว  ลูกค้าจะมีความผุกพันกับแบรนด์ของเรา   การค้าจะรุ่งหรือจะดับ ก็อยู่ที่ความแข็งแกร่งของแบรนด์นี่ละ  ถ้าพลาด    โอกาสจะกู้กลับก็ยากมากๆ  เพราะลูกค้าขาดความเชื่อถือแล้ว          แต่แบรนด์ดังๆก็พลาดได้ง่ายๆเช่นกัน จากแนวคิด   การขยายขอบเขตมากไป     หรือการประชาสัมพันธ์ที่ผิดพลาด เป็นต้น

      แต่สรุปคือ ความสำเร็จของสินค้า มีองค์ประกอบหลายอย่าง แต่ความผิดพลาดมักเกิดจากข้อผิดพลาดที่สำคัญเพียงอย่างเดียว

        มีตัวอย่างมากมาย ที่เราคุ้นๆเช่นโกดัก เป็นกล้องถ่ายรูปด้วยฟิลม์  เห็นสีเหลืองของกล่องฟิลม์มาลอยอยู่ตรงหน้าแล้ว  แต่สมัยนี้  คนจะใช้แต่กล้องดิจิทอลเพราะสะดวกและประหยัด  แทนที่โกดักจะทุ่มเทกับกล้องดิจิทอล กลับไปมุ่งพัฒนาระบบการถ่ายภาพแบบเดิมแทน  และกลับมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอย่างน่ากลัว นอกเหนือจากฟูจิ  เช่น แคนนอน มินอลต้า โซนี่  พานาโซนิค  เป็นต้น

      ขณะนี้ โกดักกำลังพบกับความลำบากมากในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี  ต้องคอยดูกันต่อไป   ในขณะที่โกดักไปลงทุนเรื่องการถ่ายในระบบเก่า ซึ่งแม้จะมีการพัฒนาการขึ้นมา แต่เป็นการลงทุน ในช่วงที่ ตลาดกำลังหันไป"เล่น"กล้องแบบ Digital กัน

     กล้องโพลารอยด์ก็เช่นกันไม่สามารถทานกระแสของเทคโนโลยี่สมัยใหม่ได้  ได้ปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2001       ตลาดคือสิ่งที่ไม่หยุดนิ่ง  ความแน่นอนของการตลาดคือ การเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการตลาดที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี่      แบรนด์บางแบรนด์อาจจะมีอายุเก่าแก่เป็น 100 ปี แต่ถ้า ไม่ปรับตัวให้ทันกระแส โอกาสล้มหายตายจากไปจากโลกก็ย่อมมีทั้งนั้น  เป็นไปตามกฏธรรมชาติ

        แบรนด์ มีอายุขัยของมันเหมือนกัน  ทุกแบรนด์ มีช่วงการก่อร่างสร้างตัว  เวลารุ่งโรจน์ และเวลาที่ต้องปิดตัวลง   ใครจะรู้ว่า วันหนึ่ง โค้ก และ แมคโดนัล อาจต้องพบกับปัญหาก็ได้ ถ้ากระแสผู้บริโภคตื่นตัวด้านการรักษาสุขภาพ มากขึ้น มากขึ้นกว่านี้                                         

     อ้างอิงจากหนังสือ  Re-imagine ! โดย Tom Peters